Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1895/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าจำเลยได้จัดสร้างที่จอดรถอันเป็นการปฏิบัติตามสัญญาแบ่งที่ดินแล้วการที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์ยกที่ดินให้จำเลยเพื่อทำที่จอดรถ จำเลยมิได้ดำเนินการให้เสร็จตามเงื่อนไข โจทก์บอกกล่าวแต่จำเลยเพิกเฉยจึงเป็นการผิดเงื่อนไขต้องคืนที่ดินให้โจทก์เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริง เมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาทจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248วรรคแรก โจทก์ยกที่ดินให้จำเลยเพื่อให้สร้างตลาดสดแต่จำเลยยังไม่สามารถจะสร้างได้เพราะไม่มีงบประมาณและยังคงตั้งใจจะทำการก่อสร้างต่อไป โดยจำเลยมิได้นำที่ดินดังกล่าวไปทำอย่างอื่นอันเป็นการผิดวัตถุประสงค์ของโจทก์ เมื่อในสัญญาแบ่งที่ดินให้ ไม่ได้กำหนดเวลาให้จำเลยสร้างตลาดสดภายในเวลาเท่าใด การที่จำเลยรอการก่อสร้างไว้เพราะยังไม่มีงบประมาณ ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยผิดสัญญา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ได้แบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 97 ของโจทก์ให้แก่จำเลย 2 แปลง แปลงแรกคือที่ดินโฉนดเลขที่ 156 โดยมีเงื่อนไขว่า ให้จำเลยทำเป็นตลาดสด แปลงที่สองคือที่ดินโฉนดเลขที่ 162 มีเงื่อนไขให้ทำเป็นที่จอดรถ จำเลยได้รับที่ดินแล้วไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ทำกับโจทก์และได้ผัดผ่อนเวลาก่อสร้างตลอดมาโดยอ้างเหตุว่าไม่มีงบประมาณ โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยคืนที่ดินทั้งสองแปลงแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 156 และ 162 คืนโจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ทำสัญญาแบ่งที่ดินให้จำเลย เพื่อให้ที่ดินของโจทก์ที่อยู่ข้างเคียงมีราคาสูงขึ้นและไม่มีเงื่อนไขว่าหากไม่สร้างตลาดสดและที่จอดรถแล้วให้เรียกคืนได้

จำเลยได้สร้างถนนและที่จอดรถในที่ดินโจทก์ตรงตามวัตถุประสงค์แล้ว เมื่อไม่มีรถมาจอดเป็นเหตุสุดวิสัยและปัจจุบันที่ดินตามฟ้องเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกคืนได้ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ได้ทำหนังสือสัญญาแบ่งให้ที่ดิน 2 แปลง ให้จำเลยโดยไม่คิดค่าตอบแทนเพื่อต้องการให้สร้างที่จอดรถ 1 แปลง ตามสำเนาโฉนดที่ดินเอกสารหมาย จ.3 และหนังสือสัญญาแบ่งให้ที่ดินเอกสารหมาย จ.4 และตลาดสดอีก 1 แปลง ตามสำเนาโฉนดที่ดินเอกสารหมาย จ.5 และหนังสือสัญญาแบ่งให้ที่ดินเอกสารหมาย จ.3 และ จ.4 แต่ไม่มีรถโดยสารคันใดเข้าไปจอดส่วนตลาดสดยังไม่ได้สร้างในที่ดินที่ได้รับยกให้ตามเอกสารหมายจ.5 และ

จ.6 เนื่องจากจำเลยยังไม่มีงบประมาณในการก่อสร้างและจำเลยตั้งใจจะสร้างตลาดสดต่อไป ต่อมาปี 2530 โจทก์ได้เรียกที่ดินคืน เพราะเห็นว่าจำเลยไม่ก่อสร้างที่จอดรถและตลาดสดปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกเกี่ยวกับที่ดินที่ยกให้ตามเอกสารหมาย จ.3 และ จ.4 โจทก์ฎีกาว่า เมื่อโจทก์ยกที่ดินให้จำเลยเพื่อทำที่จอดรถ จำเลยมิได้ดำเนินการให้เสร็จตามเงื่อนไขโจทก์ได้บอกกล่าว แต่จำเลยเพิกเฉย จึงเป็นการผิดเงื่อนไข ต้องคืนที่ดินให้โจทก์นั้น เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้จัดสร้างที่จอดรถอันเป็นการปฏิบัติตามสัญญาแบ่งที่ดินตามเอกสารหมาย จ.4 แล้ว ข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นอันยุติ ต้องห้ามฎีกาตามมาตรา 248 วรรคแรก

แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเนื่องจากทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท ฎีกาโจทก์เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้วินิจฉัยเป็นยุติดังกล่าวข้างต้นศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาประการที่สองเกี่ยวกับที่ดินที่ยกให้ตามเอกสารหมาย จ.5และ จ.6 เห็นว่า โจทก์ยกที่ดินให้จำเลยเพื่อต้องการให้สร้างตลาดสดจำเลยยังไม่สามารถจะสร้างตลาดสดได้เพราะไม่มีงบประมาณในการก่อสร้าง และยังตั้งใจจะทำการก่อสร้างตลาดสดต่อไป ตั้งแต่ได้รับการยกให้จำเลยก็มิได้นำที่ดินที่ได้รับการยกให้ไปทำอย่างอื่น อันเป็นการผิดวัตถุประสงค์ของโจทก์แต่ประการใดในสัญญาแบ่งให้ที่ดินตามเอกสารหมาย จ.6 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นส่วนที่โจทก์ฎีกาข้อสุดท้ายที่ว่าที่ดินที่ยกให้ไม่ใช่สาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น เห็นว่าที่ดินที่ยกให้จะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ย่อมไม่เป็นประโยชน์แก่คดีโจทก์ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยประเด็นนี้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ก้าน อันนานนท์ · ประยูร มูลศาสตร์ · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3532/2529

เดิมโจทก์เป็นผู้เช่าอาคารและบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีต่อมาสัญญาเช่าหมดอายุ ทางราชการได้อนุมัติให้ธ เป็นผู้เช่าในนามของคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมือง โจทก์ก็ยังคงอยู่ในที่เช่าและคงขายธูป เทียน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3496/2529

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่ดินพิพาททั้งสามแปลงเป็นของโจทก์ จำเลยกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์เฉพาะที่ดินแปลงที่ 2 และที่ 3 ส่วนแปลงที่ 1 จำเลยต่อสู้ว่าเป็นของบุคคลอื่นมิได้ต่อสู้เป็นข้อพิพาทด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4442/2567

ตาม ป.พ.พ. หมวด 5 เรื่อง ความระงับแห่งหนี้ กำหนดไว้ว่า หนี้ระงับไปต้องมีการชำระหนี้ การปลดหนี้ การหักกลบลบหนี้ การแปลงหนี้ใหม่ หรือหนี้เกลื่อนกลืนกัน เมื่อโจทก์กับจำเลยยังไม่ได้ดำเนินการเรื่องความระงั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้