Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 18984)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ได้ยกข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่าผู้เช่าทั้งห้ารายนำเงินค่าเช่าไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดีทำให้โจทก์ไม่สามารถรับเงินค่าเช่าที่วางไว้ได้ ข้ออ้างของโจทก์ดังกล่าวเกิดจากการที่ผู้เช่าทั้งห้ารายทำสัญญาเช่ากับโจทก์แล้วไม่ชำระค่าเช่ากลับนำเงินค่าเช่าไปวาง ณ สำนักงานวางทรัพย์กลางโดยกำหนดเงื่อนไขเพื่อจ่ายให้แก่เจ้าหนี้ที่แท้จริงตามคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งเป็นการกระทำของผู้เช่าทั้งห้ารายไม่ใช่การกระทำของจำเลย การที่โจทก์ไม่สามารถรับเงินค่าเช่าได้เพราะมีเงื่อนไขดังกล่าวที่ผู้เช่าทั้งห้ารายกำหนดไว้ มิใช่เพราะจำเลยไปคัดค้านการขอรับเงินค่าเช่าของโจทก์แต่อย่างใด ทั้งจำเลยได้ทำสัญญาเช่ากับผู้เช่าทั้งห้ารายมาก่อนการวางทรัพย์ จำเลยไม่ได้กระทำละเมิดหรือโต้แย้งสิทธิโจทก์ อันเป็นเหตุให้โจทก์รับเงินค่าเช่าจากสำนักงานวางทรัพย์กลางไม่ได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งห้าสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาและพิพากษาเข้าด้วยกันโจทก์ทั้งห้าสำนวนฟ้องเป็นใจความอย่างเดียวกันว่า โจทก์มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการศูนย์การค้า ให้เช่าสถานที่เพื่อประกอบกิจการจำหน่ายหรือผลิตสินค้า โดยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อาคารมาบุญครองเซ็นเตอร์ จำเลยเอาพื้นที่อาคารโจทก์ไปให้ผู้อื่นเช่ารวม 5 ราย โดยจำเลยไม่มีอำนาจ โจทก์ได้แจ้งผู้เช่าทั้งห้ารายดังกล่าวทราบว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ครั้นเดือนมีนาคม 2534ผู้เช่าทั้งห้ารายได้มาทำสัญญาเช่าสถานที่ดังกล่าวกับโจทก์ กำหนดระยะเวลาเช่ารายละ 1 ปี แต่ผู้เช่าทั้งห้ารายนำเงินค่าเช่าไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดี อ้างว่าไม่สามารถหยั่งรู้ถึงสิทธิของเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิให้เช่าที่แท้จริง โดยมีเงื่อนไขว่าเงินค่าเช่าที่วางไว้ให้จ่ายแก่เจ้าหนี้ที่แท้จริงตามคำพิพากษาอันถึงที่สุด

โจทก์ไปขอรับเงินค่าเช่าที่วางไว้ในแต่ละเดือนแต่ไม่สามารถรับเงินได้เพราะตกอยู่ในเงื่อนไขดังกล่าว การที่โจทก์ไม่ได้รับเงินค่าเช่าเป็นผลโดยตรงจากการกระทำละเมิดของจำเลยขอให้พิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิให้เช่าสถานที่พิพาท โจทก์เป็นเจ้าหนี้ที่แท้จริงของผู้เช่าทั้งห้ารายและมีสิทธิรับเงินที่สำนักงานวางทรัพย์กลาง จำเลยไม่มีสิทธิให้บุคคลใดเช่าสถานที่เช่าตามฟ้องให้เพิกถอนนิติกรรมสัญญาเช่าช่วงระหว่างจำเลยกับผู้เช่าทั้งห้ารายห้ามจำเลยสอดเข้าเกี่ยวข้องหรือทำนิติกรรมสัญญาใดผูกพันอาคารของโจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นดอกเบี้ยทุก ๆ เดือน จนกว่าศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าโจทก์เป็นเจ้าหนี้มีสิทธิรับเงินจากสำนักงานวางทรัพย์กลางจำเลยทั้งห้าสำนวนให้การทำนองเดียวกันว่า

การที่ผู้เช่าทั้งห้ารายทำสัญญาเช่ากับโจทก์และไม่ชำระค่าเช่าเป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับผู้เช่าทั้งห้ารายหาเกี่ยวกับจำเลยไม่ โจทก์ชอบที่จะฟ้องร้องเอาแก่ผู้เช่าดังกล่าวโดยเฉพาะ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องบังคับจำเลย จำเลยไม่ได้ทำละเมิดและไม่ได้ทำให้โจทก์เสียหายขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์และจำเลยทั้งห้าสำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งห้าสำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งห้าสำนวนฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การวางทรัพย์ของผู้เช่าทั้งห้ารายมีเงื่อนไขไม่เป็นประโยชน์แก่เจ้าหนี้ผู้เช่าทั้งห้ารายย่อมไม่พ้นความรับผิดโจทก์ชอบที่จะเรียกให้ผู้เช่าทั้งห้ารายรับผิดตามสัญญาเช่า จำเลยมิได้โต้แย้งสิทธิโจทก์นั้นไม่ถูกต้อง

เพราะผู้เช่าทั้งห้ารายมีสิทธิที่จะวางทรัพย์โดยกำหนดเงื่อนไขว่าเพื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ที่แท้จริงตามคำพิพากษาที่สุดได้ โจทก์มีสิทธิว่ากล่าวเอาแก่จำเลยซึ่งโต้แย้งว่าเป็นผู้มีสิทธิให้เช่าโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องพิเคราะห์แล้ว โจทก์ได้ยกข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่าผู้เช่าทั้งห้ารายนำเงินค่าเช่าไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์กลางกรมบังคับคดี อ้างว่าไม่สามารถหยั่งรู้ถึงสิทธิของเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิให้เช่าที่แท้จริงได้ จึงนำเงินค่าเช่าไปวางภายใต้เงื่อนไขเพื่อจ่ายให้แก่เจ้าหนี้ที่แท้จริงตามคำพิพากษาถึงที่สุดโจทก์ไปขอรับเงินค่าเช่าที่วางในแต่ละเดือนแต่ไม่สามารถรับได้เพราะตกอยู่ในเงื่อนไขดังกล่าว หากจำเลยมิได้ทำสัญญาเช่ากับผู้เช่าทั้งห้ารายโจทก์ก็จะได้รับชำระค่าเช่าโดยตรงการที่โจทก์ไม่ได้รับเงินค่าเช่าจากสำนักงานวางทรัพย์กลางเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลย

เห็นว่า ตามข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาดังกล่าวที่ทำให้โจทก์ไม่สามารถรับเงินค่าเช่าที่ไว้ได้เกิดจากการที่ผู้เช่าทั้งห้ารายทำสัญญาเช่ากับโจทก์แล้วไม่ชำระค่าเช่ากลับนำเงินค่าเช่าไปวาง ณ สำนักงานวางทรัพย์กลางโดยกำหนดเงื่อนไขเพื่อจ่ายให้แก่เจ้าหนี้ที่แท้จริงตามคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งเป็นการกระทำของผู้เช่าทั้งห้ารายไม่ใช่การกระทำของจำเลย การที่โจทก์ไม่สามารถรับเงินค่าเช่าได้ก็เพราะมีเงื่อนไขดังกล่าวที่ผู้เช่าทั้งห้ารายกำหนดไว้ มิใช่เพราะจำเลยไปคัดค้านการขอรับเงินค่าเช่าของโจทก์แต่อย่างใด ทั้งจำเลยได้ทำสัญญาเช่ากับผู้เช่าทั้งห้ารายมาก่อนการวางทรัพย์ จำเลยไม่ได้กระทำละเมิดหรือโต้แย้งสิทธิโจทก์อันเป็นเหตุให้โจทก์รับเงินค่าเช่าจากสำนักงานวางทรัพย์กลางไม่ได้โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สถิตย์ ไพเราะ · พรชัย สมรรถเวช · สมคิด ไตรโสรัส
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2567

จำเลยรื้อรั้วกำแพงที่พิพาทซึ่งเป็นสาธารณูปโภคของโครงการจัดสรรที่ดินของโจทก์ จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ แม้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 6170 ,6171 ซึ่งเป็นที่ตั้งของรั้วกำแพงที่พิพาทไปให้แก่ผู้อื่นก่อนท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 523/2562

โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อก่อสร้างอาคารและดำเนินการจัดหาผลประโยชน์ และโจทก์ได้รับมอบสถานที่เช่าตามสัญญาแล้ว โดยข้อ 7 วรรคสอง กำหนดเป็นหน้าที่ของผู้เช่าต้องสำรวจศึกษาพื้นที่โครง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9797/2558

การประกาศเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมตาม พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 มาตรา 26 แม้ทำให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมีอำนาจนำที่ดินนั้นมาใช้ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9489/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยประมาทเลินเล่อขับรถบรรทุกชนท้ายรถโดยสาร ทำให้รถโดยสารที่โจทก์ครอบครองและใช้ประโยชน์อยู่ได้รับความเสียหาย เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น และ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้