Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1904/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องเป็นสองตอน ตอนแรกว่าจำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนด้วยข้อความอย่างหนึ่งตอนที่สองว่า จำเลยเบิกความต่อศาลด้วยข้อความอีกอย่างหนึ่งไม่ตรงกัน สรุปลงท้ายโจทก์บรรยายว่า จำเลยกระทำความผิดฐานแจ้งความเท็จเพราะความจริงเป็นดังจำเลยเบิกความต่อศาล หรือมิฉะนั้น จำเลยกระทำความผิดฐานเบิกความเท็จเพราะความจริงเป็นดังจำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวน โจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้ชัดว่าจำเลยกระทำความผิดฐานใด การที่บรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานแจ้งความเท็จหรือมิฉะนั้น จำเลยกระทำความผิดฐานเบิกความเท็จ เป็นฟ้องที่ขัดกันไม่ยืนยันการกระทำความผิดของจำเลยให้แน่นอน ทั้งฟ้องโจทก์มิได้ยืนยันข้อเท็จจริงใดเป็นความเท็จข้อเท็จจริงใดเป็นความจริง การกระทำของจำเลยต้องมีข้อเท็จจริงเป็นความเท็จหรือเป็นความจริงเพียงอย่างเดียว มิใช่เป็นได้ทั้งสองอย่างดังที่โจทก์กล่าวมาในฟ้องเช่นนั้นฟ้องโจทก์จึงไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)(อ้างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2372/2519 ประชุมใหญ่ครั้งที่ 21/2519)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นพยานสำคัญในคดีอาญาซึ่งจำเลยในคดีนั้นถูกฟ้องในข้อหาว่าจ้างวานใช้ร่วมกันฆ่านายเซิงตายโดยเจตนาและโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งจำเลยแจ้งข้อความให้การในฐานะพยานต่อพนักงานสอบสวนว่า เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2520 จำเลยไปเที่ยวงานและกลับมาถึงบ้านเวลา 5 ทุ่มเศษ ต่อมาเวลาเที่ยงคืนเศษนายสมหวังกับพวกขึ้นมาบนบ้านจำเลย นายสมหวังบอกกับจำเลยว่าขอให้นายหลอดนอนที่บ้านจำเลย เมื่อนายหลอดเข้านอนเห็นเอาปืนขนาด 9 มม. (ซุปเปอร์) ออโตเมติค) ออกมาจากเอววางไว้หัวนอน ปืนกระบอกนี้เคยเห็นมาก่อนเป็นปืนของนายสุรพงศ์ เช้าวันรุ่งขึ้นจำเลยทราบว่านายเซิงถูกยิงตาย ได้ยินนายประเสริฐ นางนกเล็กพูดว่านายหลอดเป็นคนยิงนายเซิงตายโดยนายประเสริฐเป็นคนวางแผน และได้เห็นนายประยงค์มาขอรับเงินจากนายประเสริฐโดยอ้างว่านายหลอดใช้ให้มารับ

นายประเสริฐจ่ายเงินให้ไป 10,000 บาท นายประเสริฐบอกให้นายสุรพงศ์เอาปืนไปล้าง แช่น้ำมันโซล่า แล้วเอาไปซ่อนอย่าให้ตำรวจค้นได้พนักงานสอบสวนจดบันทึกถ้อยคำของจำเลยไว้ อ่านให้ฟังจำเลยรับว่าถูกต้อง ได้ลงลายมือชื่อเป็นหลักฐาน ต่อมาจำเลยสาบานตัวแล้วเบิกความเป็นพยานต่อศาลในการพิจารณาคดีอาญาดังกล่าวว่า จำเลยไปเที่ยวงานและกลับมาถึงบ้านประมาณ 5 ทุ่มเศษ ไม่มีใครมาบ้านจำเลย ไม่ได้ยินใครพูดว่าใครเป็นคนยิงนายเซิงไม่เคยเห็นมีการให้เงิน ไม่มีการเอาปืนไปดู ฯลฯ คำเบิกความของจำเลยในชั้นศาลไม่ตรงกับข้อความที่จำเลยแจ้งข้อความและคำให้การชั้นสอบสวน ทั้งนี้จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา ซึ่งเป็นข้อสำคัญในคดีอาญาดังกล่าวแก่พนักงานสอบสวนความจริงเป็นดังที่จำเลยเบิกความต่อศาล และข้อความเท็จนั้นอาจทำให้นายประเทือง

ผู้เสียหาย กรมตำรวจ กรมอัยการพนักงานสอบสวนได้รับความเสียหาย หรือมิฉะนั้น จำเลยเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาต่อศาล ซึ่งเป็นข้อความสำคัญในคดีอาญานั้น ความจริงเป็นดังจำเลยให้การไว้ในชั้นสอบสวน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 172, 177

จำเลยให้การรับสารภาพฐานเบิกข้อความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาลศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177, 181 ลงโทษตามมาตรา 181 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 4 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง จำคุก 2 ปี

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เป็นคำฟ้องไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) พิพากษายกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องเป็นสองตอน ตอนแรกว่า จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนข้อความอย่างหนึ่ง ตอนที่สองว่า จำเลยเบิกความต่อศาลด้วยข้อความอีกอย่างหนึ่ง ไม่ตรงกัน สรุปลงท้ายโจทก์บรรยายว่าจำเลยกระทำความผิดฐานแจ้งความเท็จ เพราะความจริงเป็นดังจำเลยเบิกความต่อศาล หรือมิฉะนั้น จำเลยกระทำความผิดฐานเบิกความเท็จ เพราะความจริงเป็นดังจำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนโจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้ชัดว่าจำเลยกระทำความผิดฐานใด การที่บรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานแจ้งความเท็จหรือมิฉะนั้นจำเลยกระทำความผิดฐานเบิกความเท็จ เป็นฟ้องที่ขัดกัน

ไม่ยืนยันการกระทำความผิดของจำเลยให้แน่นอน ทั้งฟ้องโจทก์มิได้ยืนยันข้อเท็จจริงใดเป็นความเท็จข้อเท็จจริงใดเป็นความจริง การกระทำของจำเลยต้องมีข้อเท็จจริงเป็นความเท็จหรือเป็นความจริงเพียงอย่างเดียว มิใช่เป็นได้ทั้งสองอย่าง ดังที่โจทก์กล่าวมาในฟ้องเช่นนั้น ฟ้องโจทก์จึงไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย ทรัพยวณิช · ชุบ วีระเวคิน · แต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1976/2525

บรรยายฟ้องว่าจำเลยให้การในชั้นสอบสวนว่าอย่างไร และเบิกความในชั้นศาลว่าอย่างไร แล้วสรุปว่าจำเลยกระทำผิดฐานแจ้งความเท็จหรือเบิกความเท็จ โดยอ้างว่าหากข้อความที่จำเลยให้การในชั้นศาลเป็นความจริง ที่จำเลยให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3054/2566

การที่โจทก์บรรยายฟ้องในความผิดข้อหาเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญาตาม ป.อ. มาตรา 175 โดยกล่าวถึงข้อความซึ่งอ้างว่าจำเลยเอาความอันเป็นเท็จฟ้องโจทก์ต่อศาลว่ากระทำความผิดอาญา และได…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4129/2566

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 177 เป็นเรื่องที่ผู้กระทำความผิดนำเอาความอันเป็นเท็จไปเบิกความต่อศาลในคดีใดคดีหนึ่งซึ่งความเท็จนั้นต้องเป็นข้อสำคัญแก่คดีที่เข้าเบิกความเป็นพยานต่อศาลนั้น การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 634583)

โจทก์ทั้งสามบรรยายฟ้องเป็นทำนองเดียวกันว่า จำเลยเบิกความเท็จต่อศาลในการพิจารณาคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3745/2546 ของศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ทั้งสามกับพวกเป็นจำเลย ในข้อหาหรือฐานความผิด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12091/2558

ก่อนจับกุมโจทก์ทั้งสองได้มีการจับกุม ช. กับพวกในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ช. ให้การว่าโจทก์ทั้งสองเป็นผู้ใช้จ้างวาน จึงมีการสอบสวน ขยายผลและจับกุมโจทก์ทั้งสองมาลงบันทึกประจำวันไว้ และตามสำเนารายงานป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้