Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1905/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าได้มอบเงินให้จำเลยไปลงหุ้นจำนวน 350,000 บาท จำเลยได้ยักยอกเงินจำนวนนั้นไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 เมื่อปรากฎว่าโจทก์จำเลยได้ทำสัญญากันตามเอกสารหมาย ล.1 มีข้อความว่าจำเลยยืมเงินโจทก์ไป 350,000 บาทแล้ว ไม่สามารถใช้หนี้จำเลยให้บุคคลอื่นชำระหนี้แทนโยจำเลยเช็คเป็นประกันแก่บุคคลนั้นไว้ โจทก์ตกลงตามนั้น แสดงว่าโจทก์จำเลยทำสัญญาเอกสารหมาย ล.1 ขึ้นเพื่อระงับข้อพิพาทในเรื่องเงินที่จำเลยได้รับไปจากโจทก์แล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ในข้อหาฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 จึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยชักชวนโจทก์ให้เข้าหุ้นค้ายารักษาโรค โดยบอกโจทก์ว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลกาสินปาร์ม่าที่จำเลยมีหุ้นอยู่ส่งมาขายให้แก่ร้ายขายยาทั่วราชอาณาจักรได้กำไรดี ร้ายขายยารุ่งเรืองฟาร์มาซีที่เชียงใหม่และร้านขายยาไพศาลเวชภัณฑ์ที่พิษณุโลกก็เป็นหุ้นส่วนด้วย ถ้าโจทก์จะเข้าหุ้นจำเลยรับจัดการให้ โจทก์ตกลงเข้าหุ้นด้วยได้มอบเงินแก่จำเลย 4 ครั้ง เป็นเงิน 350,000 บาท เพื่อให้จำเลยไปจดทะเบียนเข้าหุ้นส่วนกับห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลกาสินฟาร์มาซี จำเลยรับเงินไปจากโจทก์แล้ว มิได้นำเงินไปเข้าหุ้นส่วนตามที่ตกลงไว้กับโจทก์ ทั้งนี้จำเลยมีเจตนาทุจริตเบียดบังยักยอกเงินจำนวน 350,000 บาทไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัวของจำเลยหรือบุคคลที่สามเสีย

ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย และในวันที่ 8 มีนาคม 2520 โจทก์ได้ไปที่ห้างหุ้นส่วงนสามัญนิติบุคคลกาสินฟาร์ม่าเพื่อทวงถามเงินที่จำเลยรับไปจากโจทก์คืน จำเลยได้ปิดประตูเหล็กยืดด้านหน้าของห้างกักขังโจทก์ไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง โดยจำเลยมีเจตนาหน่วงเหนี่ยวกักขังโจทก์ให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 310, 91 ก่อนไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์จำเลยแถลงยอมรับว่าโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาชดใช้หนี้สินกันแล้วตามเอกสารหมาย ล.1

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ให้ไต่สวนในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 แล้วมีคำสั่งว่าคดีโจทก์มีมูลเฉพาะมาตรา 310 จึงประทับฟ้องไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป ส่วนข้อหาตามมาตรา 352 นั้น โจทก์จำเลยยอมความกันถูกต้องตามกฎหมายแล้วสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาตามมาตรา 352โจทก์อุทธรณ์ว่า สัญญาตามเอกสารหมาย ล.1 มิใช่เรื่องยอมความกันสิทธินำคดีอาญามาฟ้องไม่ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยทำสัญญาตามเอกสารหมาย ล.1 จริงตามสัญญาดังกล่าวมีข้อความว่า จำเลยยืมเงินโจทก์ไป 350,000 บาท แล้วไม่สามารถใช้หนี้ จำเลยให้นายมานพผู้จัดการบริษัทแหลมทองการแพทย์จำกัด ชำระหนี้แทนโดยจำเลยออกเช็คไว้เป็นประกันแก่นายมานพโจทก์ตกลงตามนี้ แสดงว่าโจทก์จำเลยทำสัญญาเอกสารหมาย ล.1 ขึ้นเพราะระงับข้อพิพาทในเรื่องเงินที่จำเลยได้รับไปจากโจทก์ โดยเหตุที่โจทก์ฟ้องคดีนี้คดีนี้อ้างว่าได้มอบเงินให้จำเลยไปลงหุ้น แต่สัญญาหมาย ล.1 โจทก์กลับลงลายมือชื่อยอมรับว่าเป็นเรื่องที่จำเลยยืมเงินไปจากโจทก์ไป เหตุนี้ข้อหาฐานยักยอกย่อมฟังไม่ได้อยู่ในตัว ศาลชั้นต้นจึงให้งดไต่สวนมูลฟ้องข้อหานี้ จึงเห็นว่าสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ข้อหาฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 จึงระงับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย ทรัพยวณิช · ชุบ วีระเวคิน · แต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2212/2567

ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดว่าจำเลยมีเจตนายักยอกเอารถตู้ของกลางคันที่เช่าซื้อมาเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริตไป จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายไม่สามารถส่งมอบรถตู้คันที่เช่าซื้อคืนให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1585/2562

คดีนี้จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยเห็นว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) โดยยังมิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12675/2558

ความผิดฐานยักยอกตาม ป.อ. มาตรา 352 เป็นความผิดอันยอมความได้ โจทก์ร่วมต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้น คดีเป็นอันขาดอายุความ ตาม ป.อ. มาตรา 96 คดีนี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7832/2556

จำเลยกับพวกร่วมกันยักยอกรถยนต์ของผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อ ขณะอยู่ในความครอบครองของผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อ เมื่อในขณะกระทำความผิดผู้เสียหายที่ 2 เป็นผู้มีสิทธิครอบครองใช้ประโย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18079/2555

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานร่วมกันยักยอกทรัพย์มรดก ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานยักยอก แต่ลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฐานรับของโจร เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์มิได้ร้องทุกข์ภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้