Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1920/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยกระทำละเมิดเป็นเหตุให้ผู้เยาว์ของโจทก์บาดเจ็บสาหัสแม้โจทก์ในฐานะส่วนตัวจะเรียกค่าเสียหายมิได้เพราะบุตรไม่ถึงตายก็ตามแต่โจทก์ก็ยังมีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าเสียหายแทนบุตรผู้เยาว์ได้ ดังนั้น การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าบุตรโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขอคิดค่าเสียหายจึงถือว่าโจทก์เรียกค่าเสียหายแทนบุตรผู้เยาว์แล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ 2 ในทางการที่จ้างด้วยความประมาทชนเด็กชายระเวียงอายุ 6 ขวบ บุตรของโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส กะโหลกศีรษะยุบ มันสมองไหล กระดูกไหปลาร้าหัก เสียค่ารักษาที่โรงพยาบาลสุราษฎ์ธานี 4,700 บาท ที่โรงพยาบาลประสาทพญาไท 4,587 บาท ค่ารถระหว่างจังหวัดสุราษฎร์ธานีและกรุงเทพมหานครเป็นเงิน 611.50 บาท เด็กชายระเวียงยังไม่หายต้องรักษาพยาบาลต่อไป สมองเสื่อมสติไม่ปกติเหมือนเดิม ศึกษาเล่าเรียนต่อไปไม่ได้ และประกอบการงานไม่ได้จนตลอดชีวิตเป็นเหตุให้โจทก์ขาดไร้อุปการะคิดค่าเสียหายเป็นเงิน 70,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 79,898.50 บาท

พร้อมทั้งดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การว่าจำเลยที่ 1 มิได้ประมาท ค่ารักษาพยาบาลไม่ถึงจำนวนที่โจทก์ฟ้อง เด็กชายระเวียงไม่ถึงตายเพียงได้รับบาดเจ็บ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดไร้อุปการะ จำเลยที่ 1 ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 และไม่ได้กระทำในทางการที่จ้าง รถเกิดเหตุไม่ใช่ของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ใช้ค่ารักษาพยาบาลให้โจทก์ไปแล้ว 2,000 บาท ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรถยนต์คันเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 ขับรถคันเกิดเหตุด้วยความประมาท ในทางการที่จ้างชนเด็กชายระเวียงได้รับบาดเจ็บจนพิการตลอดชีวิต ต้องร่วมกันรับผิดตามฟ้องโดยให้หักเงิน 2,000 บาท ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ชำระแก่โจทก์ไปแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 77,898.50 บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า

โจทก์ฟ้องทั้งในฐานะส่วนตัวและในฐานะบิดาผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กชายระเวียง ในฟ้องข้อ 3 ที่โจทก์กล่าวว่าบุตรมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา โจทก์ต้องขาดไร้อุปการะจากเด็กชายระเวียงตลอดไปนั้น เป็นการฟ้องในฐานะส่วนตัวเรียกค่าเสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 วรรคสาม ส่วนที่โจทก์บรรยายว่าเด็กชายระเวียงได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะฟ้องก็ยังต้องรักษาพยาบาลอยู่ ที่เห็นได้ชัดคือสติไม่ปกติเหมือนเดิม เสียสุขภาพอนามัย สมองเสื่อม ศึกษาเล่าเรียนต่อไปอีกไม่ได้ ประกอบการงานไม่ได้จนตลอดชีวิต ทั้งไม่อาจรักษาให้หายเป็นปกติได้ ขอคิดค่าเสียหายในการนี้เพียง 10 ปีเป็นเงิน 70,000 บาท ถือได้ว่าโจทก์เรียกค่าเสียหายแทนเด็กชายระเวียงบุตรผู้เยาว์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 444 แม้ค่าเสียหายในฐานะส่วนตัวโจทก์เรียกร้องไม่ได้ตามกฎหมายเพราะเด็กชายระเวียงมิได้ถึงตาย โจทก์ก็ยังมีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าเสียหายแทนเด็กชายระเวียงบุตรผู้เยาว์ได้อยู่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพบูลย์ ไวกาสี · วิทูร เทพพิทักษ์ · ศิริ จีระมะกร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9530/2557

จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 18 ธันวาคม 2549 ก่อนสิ้นระยะเวลาอุทธรณ์ แต่เอกสารดังกล่าวสูญหายไปจากสำนวนความ เป็นเหตุที่ทำให้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6271/2554

การที่กรรมการผู้มีอำนาจร่วมกันลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทโจทก์ในใบแต่งทนายความแต่งตั้ง ว. เป็นทนายโจทก์และ ว. ลงลายมือชื่อเป็นโจทก์ฟ้องคดีนี้ ถือเป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ด้วยตนเองโดยแต่งตั้ง ว. เป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 516/2551

อำนาจฟ้องในคดีนี้เป็นของโจทก์ซึ่งเกิดจากการกระทำละเมิดของลูกจ้างในทางการที่จ้างหรือตัวแทนของจำเลย แต่เนื่องจากโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัสกายพิการและสมองได้รับการกระทบกระเทือนจนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้จน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4130/2540

เกิดเหตุรถชนแล้วจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ขับรถคู่กรณีหลบหนีไปส่อแสดงพิรุธว่าเป็นฝ่ายกระทำผิดจริง และยังต้องด้วยข้อสันนิษฐานว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้กระทำผิดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 78 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7073/2538

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ความตายของผู้ตายทำให้โจทก์ผู้เป็นสามีของผู้ตายต้องขาดรายได้จากผู้ตายเท่ากับเงินเดือนที่ผู้ตายได้รับจากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยเป็นรายเดือนเดือนละ 8,960 บาท หรือปีละ107,520 บาท เป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้