Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1922/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การอุทิศที่ดินเพื่อเป็นที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหาตกอยู่ในบังคับว่าด้วยการยกให้ไม่แม้การยกให้โดยปริยายก็มีผลทำให้ที่ดินที่ยกให้ตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินแล้วไม่จำต้องจดทะเบียนการให้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็สมบูรณ์ตามกฎหมาย การจดทะเบียนเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานที่จะดำเนินการศาลย่อมไม่อาจสั่งบังคับให้เจ้าพนักงานซึ่งมิใช่คู่ความดำเนินการจดทะเบียนที่ดินพิพาทนั้นให้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 8375 เมื่อประมาณปี 2503 จำเลยได้ขออนุญาตโจทก์ทั้งสองปลูกสร้างประตูระบายน้ำคลองบางหลวงและปรับปรุงที่ดินเพื่อก่อสร้างบ้านพักพนักงานบนที่ดินของโจทก์ทั้งสองเป็นจำนวนเนื้อที่ประมาณ 340 ตารางวา โดยตัวแทนจำเลยหลอกลวงว่ากำลังขออนุมัติเบิกซื้อที่ดินต่อผู้บังคับบัญชา โจทก์ทั้งสองหลงเชื่อจึงมิได้ทักท้วง แต่จำเลยไม่ชำระค่าที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ทั้งสอง ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายขาดประโยชน์ที่ควรได้รับ ขอให้บังคับจำเลยทำการแบ่งแยกที่ดินที่จำเลยก่อสร้างประตูระบายน้ำและบ้านพักบริเวณประตูระบายน้ำคลองบางหลวงเนื้อที่340 ตารางวา ออกจากที่ดินของโจทก์ทั้งสอง และขอให้ชดใช้ค่าที่ดินให้แก่โจทก์ทั้งสองกับชดใช้ค่าเสียหายในกรณีที่โจทก์ขาดรายได้จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินใช้เพื่อการชลประทาน โดยจำเลยตกลงซื้อที่ดินจากผู้มีกรรมสิทธิ์เมื่อประมาณ 40 ปีมาแล้ว แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนนิติกรรมอีกนี้ โดยเจ้าของที่ดินดังกล่าวได้สละการครอบครองให้แก่จำเลยเพื่อใช้เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน

จำเลยได้ปักหลักเขตชลประทานเป็นเนื้อที่ 2 ไร่เศษ โดยปลูกสร้างอาคารประตูระบายน้ำ บ้านพักและสถานที่ปฏิบัติงาน การที่จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทเป็นเวลาถึง 40 ปี โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องราคาที่ดินจากจำเลยเนื่องจากสิทธิดังกล่าวขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้องและให้บังคับโจทก์ทั้งสองนำที่ดินโฉนดเลขที่ 8375 ไปทำการรังวัดแบ่งแยกกันเขตที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้ประโยชน์เพื่อการชลประทานออกจากโฉนดดังกล่าว หากโจทก์ทั้งสองไม่ปฏิบัติตามก็ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาโจทก์ทั้งสองให้การแก้ฟ้องแย้งเกินกำหนด ศาลชั้นต้นไม่รับคำให้การแก้ฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ทั้งสองนำที่ดินโฉนดเลขที่ 8375 ไปทำการรังวัดแบ่งแยกกันเขตที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินออกจากโฉนดดังกล่าว โดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย

หากโจทก์ทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์ทั้งสองโจทก์ ทั้ง สอง และ จำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโจทก์ ทั้ง สอง และ จำเลย ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 8375 เนื้อที่ 7 ไร่ 2 งาน 8 ตารางวา โจทก์ทั้งสองได้รับยกให้จากนางฮุ้น ไช่ไหล มารดาของโจทก์ทั้งสองเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2502 จำเลยได้ครอบครองที่ดินพิพาทสร้างเป็นประตูระบายน้ำ บ้านพักและที่ทำการของจำเลยโดยไม่ได้ซื้อและไม่ได้ให้ค่าตอบแทนแก่นางฮุ้นเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิมรวมทั้งโจทก์ทั้งสองด้วย จำเลยได้ใช้ที่ดินพิพาทเพื่อการชลประทานและก่อสร้างประตูระบายน้ำมาไม่ต่ำกว่า 10 ปีแล้ว แล้ววินิจฉัยว่า

นางฮุ้นได้สละการครอบครองโดยยกให้แก่จำเลยโดยปริยายแล้วตั้งแต่ประมาณปี 2490 เมื่อจำเลยได้เข้าไปครอบครองดูแลและใช้ที่ดินพิพาทก่อสร้างประตูระบายน้ำตลอดจนบ้านพักและที่ทำการของจำเลยเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ อีกทั้งได้มีการปักหลักเขตของจำเลยที่มีเครื่องหมายว่า ชป. ทั้งสี่ด้าน อันแสดงถึงเขตที่ดินที่จำเลยครอบครองเป็นส่วนสัดในที่ดินพิพาท ดังนั้น ที่ดินพิพาทจึงตกเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1304(3) นับแต่ที่นางฮุ้นสละการครอบครองยกให้แก่จำเลย ถึงแม้ต่อมาโจทก์ทั้งสองจะได้รับโอนที่ดินพิพาทไว้เมื่อปี2502 ก็ไม่อาจอ้างความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ขึ้นต่อสู้จำเลยได้เพราะการอุทิศที่ดินเพื่อเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหาตกอยู่ในบังคับว่าด้วยการยกให้ไม่

แม้การยกให้โดยปริยายก็มีผลทำให้ที่ดินที่ยกให้นั้นตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินแล้วไม่จำต้องจดทะเบียนการให้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็สมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว แต่ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ไปทำการรังวัดแบ่งแยกเขตที่ดินพิพาทซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายหากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์ และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนนั้นเห็นว่า การที่นางฮุ้นมารดาโจทก์ทั้งสองตกลงยกที่ดินพิพาทให้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินก่อนยกที่ดินพิพาทให้โจทก์ทั้งสองแล้ว ที่ดินพิพาทก็ตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินทันทีแต่การจดทะเบียนเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานที่จะดำเนินการ

ศาลย่อมไม่อาจสั่งบังคับให้เจ้าพนักงานซึ่งมิใช่คู่ความดำเนินการจดทะเบียนที่ดินพิพาทนั้นให้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินได้เช่นกัน ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้องพิพากษาแก้เป็นว่า ที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินให้ยกคำขอที่ให้โจทก์ทั้งสองนำที่ดินโฉนดเลขที่ 8375 ไปทำการรังวัดแบ่งแยกกันเขตที่ดินส่วนที่ทำเครื่องหมายเส้นสีแดงตามหลัก ลบ.1ลบ.2 ลบ.6 และลบ.8 ในแผนที่พิพาทเอกสารหมาย ล.2 ออกจากโฉนดดังกล่าวโดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย หากโจทก์ทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์ทั้งสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวีชัย เจริญบัณฑิต · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · ดุสิต เพชรปลูก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5661/2567

แบบขออนุญาตสร้างทางเป็นเพียงแบบพิมพ์ แม้จำเลยที่ 1 ไม่ได้นำพนักงานเจ้าหน้าที่มาเบิกความรับรองนั้น แต่ในชั้นพิจารณาโจทก์มิได้คัดค้านการนำเอกสารดังกล่าวมาสืบ จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2911/2566

แม้ ผ. จะมีชื่อเป็นผู้รับโอนสิทธิครอบครองที่พิพาทร่วมกับ ม. ตามคำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 613/2531 ของศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2531 แต่ต้องถือว่าเป็นการครอบครองทำประโยชน์ในฐานะเจ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1434/2563

หนังสือแสดงความประสงค์เรื่อง การอุทิศที่ดินให้กับทางราชการหรือยินยอมให้ทางราชการเข้าไปดำเนินการเพื่อให้มีการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทำขึ้นระหว่างโจทก์ทั้งสองในฐานะผู้บริจาคกับจำเลยในฐานะผู้รับบริจาค แม้จะม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1457/2563

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร โดยไม่ได้บรรยายฟ้องถึงองค์ประกอบความผิดว่าจำเลยกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14595/2558

โจทก์และจำเลยต่างโต้เถียงกันว่า ร.ได้อุทิศที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ หากที่ดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จำเลยย่อมมีอำนาจหน้าที่ครอบครองดูแลรักษาตามกฎหมาย แต่ถ้าโจทก์ชนะคดีย่อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้