Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1925/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินฯ มาตรา 18 และ 19 กำหนดให้ผู้รับประเมินหรือบุคคลผู้พึงชำระค่าภาษีมีหน้าที่ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี โดยนำค่ารายปีของปีที่ล่วงมาแล้วเป็นหลักในการคำนวณภาษีที่จะต้องเสียในปีต่อมา ดังนั้น ทรัพย์สินที่บริษัทจำเลยใช้ในปี 2539 จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องยื่นรายการภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2540 เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการประเมินและแจ้งจำนวนภาษีที่ต้องชำระไปยังจำเลย เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ประเมินภาษีของโจทก์ทำแบบแจ้งรายการคำนวณภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปี 2540 ให้แก่จำเลยซึ่งได้รับทราบแล้ว หากไม่พอใจจำเลยก็ชอบที่จะยื่นคำโต้แย้งคัดค้านการประเมินหรือขอให้พิจารณาการประเมินนั้นใหม่ตามมาตรา 25 ได้ และหากยังไม่พอใจในการชี้ขาดการประเมินก็อาจนำคดีไปสู่ศาลเพื่อแสดงให้ศาลเห็นว่าการประเมินนั้นไม่ถูกต้องได้แต่ต้องกระทำภายใน 30 วัน นับแต่วันรับแจ้งความให้ทราบคำชี้ขาดตามมาตรา 31วรรคหนึ่ง ทั้งนี้จำเลยจะต้องชำระค่าภาษีทั้งสิ้นซึ่งถึงกำหนดต้องชำระเสียก่อนตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง เมื่อจำเลยมิได้ปฏิบัติตาม จำเลยย่อมไม่มีสิทธิโต้แย้งคัดค้านหรือยื่นคำให้การต่อสู้คดีว่าการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปี 2540 ของโจทก์ไม่ชอบจำเลยต้องรับผิดชำระค่าภาษีดังกล่าวพร้อมเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 10 ของค่าภาษีที่ต้องชำระตามมาตรา 43(4) เนื่องจากจำเลยมิได้นำเงินมาชำระภายใน 4 เดือน นับแต่วันพ้นกำหนดระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมิน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 18 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 19 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 25 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 31 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 39 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 43

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 มีหน้าที่จัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 43565ตำบลลำไทร อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี จำนวน 1,611 ไร่ 96 ตารางวา และเป็นเจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นเลขที่ 29 หมู่ที่ 7 ตำบลลำไทร อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ประกอบด้วยอาคารสโมสรเป็นตึก 3 ชั้น ชั้นที่ 1 พื้นที่2,982 ตารางเมตร ชั้นที่ 2 พื้นที่ 1,104 ตารางเมตร ชั้นที่ 3 พื้นที่ 814 ตารางเมตรรวม 4,900 ตารางเมตร เพื่อเป็นที่ติดต่อสอบถาม จำหน่ายบัตร จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม

อุปกรณ์การเล่นกอล์ฟ มีล็อกเกอร์เก็บของและห้องน้ำสำหรับผู้มาใช้บริการมีพื้นที่ลาดคอนกรีต 10,000 ตารางเมตร ถนนลาดยาง 140,000 ตารางเมตร ลานจอดรถ 8,000 ตารางเมตร พื้นที่สนามกอล์ฟซึ่งเป็นที่ดินที่ใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ อีก 551,060 ตารางเมตร โดยจำเลยปรับสภาพพื้นดินผิดจากธรรมชาติ คือ ขุดหลุม ขุดบ่อ ทำเนินดินปรับแต่งเป็นพิเศษ วางท่อสำหรับรดน้ำต้นไม้ปลูกหญ้าเพื่อการตีกอล์ฟ สร้างถนน สร้างสะพานทำทางเดินเพื่อให้เป็นสนามกอล์ฟขนาดมาตรฐานมี 4 โซน 36 หลุม มีซุ้มคอนกรีตสำหรับเป็นที่พักของผู้เล่นกอล์ฟเป็นระยะ ๆ มีร้านอาหารและเครื่องดื่มไว้บริการตลอดจนมีอาคารเก็บพัสดุอุปกรณ์การบำรุงรักษาสนาม

สนามกอล์ฟมิได้แยกออกจากบริเวณอาคารสโมสรซึ่งตามปกติจะใช้ไปด้วยกันกับอาคารสโมสรและสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ โดยผู้ใช้บริการต้องเสียค่าบริการที่อาคารสโมสรก่อนลงเล่นกอล์ฟ มีลานจอดรถและลานคอนกรีตต่อเนื่องกับตัวอาคารสโมสรสำหรับเป็นที่จอดรถยนต์ของผู้มาใช้บริการมีถนนลาดยางสำหรับรถไฟฟ้าที่ให้บริการแก่ผู้เล่นกอล์ฟภายในสนาม จำเลยใช้ประโยชน์จากสนามเป็นสถานที่ให้บุคคลทั่วไปเข้าไปเล่นกอล์ฟโดยเสียค่าตอบแทน จำเลยจึงต้องยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินปี 2540 ขณะนั้นเป็นเวลาที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีทำหน้าที่จัดเก็บภาษีให้แก่โจทก์ จำเลยไม่ได้ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษี พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินค่ารายปีเป็นเงินทั้งสิ้น 9,639,400 บาท

คำนวณภาษีอัตราร้อยละ 12.5 ของค่ารายปีเป็นเงิน 1,204,925 บาท มีการแจ้งให้ตัวแทนจำเลยทราบ จำเลยรับทราบการประเมินโดยชอบวันที่ 4 ธันวาคม 2540 แต่มิได้ยื่นอุทธรณ์หรือโต้แย้งการประเมินหรือขอให้พิจารณาการประเมินนั้นใหม่ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่จำเลยได้รับหนังสือแจ้งการประเมิน ต่อมาวันที่ 20 เมษายน 2541 โจทก์รับมอบงานจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินจากส่วนอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี จึงดำเนินการเรียกภาษีที่ค้างชำระจากจำเลยครบ 30 วัน จำเลยไม่นำเงินมาชำระนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมินจึงต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 10 ของค่าภาษีที่ต้องชำระเป็นเงิน 120,492.50บาท โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระภาษีโรงเรือนและที่ดินพร้อมเงินเพิ่มตามกฎหมายแก่โจทก์จำนวน 1,325,417.50 บาทจำเลยให้การว่า

จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพร้อมอาคารสิ่งปลูกสร้างตามฟ้อง แต่พื้นที่สนามกอล์ฟมิใช่ที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้น ๆสนามกอล์ฟเป็นทรัพย์ประธานมิใช่ส่วนประกอบ และสนามกอล์ฟจัดอยู่ในมาตรา 6(2)แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 ซึ่งได้ถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2475 มาตรา 4 จึงไม่อาจนำวิธีการคิดค่ารายปีเพื่อจัดเก็บภาษีตามมาตรา 16 มาใช้บังคับแก่สนามกอล์ฟได้คงต้องบังคับตามพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 มาตรา 6 และมาตรา 7ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาได้วินิจฉัย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะพนักงานเจ้าหน้าที่ส่วนอำเภอลำลูกกาซึ่งเป็นเจ้าพนักงานเก็บภาษียังไม่เคยประเมินภาษีไปยังจำเลย จำเลยจึงไม่อาจใช้สิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์การประเมินของโจทก์ตามมาตรา 25 และ 26 ได้โจทก์ไม่มีอำนาจจัดเก็บภาษีเพราะขณะความรับผิดภาษีเกิดขึ้นที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของจำเลยอยู่ในอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีจัดเก็บ

โจทก์บรรยายฟ้องเคลือบคลุมมิได้อ้างอำนาจกฎหมายใดที่ทำให้โจทก์เกิดสิทธิหน้าที่ในการจัดเก็บ ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาตามอุทธรณ์โจทก์ข้อแรกว่า จำเลยได้รับแจ้งการประเมินให้เสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน ประจำปีภาษี 2540 แล้ว แต่มิได้โต้แย้งคัดค้านการประเมินหรือยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ จึงไม่มีสิทธิโต้แย้งว่าการประเมินไม่ชอบหรือไม่ โจทก์มีนางอุษาง้าวหิรัญพัฒน์ พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ประเมินภาษีจำเลยเบิกความว่าปี 2540 พยานทำงานอยู่ที่ส่วนอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี จำเลยมิได้ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2540 พยานจึงทำแบบแจ้งรายการคำนวณภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2540 ให้แก่จำเลยตามเอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 24ถึง 26 และแจ้งรายการประเมินตามใบแจ้งรายการประเมิน

ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2540ตามเอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 36 ซึ่งนายวิชัย ธิมา ได้รับใบแจ้งการประเมินดังกล่าวแล้วตามเอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 35 ส่วนจำเลยมีนายวิชัย ธิมา กรรมการบริษัทจำเลยเบิกความว่า โจทก์มิได้แจ้งการประเมินแก่จำเลย พยานลงชื่อในต้นขั้วใบแจ้งรายการประเมิน เอกสารหมาย จ.2 แผ่นที่ 24 ด้านหลัง เพราะเข้าใจว่ารับใบแจ้งรายการประเมินภาษีปี 2539 ดังปรากฏตามข้อความในใบแจ้งรายการประเมินเอกสารหมาย ล.1แผ่นที่ 2 ว่าเป็นภาษีโรงเรือนปี 2539 พยานรับเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 2 วันที่ 4 ธันวาคม2540 ต่อมาวันที่ 8 ธันวาคม 2540 จำเลยทำหนังสือถึงนายอำเภอลำลูกกาขอให้สั่งเจ้าพนักงานประเมินภาษีจำเลยตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งเห็นว่าสนามกอล์ฟของศูนย์การฝึกการรถไฟแห่งประเทศไทย

ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 แต่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ตามพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.4 แผ่นที่ 18 วันที่ 16 ธันวาคม 2540 นายอำเภอลำลูกกามีหนังสือหารือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีว่าจำเลยจะต้องเสียภาษีตามกฎหมายใด ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.4 แผ่นที่ 16 และ 17 เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 18 และมาตรา 19 กำหนดให้ผู้รับประเมินหรือบุคคลผู้พึงชำระค่าภาษีมีหน้าที่ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีโดยนำค่ารายปีของปีที่ล่วงแล้วเป็นหลักในการคำนวณภาษีซึ่งจะต้องเสียในปีต่อมา

ดังนั้นทรัพย์สินที่จำเลยใช้ในปี 2539 จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องยื่นรายการทรัพย์สินภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2540 เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการประเมินและแจ้งจำนวนภาษีที่ต้องชำระไปยังจำเลยภาษีดังกล่าวเรียกว่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน ประจำปีภาษี 2540 คดีนี้นางอุษาพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ประเมินภาษีได้ทำแบบแจ้งรายการคำนวณภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2540 ให้แก่จำเลย ตามเอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 24 ถึง 26และแจ้งรายการประเมินตามใบแจ้งรายการประเมิน ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2540 ตามเอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 36 ซึ่งนายวิชัยกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยได้รับใบแจ้งการประเมินดังกล่าวแล้วตามเอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 35 ใบแจ้งรายการประเมินดังกล่าวเป็นการแจ้งรายการประเมินภาษีประจำปีภาษี 2540 สำหรับทรัพย์สินที่จำเลยได้ใช้ในปี 2539 มิใช่เป็นการแจ้งรายการประเมินภาษีปี 2539 ดังที่จำเลยเข้าใจ

ดังนั้น เมื่อจำเลยได้รับแจ้งการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2540 โดยชอบแล้วหากจำเลยไม่พอใจการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยก็ชอบที่จะยื่นคำโต้แย้งคัดค้านการประเมินหรือขอให้พิจารณาการประเมินนั้นใหม่ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 และหากจำเลยยังไม่พอใจการชี้ขาดการประเมิน ก็อาจนำคดีไปสู่ศาลเพื่อแสดงให้ศาลเห็นว่าการประเมินนั้นไม่ถูกต้องได้แต่ต้องกระทำภายในสามสิบวันนับแต่วันรับแจ้งความให้ทราบคำชี้ขาดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 31 วรรคหนึ่ง ทั้งนี้จำเลยจะต้องชำระค่าภาษีทั้งสิ้น ซึ่งถึงกำหนดต้องชำระเสียก่อนตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว เมื่อจำเลยมิได้ปฏิบัติตามจำเลยย่อมไม่มีสิทธิโต้แย้งคัดค้านหรือยื่นคำให้การต่อสู้คดีว่าการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2540 ของโจทก์ไม่ชอบ

จำเลยจึงต้องรับผิดชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2540 เป็นเงิน 1,204,925 บาท แก่โจทก์พร้อมเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 10 ของค่าภาษีที่ต้องชำระตามมาตรา 43(4) เนื่องจากจำเลยไม่นำเงินมาชำระภายในสี่เดือนนับแต่วันพ้นกำหนดระยะเวลาสามสิบวันนับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมิน เป็นเงินค่าภาษีเพิ่ม 120,492.50 บาท รวมเป็นเงิน1,325,417.50 บาท ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามา ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยอุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น และคดีไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นในข้ออื่นต่อไป เพราะมิได้ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2540พร้อมเงินเพิ่มตามกฎหมายเป็นเงิน 1,325,417.50 บาท แก่โจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิรัช ลิ้มวิชัย · วิชัย ชื่นชมพูนุท · ทองหล่อ โฉมงาม
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3899/2552

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดินฯ มาตรา 18 และ 19 กำหนดให้ผู้รับประเมินหรือบุคคลผู้พึงชำระค่าภาษีมีหน้าที่ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีภายในเดือนกุมภาพันธ์ โดยนำค่ารายปีของปีที่ล่วงมาแล้วนับเป็นหลักในการค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 37/2549

จำเลยได้รับแจ้งการประเมินจากพนักงานเก็บภาษีสำหรับค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2535 และ 2536 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2537 จำเลยซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องนำค่าภาษีไปชำระภายใน 90 วัน นับแต่ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 479/2541

สัญญาเช่าทรัพย์สินระหว่างกรมโรงงานอุตสาหกรรมผู้ให้เช่ากับโจทก์ผู้เช่าระบุว่าโจทก์มีหน้าที่ชำระภาษีโรงเรือนและที่ดินแทนผู้ให้เช่า การที่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7336/2537

ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 ผู้รับการประเมินจะนำคดีมาฟ้องว่า การประเมินไม่ถูกต้องตามมาตรา 31ต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติมาตรา 39 ก่อนนำคดีมาฟ้องต่อศาล โจทก์ผู้รับการประเมินจะต้องชำระค่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1288/2530

พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์แจ้งรายการประเมินภาษีโรงเรือนให้จำเลยทราบ จำเลยมิได้ยื่นคำร้องโต้แย้งคัดค้านการประเมินหรือขอให้พิจารณาใหม่ และมิได้ชำระค่าภาษีให้โจทก์ตามขั้นตอนที่ พ.ร.บ. ภาษีโรงเรือนและที่ด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้