Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19276/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยนำกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งเป็นเอกสารปลอมทั้งสองฉบับไปแสดงแก่ผู้เสียหายเพื่อขอรับเงินเบี้ยประกัน ถือได้ว่ามีเจตนาให้ผู้เสียหายจ่ายเงินตามเบี้ยประกันตามกรมธรรม์ซึ่งเป็นเอกสารปลอมแต่ละฉบับแยกจากกันเป็นคนละส่วนคนละจำนวน แม้จำเลยจะกระทำในครั้งเดียวกันก็เป็นความผิดที่เกิดขึ้นต่างหากแยกจากกันได้โดยชัดเจน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91, 264, 265, 268 ริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป รวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี รวมเป็นจำคุก 2 ปี ริบของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า กระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า ในวันและเวลาเกิดเหตุตามฟ้องมีคนร้ายทำปลอมซึ่งกรมธรรม์ประกันภัยที่บริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ออกให้แก่บริษัทเมืองนิมิตร จำกัด ผู้เสียหาย รวม 2 ฉบับ ตามวิธีการที่โจทก์บรรยายในฟ้อง ต่อมาจำเลยซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายตัวแทนและนายหน้าบริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวไปแสดงแก่ผู้เสียหายเพื่อขอรับเงินเบี้ยประกันทั้งที่รู้ว่าเป็นเอกสารปลอม

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือความผิดหลายกรรมต่างกัน

พิเคราะห์แล้วปัญหาดังกล่าวศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบให้เห็นว่าจำเลยนำกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งเป็นเอกสารปลอมทั้ง 2 ฉบับ ตามฟ้องไปแสดงแก่ผู้เสียหายเพื่อขอรับเงินเบี้ยประกันในครั้งเดียวกันหรือต่างครั้งกัน จึงต้องฟังว่ามีการแสดงกรมธรรม์ทั้ง 2 ฉบับ ดังกล่าวเพื่อขอรับเงินเบี้ยประกันในครั้งเดียวกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานใช้เอกสารปลอมเพียงกรรมเดียว โจทก์ฎีกาว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมีน้ำหนักรับฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยนำกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งเป็นเอกสารปลอมทั้ง 2 ฉบับ ตามฟ้องไปแสดงแก่ผู้เสียหายเพื่อขอรับเงินเบี้ยประกันต่างครั้งกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

เห็นว่า การที่จำเลยนำกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งเป็นเอกสารปลอมทั้ง 2 ฉบับ ตามฟ้องไปแสดงแก่ผู้เสียหายเพื่อขอรับเงินเบี้ยประกันถือได้ว่ามีเจตนาให้ผู้เสียหายจ่ายเงินเบี้ยประกันตามกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งเป็นเอกสารปลอมแต่ละฉบับแยกจากกันเป็นคนละส่วนคนละจำนวน แม้จำเลยจะกระทำในครั้งเดียวกันตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยก็ยังถือว่าเป็นความผิดที่เกิดขึ้นต่างหากแยกจากกันได้โดยชัดเจนเป็นการเฉพาะ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้โจทก์มิได้ยกขึ้นอ้างในฎีกา แต่ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยให้ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และเมื่อโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดโดยกล่าวอ้างว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมีน้ำหนักรับฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยนำกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งเป็นเอกสารปลอมทั้ง 2 ฉบับ ตามฟ้องไปแสดงแก่ผู้เสียหายเพื่อขอรับเงินเบี้ยประกันต่างครั้งกัน

อันถือเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทำนองขอให้เพิ่มเติมโทษจำเลย ศาลฎีกาจึงมีอำนาจพิพากษาให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดได้ กรณีไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่า จำเลยนำกรมธรรม์ประกันภัยซึ่งเป็นเอกสารปลอมทั้ง 2 ฉบับ ตามฟ้องไปแสดงแก่ผู้เสียหายเพื่อขอรับเงินเบี้ยประกันต่างครั้งกันตามที่โจทก์ฎีกาหรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิรุฬห์ แสงเทียน · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายสะสม สิริเจริญสุข
ศาลอุทธรณ์ - นายทวีนัส พรรณพงาพันธุ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.2689/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ2899/2548
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ3741/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1496/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งว่า จำเลยประกอบอาชีพให้บริการรับยื่นขอวีซ่า ใบถิ่นที่อยู่ ใบต่างด้าว และสามารถยื่นคำขอเปลี่ยนสั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3414/2565

แม้คำฟ้องจะบรรยายความผิดฐานฉ้อโกงมาด้วย แต่การกระทำอันเดียวกันอาจเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือยักยอกฐานหนึ่งฐานใดก็ได้ และเป็นเรื่องในใจของจำเลยว่าจำเลยมีเจตนาปลอมใบส่งของและใบเสร็จรับเงินเพื่อการหลอกลวงให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3823/2563

สัญญาบันทึกข้อตกลงชดใช้ค่าเสียหายมี ส. และผู้เสียหายร่วมลงลายมือชื่อเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่า ผู้เสียหายยินยอมชำระเงินให้แก่ ส. ซึ่งเป็นตัวแทนหรือผู้รับมอบอำนาจช่วงของบริษัท ด. โดยเอกสารดังกล่าวมีห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1352/2563

แม้การทำปลอมสำเนาใบส่งสินค้า/สำเนาใบกำกับภาษีและสำเนาใบวางบิล ผู้กระทำมีเจตนามุ่งให้เกิดผลเป็นหนี้ค่าสินค้าแยกต่างหากจากกันรวม 6 ครั้ง แต่การขายเอกสารปลอมทั้ง 6 ฉบับดังกล่าวโดยการโอนสิทธิเรียกร้องให้แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19144/2555

การที่จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันมีไว้ในครอบครองเพื่อขายและขายเครื่องปรับอากาศของกลาง 250 เครื่อง ที่ยังมิได้เสียภาษีสรรพสามิต และจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันปลอมเครื่องหมาย (สติกเกอร์) แสดงการเสียภาษีสรรพ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้