Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1932/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทโจทก์ที่กำหนดว่า การเรียกเงิน ยอมรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้อื่นเพื่อตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งทำให้เสียความเที่ยงธรรมในการปฏิบัติหน้าที่หรือทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย เป็นความผิดกรณีร้ายแรงนั้น หมายถึงการที่ลูกจ้างของโจทก์ได้เรียกเงิน ยอมรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้อื่น โดยมีความมุ่งหมายที่จะไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม หรือลักษณะของการกระทำดังกล่าวทำให้เสียความเที่ยงธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นผลที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ การที่ ก. ลูกจ้างโจทก์ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการกู้ยืมเงิน ท. ลูกจ้างโจทก์ ตำแหน่งพนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งเป็นผู้ที่สนิทสนมกับ ก. โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผลจากการกู้ยืมเงินดังกล่าวเป็นเหตุให้เสียความเที่ยงธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของ ก. หรือทำให้โจทก์เสียหายแต่อย่างใด การกระทำของ ก. ดังกล่าวไม่เป็นความผิดที่ร้ายแรง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยแก่นายโกวิท จำนวน ๙๙,๒๐๐ บาท เนื่องจากนายโกวิทกระทำผิดข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีที่ร้ายแรง โจทก์จึงมีหนังสือเลิกจ้างนายโกวิท

จำเลยให้การว่า คำสั่งพนักงานตรวจแรงงานซึ่งออกโดยจำเลยชอบด้วยกฎหมายและไม่มีเหตุที่จะเพิกถอน นายโกวิทไม่ได้กระทำความผิด หนังสือเลิกจ้างของโจทก์มิได้ระบุเหตุผลแห่งการเลิกจ้างไว้ โจทก์จึงต้องจ่าย ค่าชดเชย ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานพิจารณาแล้ว คดีนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ประกอบกิจการ รับบริการรักษาความปลอดภัย นายโกวิท โพธิ์แก้ว เป็นลูกจ้างโจทก์ ครั้งสุดท้ายเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ ๑๒,๔๐๐ บาท ส่วนนางทองจันทร์ โสมอินทร์ เป็นลูกจ้างโจทก์ ทำหน้าที่พนักงานรักษาความปลอดภัย และนายโกวิทเคยเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของนางทองจันทร์ นายโกวิทเคยยืมเงินจาก นางทองจันทร์หลายครั้ง ต่อมานายโกวิทได้ยืมเงินจากนางทองจันทร์อีกรวม ๖,๐๐๐ บาท แล้วไม่คืนเงินที่ยืมให้แก่ นางทองจันทร์ นางทองจันทร์จึงร้องเรียนต่อโจทก์ โจทก์เห็นว่าการกระทำของนายโกวิทเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับ

เกี่ยวกับการทำงานของโจทก์กรณีร้ายแรงจึงมีคำสั่งเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย นายโกวิทได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน จำเลยในฐานะพนักงานตรวจแรงงานสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า นายโกวิทไม่ได้กระทำความผิดร้ายแรงจึงมีคำสั่งให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยจำนวน ๙๙,๒๐๐ บาท แก่นายโกวิท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า คำสั่งของจำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์ที่ว่า "เรียกเงิน ยอมรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้อื่นเพื่อตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งทำให้เสียความเที่ยงธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ หรือทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย" เป็นความผิดกรณีร้ายแรงนั้น หมายถึง การที่พนักงานหรือลูกจ้างของโจทก์คนใดได้เรียกเงิน

ยอมรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้อื่น โดยมีความมุ่งหมายที่จะไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรมหรือลักษณะของการกระทำดังกล่าวทำให้เสียความ เที่ยงธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นผลที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า การที่นายโกวิทกู้ยืมเงินจากนางทองจันทร์หลายครั้งก็เป็นเพียงการกู้ยืมเงินส่วนตัวในลักษณะคนที่รู้จักคุ้นเคยกันเท่านั้น และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผลจากการกู้ยืมเงินดังกล่าวเป็นเหตุให้เสียความเที่ยงธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของนายโกวิทหรือทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด การกระทำของนายโกวิทดังกล่าวไม่เป็นความผิดที่ร้ายแรง โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะเลิกจ้างนายโกวิทโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย คำสั่งของจำเลยที่ให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยให้แก่นายโกวิท ชอบแล้วไม่มีเหตุจะเพิกถอน อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน (ปัญญา สุทธิบดี- พันธาวุธ ปาณิกบุตร - หัสดี ไกรทองสุก)()ศาลแรงงานกลาง - นางสาวเปรมรัตน์ วิจารณาญาณศาลอุทธรณ์ -

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8631/2550

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฯ มาตรา 123 วรรคหนึ่ง เป็นการให้สิทธิลูกจ้างเลือกที่จะนำคดีเสนอต่อศาลแรงงานหรือยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้พนักงานตรวจแรงงานดำเนินการตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฯ ทางใดทางห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3306/2567

ระเบียบข้อบังคับการทำงานของจำเลย หมวดที่ 10 ระเบียบวินัยและมาตรการในการลงโทษทางวินัย ข้อ 14 กำหนดโทษสำหรับพนักงานที่กระทำผิดวินัยไว้ทั้งสิ้น 7 ประการ โดยไม่มีเรื่องการลงโทษปรับเงิน แต่การที่โจทก์ลงโทษ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 706930)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 710790)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 39/2567

ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 12 หมายความว่า หากผู้รับเหมาช่วงซึ่งเป็นนายจ้างมีค่าจ้างหรือเงินอื่นที่ต้องจ่ายแก่ลูกจ้าง ผู้รับเหมาช่วงถัดขึ้นไปจนถึงผู้รับเหมาชั้นต้นต้องร่วมรับผิดกับผู้รับเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้