Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1933/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของป่าช้าซึ่งสาธารณชนใช้เผาและฝังศพมานานหลายสิบปีแล้ว จึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน แม้ต่อมาทางการจะไม่ให้เผาและฝังศพอีก ได้มีการล้างป่าช้าและสร้างสำนักงานราชการขึ้น แต่ก็ไม่ปรากฏว่าได้มีการออกพระราชกฤษฎีกาให้ถอนสภาพที่ดินจากป่าช้าสาธารณะสำหรับสาธารณชนใช้ร่วมกันตามมาตรา 8 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ดังนั้น แม้สาธารณชนจะเลิกใช้บริเวณที่พิพาทเป็นป่าช้า ที่พิพาทก็ยังคงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 ทางราชการจะออกโฉนดหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์สำหรับที่พิพาทให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นเอกชนหาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 1304 ป.พ.พ. มาตรา 1334 ป.ที่ดิน มาตรา 8

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้จับจองครอบครองที่ดินที่ตำบลประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองฯ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 1 แปลง ได้แจ้งการครอบครองและได้รับหนังสือรับรองการทำประโยชน์แล้วโจทก์ได้ยื่นขอรังวัดเพื่อออกโฉนด จำเลยได้สั่งให้สอบสวนว่าที่โจทก์เป็นที่สาธารณะหรือป่าช้าหรือไม่ และได้สั่งให้ยกเลิกการรังวัดกับยกเลิกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของโจทก์เสีย จำเลยได้ใช้รถเกรดที่ดินของโจทก์ โดยอ้างว่าเป็นป่าช้า โจทก์ห้ามก็ไม่ฟังจึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องให้จำเลยลงชื่อประทับตราประจำตำแหน่งในโฉนดที่ดินของโจทก์ให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งที่จำเลยให้ถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์หากจำเลยไม่จัดการก็ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน

จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของป่าช้าบ้านค่ายอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์หรือตัวแทนมิได้เข้าจับจองหรือครอบครองที่พิพาท หากศาลฟังว่าที่พิพาทมิใช่ที่สาธารณะที่พิพาทก็เป็นที่รกร้างว่างเปล่า ตกเป็นของรัฐ แบบแจ้งการครอบครองและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ออกให้โจทก์โดยมิชอบ เมื่อคณะกรรมการสอบสวนสภาพที่ดินได้ลงมติว่าที่พิพาทเป็นที่ป่าช้าสาธารณะจำเลยจึงได้งดการออกโฉนดและแจ้งให้นายอำเภอยกเลิกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายโดยชอบ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า ทีพิพาทไม่ใช่ป่าช้าสาธารณะ พิพากษากลับเป็นว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่พิพาท ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง และให้จำเลยลงชื่อประทับตราประจำตำแหน่งในโฉนดที่ดินของโจทก์กับให้เพิกถอนคำสั่งที่ให้ถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่พิพาทหากจำเลยไม่จัดการ ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของป่าช้าบ้านค่าย และวินิจฉัยว่าเขตที่ดินป่าช้านี้สาธารณชนทั่ว ๆ ไปใช้เผาและฝังศพมานานหลายสิบปีแล้ว จึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน แม้ต่อมาทางการจะไม่ให้เผาและฝังศพอีก ได้มีการล้างป่าช้าและสร้างเป็นสำนักงานราชการขึ้นแต่ก็ไม่ปรากฏว่าได้มีการออกพระราชกฤษฎีกา ให้ถอนสภาพที่ดินจากป่าช้าสาธารณะสำหรับสาธารณชนใช้ร่วมกันตามความในมาตรา 8 วรรค 2 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ดังนั้น ถึงแม้สาธารณชนจะเลิกใช้บริเวณที่พิพาทเป็นป่าช้าที่พิพาทก็ยังคงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 ทางราชการจะออกโฉนดหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์สำหรับที่พิพาทให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นเอกชนไม่ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิสัณห์ ลีตเวทย์ · เฉลิม กรพุกกะณะ · ชลอ จามรมาน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 717482)

ที่ดินพิพาทในส่วนที่อ้างว่างอกจากที่ดินของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ที่ 6 และที่ 7 มีสภาพเป็นพื้นที่หาดทรายทั้งแปลง และที่ดินพิพาทในส่วนที่อ้างว่างอกจากที่ดินของโจทก์ที่ 11 ถึงที่ 16 มีสภาพเป็นพื้นที่หาดทรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2911/2566

แม้ ผ. จะมีชื่อเป็นผู้รับโอนสิทธิครอบครองที่พิพาทร่วมกับ ม. ตามคำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 613/2531 ของศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2531 แต่ต้องถือว่าเป็นการครอบครองทำประโยชน์ในฐานะเจ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5776/2562

เมื่อทางพิพาทส่วนแรกเป็นทางสาธารณะอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตั้งแต่ก่อนจำเลยทั้งสองรับโอนที่ดินมาจากเจ้าของเดิม ย่อมต้องยังคงสภาพเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตลอด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4840/2552

ที่พิพาทเป็นพื้นที่ไหล่ทางของทางหลวง จึงเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตทางหลวงซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 (2) กรมธนารักษ์ซึ่งได้รับมอบที่ดินคืนจากกรมทางหลวงเพื่อดูแลร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5792/2549

โจทก์ครอบครองที่ดินพิพาทต่อเนื่องจากผู้ครอบครองเดิมที่ครอบครองมาก่อนใช้ ป.ที่ดิน โดยมิได้มาซึ่งสิทธิครอบครองโดยชอบแม้ว่าเดิมที่ดินพิพาทจะเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ป.พ.พ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้