Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1941/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใดๆเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งลูกหนี้ได้กระทำหรือยินยอมให้กระทำในระหว่างระยะเวลาสามปีก่อนมีการขอให้ล้มละลายและภายหลังตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯมาตรา114หมายถึงการโอนหรือการกระทำใดๆก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้การที่ผู้คัดค้านที่1จดทะเบียนหย่ากับลูกหนี้โดยมิได้มีข้อตกลงเกี่ยวกับสินสมรสไว้ผู้คัดค้านที่1กับลูกหนี้จึงมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวร่วมกันการที่ผู้คัดค้านที่1โอนทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้คัดค้านที่2ย่อมเป็นการโอนส่วนของลูกหนี้ด้วยเมื่อได้โอนภายหลังวันที่ลูกหนี้ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดการโอนเฉพาะส่วนของลูกหนี้ย่อมตกเป็นโมฆะจึงหาจำต้องวินิจฉัยว่าผู้คัดค้านที่2รับโอนทรัพย์สินโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนหรือไม่คดี นี้ สืบเนื่อง มาจาก โจทก์ ได้ ยื่นฟ้อง ขอให้ ลูกหนี้ (จำเลย )ล้มละลาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

การโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใดๆเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งลูกหนี้ได้กระทำหรือยินยอมให้กระทำในระหว่างระยะเวลาสามปีก่อนมีการขอให้ล้มละลายและภายหลังตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯมาตรา114หมายถึงการโอนหรือการกระทำใดๆก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้การที่ผู้คัดค้านที่1จดทะเบียนหย่ากับลูกหนี้โดยมิได้มีข้อตกลงเกี่ยวกับสินสมรสไว้ผู้คัดค้านที่1กับลูกหนี้จึงมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวร่วมกันการที่ผู้คัดค้านที่1โอนทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้คัดค้านที่2ย่อมเป็นการโอนส่วนของลูกหนี้ด้วยเมื่อได้โอนภายหลังวันที่ลูกหนี้ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดการโอนเฉพาะส่วนของลูกหนี้ย่อมตกเป็นโมฆะจึงหาจำต้องวินิจฉัยว่าผู้คัดค้านที่2รับโอนทรัพย์สินโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนหรือไม่คดี

นี้ สืบเนื่อง มาจาก โจทก์ ได้ ยื่นฟ้อง ขอให้ ลูกหนี้ (จำเลย )ล้มละลาย ศาลชั้นต้น มี คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ของ ลูกหนี้ เด็ดขาด แล้วผู้ร้อง ยื่น คำร้อง ว่า ทางการ สอบสวน ปรากฏว่า ลูกหนี้ ได้ สมรส กับผู้คัดค้าน ที่ 1 เมื่อ วันที่ 18 สิงหาคม 2515 ต่อมา ได้ หย่า กัน เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2534 ใน ระหว่าง การ สมรส ลูกหนี้ กับ ผู้คัดค้าน ที่ 1มี ที่ดิน โฉนด เลขที่ 30162 พร้อม สิ่งปลูกสร้าง โดย ซื้อ มา เมื่อ วันที่30 ธันวาคม 2530 และ ใส่ ชื่อ ผู้คัดค้าน ที่ 1 เป็น เจ้าของ เมื่อ วันที่21 พฤศจิกายน 2534 ผู้คัดค้าน ที่ 1 ได้ ขาย ที่ดิน ดังกล่าว พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ให้ ผู้คัดค้าน ที่ 2 ไป ใน ราคา 640,000 บาท ที่ดิน

พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ดังกล่าว เป็น กรรมสิทธิ์ ของ ลูกหนี้ กึ่งหนึ่ง ด้วย ขอให้มี คำสั่ง เพิกถอน การ โอน ที่ดิน โฉนด เลขที่ 30162 พร้อม สิ่งปลูกสร้างเฉพาะ ส่วน ของ ลูกหนี้ผู้คัดค้าน ที่ 1 ยื่น คำคัดค้าน ว่า ที่ดิน และ สิ่งปลูกสร้าง พิพาทมิใช่ สินสมรส ระหว่าง ลูกหนี้ กับ ผู้คัดค้าน ที่ 1 แต่ เป็น มรดก ส่วนตัวของ ผู้คัดค้าน ที่ 1 ขอให้ ยกคำร้องผู้คัดค้าน ที่ 2 ยื่น คำคัดค้าน ว่า ผู้คัดค้าน ที่ 2 ได้รับ โอนที่ดิน พร้อม สิ่งปลูกสร้าง พิพาท โดย ทำ หนังสือ สัญญาซื้อขาย จดทะเบียนถูกต้อง ตาม กฎหมาย และ ได้ ชำระ ราคา ไป จำนวน 640,000 บาท การ รับโอนดังกล่าว เป็น การกระทำ โดยสุจริต ขอให้ ยกคำร้องศาลชั้นต้น มี

คำสั่ง ให้ เพิกถอน การ โอน ที่ดิน โฉนด เลขที่ 30162ตำบล บางหัวสือ อำเภอพระประแดง จังหวัด สมุทรปราการ พร้อม สิ่งปลูกสร้าง เฉพาะ ส่วน ของ ลูกหนี้ ระหว่าง ผู้คัดค้าน ที่ 1 กับผู้คัดค้าน ที่ 2ผู้คัดค้าน ทั้ง สอง อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษายืนผู้คัดค้าน ทั้ง สอง ฎีกาศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า "พิเคราะห์ แล้ว ข้อเท็จจริง ใน เบื้องต้นรับฟัง ได้ว่า ผู้คัดค้าน ที่ 1 จดทะเบียนสมรส กับ ลูกหนี้ เมื่อ ปี 2515ระหว่าง สมรส มี ทรัพย์สิน คือ ที่ดิน และ สิ่งปลูกสร้าง พิพาท เมื่อ วันที่19 มีนาคม 2534 ผู้คัดค้าน ที่ 1 หย่าขาด จาก ลูกหนี้ และ วันที่11 มิถุนายน 2534 ลูกหนี้ ถูก ศาลชั้นต้น สั่ง พิทักษ์ทรัพย์ เด็ดขาดต่อมา วันที่ 21 พฤศจิกายน 2534 ผู้คัดค้าน ที่ 1 ได้

โอน ขาย ที่ดินพร้อม สิ่งปลูกสร้าง พิพาท ให้ แก่ ผู้คัดค้าน ที่ 2 ปัญหา ต้อง วินิจฉัย ตามฎีกา ของ ผู้คัดค้าน ทั้ง สอง ใน ชั้น นี้ มี ว่า ผู้ร้อง จะ ขอให้ เพิกถอน การโอน ที่ดิน และ สิ่งปลูกสร้าง พิพาท เฉพาะ ส่วน ของ ลูกหนี้ ได้ หรือไม่ข้อ ที่ ผู้คัดค้าน ทั้ง สอง ฎีกา ว่าการ ถูก พิทักษ์ทรัพย์ เด็ดขาด ของลูกหนี้ ไม่ ครอบคลุม ถึง ที่ดิน และ สิ่งปลูกสร้าง พิพาท เพราะ แม้ ที่ดินและ สิ่งปลูกสร้าง พิพาท จะ ได้ มา ระหว่าง ผู้คัดค้าน ที่ 1 กับ ลูกหนี้อยู่กิน ฉัน สามี ภริยา แต่ ศาล ได้ มี คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ของ ลูกหนี้ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2534 ซึ่ง เป็น วัน หลังจาก ที่ ผู้คัดค้าน ที่ 1 และลูกหนี้ หย่าขาด

กัน แล้ว นั้น เห็นว่า เมื่อ ที่ดิน และ สิ่งปลูกสร้างพิพาท ฟัง เป็น ยุติ ว่า ได้ มา ระหว่าง สมรส จึง เป็น สินสมรส การ ที่ต่อมา ผู้คัดค้าน ที่ 1 จดทะเบียน หย่า กับ ลูกหนี้ ก็ มิได้ มี ข้อตกลงเกี่ยวกับ ทรัพย์สิน ดังกล่าว ไว้ ผู้คัดค้าน ที่ 1 กับ ลูกหนี้ จึง มีกรรมสิทธิ์ ใน ที่ดิน และ สิ่งปลูกสร้าง พิพาท ร่วมกัน ฉะนั้น การ ที่ผู้คัดค้าน ที่ 1 โอน ที่ดิน และ สิ่งปลูกสร้าง พิพาท ให้ แก่ ผู้คัดค้านที่ 2 ใน วันที่ 21 พฤศจิกายน 2534 ย่อม เป็น การ โอน ส่วน ของ ลูกหนี้ด้วย เมื่อ การ โอน ได้ กระทำ ขึ้น ภายหลัง จาก วันที่ 11 มิถุนายน 2534ซึ่ง เป็น วันที่ ลูกหนี้ ถูก ศาล สั่ง พิทักษ์ทรัพย์ เด็ดขาด อำนาจ ใน การจัดการ

ทรัพย์สิน ของ ลูกหนี้ จึง ตก อยู่ แก่ ผู้ร้อง ตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 และ 24 นิติกรรม การ โอน ที่ดินและ สิ่งปลูกสร้าง พิพาท เฉพาะ ส่วน ของ ลูกหนี้ จึง ฝ่าฝืน บทบัญญัติดังกล่าว ตกเป็น โมฆะ ไม่มี ผลบังคับ ผู้ร้อง มีอำนาจ ที่ จะ ร้องขอ ให้เพิกถอน การ โอน ที่ดิน และ สิ่งปลูกสร้าง พิพาท เฉพาะ ส่วน ของ ลูกหนี้ ได้ส่วน ข้อ ที่ ผู้คัดค้าน ทั้ง สอง ฎีกา ต่อไป ว่า ผู้คัดค้าน ที่ 2ได้รับ โอน ที่ดิน และ สิ่งปลูกสร้าง พิพาท โดยสุจริต และ เสีย ค่าตอบแทนจึง ได้รับ ความคุ้มครอง ตาม พระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 114นั้น เห็นว่า เมื่อ ข้อเท็จจริง ฟังได้ ว่าการ โอน ที่ดิน และ สิ่งปลูกสร้างพิพาท ใน

ส่วน ของ ลูกหนี้ ได้ กระทำ หลังจาก ศาล มี คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของ ลูกหนี้ เด็ดขาด แล้ว อันเป็น ผล ให้การ โอน ส่วน ของ ลูกหนี้ ตกเป็นโมฆะ ดัง วินิจฉัย มา แล้ว จึง ไม่จำเป็น ต้อง วินิจฉัย ว่า ผู้คัดค้านที่ 2 รับโอน โดยสุจริต และ เสีย ค่าตอบแทน ตาม พระราชบัญญัติ ล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 114 หรือไม่ เพราะ ศาล มิได้ เพิกถอน การ โอนตาม มาตรา ดังกล่าว คำ ว่าการ โอน ทรัพย์สิน หรือ การกระทำ ใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน ของ ลูกหนี้ ซึ่ง ลูกหนี้ ได้ กระทำ หรือ ยินยอม ให้ กระทำ ใน ระหว่างระยะเวลา สาม ปี ก่อน มี การ ขอให้ ล้มละลาย และ ภายหลัง ตาม มาตรา ดังกล่าวนั้น หมายถึง การ โอน หรือ การกระทำ ใด ๆ ก่อน ศาล มี คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ของ ลูกหนี้ หาใช่ การ โอน หรือ การกระทำ ใด ๆ หลังจากศาล มี คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ของ ลูกหนี้ ไม่ ที่ ศาลล่าง ทั้ง สอง มี คำสั่งและ คำพิพากษา มา ชอบแล้ว ฎีกา ของ ผู้คัดค้าน ทั้ง สอง ฟังไม่ขึ้น "

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทธิ นิชโรจน์ · สมาน เวทวินิจ · สะสม สิริเจริญสุข
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6391/2567

จำเลยทำสัญญาขายอาคารสำนักงานและอาคารโรงงานซึ่งผู้คัดค้านยึดไว้ในคดีล้มละลาย โดยมิใช่การกระทำตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ ย่อมเป็นนิติกรรมอันมีวัตถุที่ป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2958/2566

จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับ พ. เกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลย ภายหลังศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดแล้ว สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวจึงเป็นนิติกรรมที่กระทำไปโดยฝ่าฝืนต่อ พ.ร.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 699/2562

โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ภายหลังที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยที่ 1 แล้ว จึงมิใช่กรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องเข้าว่าคดีแพ่งอันเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งค้างพิจาร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4082/2552

จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินกับโจทก์ในขณะที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดแล้ว สัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวจึงเป็นนิติกรรมที่กระทำไปโดยฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22, 24 และตกเป็นโมฆะตาม ป.พ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5643/2540

คำว่า "ศาล" ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 24 หมายถึงศาลที่มีคำสั่งหรือความเห็นชอบในการกระทำใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของลูกหนี้เฉพาะในกรณีที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 24…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้