Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19411/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์นำคดีมาฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาท และขอบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ทำไว้ต่อโจทก์โดยไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ เป็นกรณีที่ไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 ซึ่งต้องเริ่มนับแต่ขณะที่โจทก์อาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องได้ คือนับแต่โจทก์ทราบว่าเอกสารสูญหายและให้จำเลยนำเอกสารชุดใหม่มาให้อันเป็นช่วงระหว่างปี 2525 และเมื่อนับถึงวันฟ้องคือ วันที่ 9 ธันวาคม 2545 ล่วงเลย 10 ปี แล้วก็ตาม แต่จากคำฟ้องและคำเบิกความของโจทก์อ้างว่าจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ โดยโจทก์ชำระราคาที่ดินครบถ้วนและจำเลยส่งมอบการครอบครองที่ดินให้โจทก์แล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้ไปดำเนินการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ตามสัญญา อันเป็นเหตุให้โจทก์นำคดีมาฟ้องให้จำเลยปฏิบัติการชำระหนี้ตามสัญญา เช่นนี้ หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามข้อกล่าวอ้างของโจทก์ ย่อมถือได้ว่าหนี้ดังกล่าวเป็นคุณประโยชน์แก่โจทก์เกี่ยวด้วยทรัพย์สินที่โจทก์ครอบครองอยู่ ทำให้โจทก์อยู่ในฐานะเป็นผู้ทรงสิทธิยึดหน่วง ซึ่งย่อมมีสิทธิยึดหน่วงที่ดินพิพาทไว้จนกว่าจะมีการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทตามสัญญาแม้คดีจะขาดอายุความแล้วก็ตาม อันเป็นการใช้สิทธิตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/27 และมาตรา 241

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 86, 202/86, 203/86, 204/86, 205/86, 206/86 และ 207/86 ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ให้โจทก์ หากจำเลยไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 86, 202/86, 203/86, 204/86, 205/86, 206/86 และ 207/86 ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความรวม 8,000 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความและพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบหรือไม่ ปรากฏว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทโดยโจทก์เบิกความประกอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์และหนังสือมอบอำนาจที่ระบุให้โจทก์ไปดำเนินการจดทะเบียนโอนที่ดินแทนจำเลย เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2525 จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ในราคา 50,000 บาท ซึ่งโจทก์ได้ชำระเงินให้แก่จำเลยในวันทำสัญญา 40,000 บาท ส่วนที่เหลือตกลงจะชำระให้ในวันจดทะเบียนโอน ซึ่งกำหนดไว้ภายใน 1 เดือน ในวันทำสัญญาจำเลยส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทและมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินพิพาทให้โจทก์ยึดถือไว้

ก่อนสัญญาถึงกำหนดจำเลยแจ้งโจทก์ว่าจำเลยต้องไปเร่ขายสินค้าต่างจังหวัดไม่มีเวลาไปดำเนินการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์จึงทำหนังสือมอบอำนาจให้โจทก์ไปดำเนินการโอนที่ดินพิพาทแทนจำเลย เป็นทำนองว่าโจทก์ได้ปฏิบัติการชำระหนี้ด้วยการชำระเงินค่าที่ดินส่วนที่เหลือให้แก่จำเลยแล้ว และในส่วนของจำเลยซึ่งต้องปฏิบัติการชำระหนี้ตอบแทนด้วยการไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์นั้นจำเลยมอบอำนาจให้โจทก์ไปดำเนินการแทนซึ่งโจทก์ไม่ได้ดำเนินการทันทีเพราะเห็นว่าไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ต่อมาประมาณปลายปี 2525 โจทก์ย้ายบ้านและหนังสือรับรองการทำประโยชน์พร้อมทั้งเอกสารสำคัญที่จำเลยมอบให้ไว้แก่โจทก์เพื่อไปดำเนินการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทหายไป

โจทก์ให้นายลือชัยซึ่งเป็นผู้ที่แนะนำให้โจทก์ซื้อที่ดินจากจำเลยช่วยติดต่อแจ้งให้จำเลยนำเอกสารมาให้ใหม่แทนเอกสารชุดเดิมที่หายไป แต่นายลือชัยไม่สามารถติดต่อกับจำเลยได้ ต่อมาเมื่อปี 2544 โจทก์พบสัญญาจะซื้อจะขายและหนังสือมอบอำนาจ ส่วนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินพิพาทและเอกสารส่วนตัวของจำเลยยังไม่พบจึงไปแจ้งความเรื่องเอกสารดังกล่าวสูญหายไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจ และนำสำเนารายงานประจำวันรับแจ้งเอกสารหายกับสัญญาจะซื้อจะขายและหนังสือมอบอำนาจไปดำเนินการขอจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทแต่เจ้าหน้าที่ที่ดินไม่ดำเนินการให้โดยทักท้วงว่า หนังสือมอบอำนาจทำไว้นานแล้ว ต้องให้จำเลยมาดำเนินการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทด้วยตนเอง

เห็นว่า แม้การที่โจทก์นำคดีมาฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทและขอบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ทำไว้ต่อโจทก์โดยไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ เป็นกรณีไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 ซึ่งต้องเริ่มนับแต่ขณะที่โจทก์อาจบังคับสิทธิเรียกร้องให้จำเลยนำเอกสารชุดใหม่มาให้ คือนับแต่โจทก์ทราบว่าเอกสารสูญหายอันเป็นช่วงระหว่างปี 2525 และเมื่อนับถึงวันฟ้องคดีคือวันที่ 9 ธันวาคม 2545 ล่วงเลยกำหนดเวลา 10 ปีแล้วก็ตาม แต่จากคำฟ้องและคำเบิกความของโจทก์อ้างว่าจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์โดยโจทก์ได้ชำระราคาค่าที่ดินครบถ้วนและจำเลยส่งมอบการครอบครองที่ดินให้โจทก์ด้วย

เพียงแต่ยังไม่ได้ไปดำเนินการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ตามสัญญา อันเป็นเหตุให้โจทก์นำคดีมาฟ้องให้จำเลยปฏิบัติการชำระหนี้ตามสัญญา เช่นนี้ หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามข้อกล่าวอ้างของโจทก์ ย่อมถือได้ว่าหนี้ดังกล่าวเป็นคุณประโยชน์แก่โจทก์เกี่ยวด้วยทรัพย์สินที่โจทก์ครอบครองอยู่ ย่อมทำให้โจทก์อยู่ในฐานะเป็นผู้ทรงสิทธิยึดหน่วงซึ่งย่อมมีสิทธิยึดหน่วงที่ดินพิพาทไว้จนกว่าจะมีการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทตามสัญญา ซึ่งแม้คดีจะขาดอายุความแล้วก็ตาม อันเป็นการใช้สิทธิบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/27 และมาตรา 241 (ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยเหตุคดีขาดอายุความนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา)

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับเป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์ · ธีระพงศ์ จิระภาค · สุนันท์ ชัยชูสอน
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายสมศักดิ์ ลักษณะสมบูรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายชลิศร์ สวัสดิทัต
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2358/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1418/2545
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ773/2548
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 667/2549

แม้สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีรวมทั้งสัญญาเพิ่มวงเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีซึ่งต้องด้วยลักษณะของสัญญาบัญชีเดินสะพัดจะไม่มีกำหนดเวลา แต่สัญญาบัญชีเดินสะพัดเป็นเอกเทศสัญญาที่มีลักษณะเฉพาะ โดยสัญญาจะคงสภาพอย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6734/2547

โจทก์กับ ข. ได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทโดยโจทก์ชำระราคาครบถ้วนแล้ว ส่วน ข. ได้ส่งมอบที่ดินพิพาทให้โจทก์ครอบครอง แต่ยังมิได้จดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ หนี้ดังกล่าวจึงเป็นคุณประโยชน์แก่โจทก์เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4793/2546

โจทก์จำเลยตกลงซื้อขายที่ดินพิพาท โดยมีข้อตกลงว่าจะไปจดทะเบียนแบ่งแยกและโอนให้โจทก์เมื่อจำเลยนำที่ดินพิพาทไปออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์แล้ว จึงเป็นสัญญาจะซื้อขายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 45…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3837/2545

โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทจากจำเลย โดยชำระราคาให้บางส่วนแล้วส่วนที่เหลือจะชำระในวันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ จำเลยส่งมอบให้โจทก์ครอบครองที่ดินพิพาท อันเป็นทรัพย์สินของจำเลยโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาจะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 621/2544

อ. กับ ส. ทำสัญญาซื้อขายที่ดินเงินผ่อนเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์2510 โดย อ. เข้าครอบครองปลูกบ้านในปี 2510 ต่อมา ส. จะแบ่งแยกที่ดินโอนแก่ อ. แต่การแบ่งแยกมีปัญหาเพราะมีการฟ้องร้องระหว่าง ส. กับเจ้าของเดิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้