Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1944/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยกับพวกร่วมกันเป็นคนร้ายปล้นทรัพย์ผู้เสียหายมีความผิดฐาน ปล้นทรัพย์ซึ่ง เป็นบทเฉพาะแล้ว จำเลยไม่มีความผิดฐาน ทำร้ายร่างกายอีก.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83,295, 340,340 ตรี ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21พฤศจิกายน 2514 ข้อ 14, 15 ให้ริบรถจักรยานยนต์และมีดของกลาง กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 38,500 บาท แก่เจ้าของด้วยจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรี จำคุก 20 ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 15 ปีริบรถจักรยานยนต์และมีดของกลางกับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์38,500 บาทแก่เจ้าของจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า

ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยร่วมปล้นทรัพย์และร่วมทำร้ายร่างกายผู้เสียหายแต่มิได้ปรับบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 83 ดังที่โจทก์ฟ้องด้วยนั้นศาลอุทธรณ์เห็นสมควรปรับบทเสียให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา340 ตรี, 295, 83 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา 340 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรี ซึ่งเป็นบทหนักเพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้เสียหายกับจำเลยไม่มีสาเหตุกัน ไม่มีเหตุให้ระแวงว่าผู้เสียหายจะแกล้งเบิกความเพื่อให้จำเลยต้องรับโทษคำเบิกความของผู้เสียหายจึงมีน้ำหนัก ที่จำเลยนำสืบว่าคนร้ายใช้มือล๊อกคอเพื่อจะเอารถจักรยานยนต์ของจำเลยแต่จำเลยแย่งกุญแจรถได้ก่อนนั้น ไม่น่าเชื่อเพราะได้ความจากผู้เสียหายว่า คนร้ายคนที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของจำเลยมีมีดดังนั้นหากคนร้ายประสงค์จะเอารถของจำเลยด้วยก็คงจะใช้มีดขู่หรือทำร้ายจำเลยแล้วเพราะเป็นการสะดวกกว่า เมื่อคนร้ายได้ไปเฉพาะรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายก็ย่อมเป็นเหตุผลประกอบให้น่าเชื่อว่าจำเลยหลอกผู้เสียหายไปเพื่อร่วมกับพวกปล้นรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายดังที่โจทก์นำสืบ ที่จำเลยนำสืบว่าภายหลังเกิดเหตุจำเลยได้นำความไปแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตำบลนาโยงว่าถูกปล้นทรัพย์นั้นพิเคราะห์แล้วคดีได้ความจากนายละมุล

บุญสนอง พยานโจทก์ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านที่คนร้ายพักอาศัยว่า จำเลยรู้จักกับพวกคนร้ายมาก่อนแต่ในการแจ้งความดังกล่าวจำเลยหาได้ระบุชื่อคนร้ายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ ฉะนั้นการแจ้งความของจำเลยจึงเพื่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล้นทรัพย์รายนี้อันเป็นการกลบเกลื่อนความผิดที่เกิดขึ้นเท่านั้น เมื่อการแจ้งความดังกล่าวมีพิรุธดังที่กล่าวแล้ว การแจ้งความของจำเลยจึงประกอบคำเบิกความของผู้เสียหายให้มีน้ำหนักยิ่งขึ้น ที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยถูกดำเนินคดีเพราะไม่ยอมใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหายครึ่งหนึ่งตามที่ผู้เสียหายเรียกร้องนั้นไม่น่าเชื่อ เพราะหากเป็นเช่นนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอย่านตาขาวคงไม่แจ้งทางวิทยุไปอายัดตัวจำเลยต่อเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรตำบลนาโยงก่อนที่จะนำตัวจำเลยไปให้ผู้เสียหายดูที่โรงพยาบาลจังหวัดตรังดังที่ได้ความจากคำเบิกความของจำเลย

พยานจำเลยจึงไม่มีน้ำหนักพอที่จะหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยร่วมกับพวกเป็นคนร้ายปล้นทรัพย์ผู้เสียหายดังที่โจทก์ฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์มานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยร่วมทำร้ายผู้เสียหายอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 ด้วยนั้นยังไม่ถูกต้องเพราะเมื่อจำเลยมีความผิดฐานปล้นทรัพย์ซึ่งเป็นบทเฉพาะแล้ว จำเลยก็ไม่มีความผิดฐานทำร้ายร่างกายอีก"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตราา 295 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เดชา สุวรรณโณ · อัมพร เดชศิริ · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3133/2568

จำเลยหลอกลวงโจทก์โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ อธิบายขั้นตอนในการซื้อ การจองสลากกินแบ่งรัฐบาล แนะนำวิธีการส่งให้แก่ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายอื่น จนกระทั่งโจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยสามารถจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2614/2568

จำเลยทั้งสามกระทำความผิดฐานร่วมกันกระทำการเป็นอั้งยี่ ฐานร่วมกันเป็นซ่องโจร และฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ย่อมเป็นความผิดสำเร็จแล้วตั้งแต่มีการสมคบวางแผนเพื่อกระทำการอันเป็นความผิด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1120/2568

การจะพิจารณาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือความผิดหลายกรรมต่างกันนั้น ต้องพิจารณาถึงเจตนาในการกระทำความผิดเป็นสำคัญว่ามีเจตนาเดียวกันหรือไม่ แม้การกระทำความผิดของจำเลยในความผิดฐานฝ่าฝืนประ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5893/2567

พฤติการณ์ที่โจทก์ร่วมเข้าใจว่าจำเลยเป็น ห. จึงร้องถามว่าใช่ ห. หรือไม่ ผิดวิสัยของคนร้ายที่จะไม่ส่งเสียงให้เหยื่อรู้ตัวก่อนลงมือกระทำผิด ต่อมาเมื่อโจทก์ร่วมกับจำเลยพบกันอีกครั้งก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1154/2567

จำเลยที่ 1 ฎีกาโดยคัดลอกข้อความมาจากอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ทั้งสิ้น คงมีการแก้ไขเฉพาะคำว่าศาลอุทธรณ์ภาค 9 เป็นศาลฎีกา และมีส่วนเพิ่มเติมจากอุทธรณ์ไปบ้างเล็กน้อยในรายละเอียด มิได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้