Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1948/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องระบุการกระทำของจำเลยว่าจำเลยขับรถบรรทุกสิบล้อพร้อมรถพ่วงด้วยความเร็วสูงพุ่งเข้าชนผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่า เหตุเกิดที่แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร แต่โจทก์นำสืบถึงการกระทำของจำเลยเป็น 3 ตอน ตอนที่ 1 คือ จำเลยขับรถบรรทุกสิบล้อพร้อมรถพ่วงพุ่งเข้าชนผู้เสียหาย เหตุเกิดที่เชิงสะพานพระราม 7 ถนนวงศ์สว่าง ตอนที่ 2 คือ จำเลยขับรถคันดังกล่าวแล่นไปตามถนนจรัญสนิทวงศ์ขณะที่ผู้เสียหายยืนเกาะอยู่ที่ประตูรถในลักษณะที่อาจทำให้ผู้เสียหายตกจากรถได้ และตอนที่ 3 คือ จำเลยขับรถคันดังกล่าวพุ่งเข้าชนผู้เสียหายที่ถนนจรัญสนิทวงศ์หน้าร้าน ฮ. เฟอร์นิเจอร์ ดังนี้ การกระทำของจำเลยตามที่โจทก์นำสืบในตอนที่ 2 และตอนที่ 3 ย่อมเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์มิได้กล่าวในฟ้องและไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง และวรรคสี่ พยานโจทก์ไม่สมเหตุผลไม่น่าเชื่อว่าจำเลยขับรถบรรทุกสิบล้อในลักษณะที่จะพุ่งเข้าชนผู้เสียหาย อย่างไรก็ตามการที่จำเลยขับรถบรรทุกสิบล้อตรงไปในขณะที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานยืนโบกมืออยู่บนถนนเพื่อเรียกให้จำเลยจอดรถนั้น จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่ารถอาจเฉี่ยวชนผู้เสียให้ได้รับอันตรายแก่กายได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ความผิดฐานนี้รวมอยู่ในความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ จึงลงโทษจำเลยฐานพยายามทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ตามที่พิจารณาได้ความได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘ , ๒๘๙ , ๘๐ , ๙๑ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๓๙ , ๑๕๔ และนับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาคดีก่อน

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘ วรรคสอง , ๒๘๙ (๒) , ๘๐ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๓๙ (๑) , ๑๕๔ (๒) เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย และฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย และฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ให้จำคุกตลอดชีวิต ฐานเดินรถบรรทุกสิบล้อในเวลาห้าม ปรับ ๕๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ , ๓๐ นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาคดีก่อน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชันนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่า ในวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยขับรถบรรทุกสิบล้อลากจูงรถพ่วงคันเกิดเหตุไปตามถนนรัชดาภิเษกผ่านสี่แยกวงศ์สว่าง ข้ามสะพานพระราม ๗ ไปยังถนนจรัญสนิทวงศ์ อันเป็นการเดินรถบรรทุกสิบล้อมีรถพ่วงท้ายในเวลาห้าม ซึ่งฝ่าฝืนข้อบังคับของเจ้าพนักงานจราจรเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๓๙ (๑) , ๑๕๔ (๒) ซึ่งยุติไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจนครบาลประชาชื่นติดตามจับกุมจำเลยได้ คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานขณะกระทำการตามหน้าที่หรือไม่ ในปัญหาข้อนี้

โจทก์บรรยายฟ้องระบุการกระทำของจำเลยว่า จำเลยขับรถบรรทุกสิบล้อพร้อมรถพ่วงด้วยความเร็วสูงพุ่งเข้าชนผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่า เหตุเกิดที่แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร แต่โจทก์นำสืบถึงการกระทำของจำเลยเป็น ๓ ตอน ตอนที่ ๑ คือ จำเลยขับรถบรรทุกสิบล้อพร้อมรถพ่วงพุ่งเข้าชนผู้เสียหาย เหตุเกิดที่เชิงสะพานพระราม ๗ ถนนวงศ์สว่าง ตอนที่ ๒ คือจำเลยขับรถคันดังกล่าวแล่นไปตามถนนจรัญสนิทวงศ์ ขณะที่ผู้เสียหายยืนเกาะอยู่ที่ประตูรถในลักษณะที่อาจทำให้ผู้เสียหายตกจากรถได้ และตอนที่ ๓ คือจำเลยขับรถคันดังกล่าวพุ่งเข้าชนผู้เสียหายที่ถนนจรัญสนิทวงศ์บริเวณหน้าร้านฮั่วหลีเฟอร์นิเจอร์ ดังนี้ การกระทำของจำเลยตามที่โจทก์นำสืบในตอนที่ ๒ และตอนที่ ๓ ย่อมเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์มิได้กล่าวในฟ้องและไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคหนึ่งและวรรคสี่

การที่ศาลล่างทั้งสองนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดจึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาคงรับวินิจฉัยให้เฉพาะการกระทำของจำเลยตามที่โจทก์นำสืบในตอนที่ ๑ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวในฟ้องเท่านั้น ขณะเกิดเหตุเป็นเวลา ๑๙.๐๐ นาฬิกา หลังชั่วโมงเร่งด่วนที่มีการจราจรคับคั่งเพียงเล็กน้อย เชื่อได้ว่าขณะเกิดเหตุยังมีรถยนต์และรถจักรยานยนต์แล่นอยู่ในถนนวงศ์สว่างค่อนข้างมาก อีกทั้งรถที่จำเลยขับเป็นรถบรรทุกสิบล้อซึ่งมีรถพ่วงมาอีกคันหนึ่งด้วย การเคลื่อนที่และเร่งความเร็วของรถที่จำเลยขับย่อมกระทำได้ช้า เมื่อพิจารณาถึงสภาพการจราจรที่เพิ่งจะคลายความคับคั่งลงด้วยแล้ว น่าสงสัยว่าจำเลยจะขับรถด้วยความเร็วถึง ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้หรือไม่

ยิ่งกว่านั้น หากจำเลยขับรถบรรทุกสิบล้อพร้อมรถพ่วงด้วยความเร็วดังกล่าว ย่อมเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎกระทรวง ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๒๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๗ วรรคหนึ่ง , ๑๕๒ แต่ไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายหรือสิบตำรวจโท ว. ได้แจ้งข้อหาเพื่อดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดฐานขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงไม่น่าเชื่อว่าจำเลยขับรถบรรทุกสิบล้อพร้อมรถพ่วงด้วยความเร็ว ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงดังที่ผู้เสียหายและสิบตำรวจโท ว. เบิกความ เมื่อพิจารณาถึงลักษณะของรถบรรทุกสิบล้อพร้อมรถพ่วงที่คันใหญ่ มีความอุ้ยอ้ายประกอบด้วยแล้ว เชื่อว่าจำเลยขับรถไปโดยไม่สนใจที่จะจอดรถตามที่ผู้เสียหายโบกมือ

ทำให้ดูคล้ายกับว่าจำเลยขับรถเข้าไปหาผู้เสียหาย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายต้องหลบเพราะเกรงจะถูกรถบรรทุกสิบล้อที่จำเลยขับเฉี่ยวชนเอา หากจำเลยขับรถบรรทุกสิบล้อพุ่งเข้าชนผู้เสียหายจริง ผู้เสียหายก็น่าจะแจ้งข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ไว้ตั้งแต่เมื่อจับกุมจำเลยได้ มิใช่เขียนเล่าข้อเท็จจริงไว้ลอย ๆ ตามที่ปรากฏในบันทึกการจับกุมเท่านั้น ผู้เสียหายเป็นเจ้าพนักงานตำรวจย่อมทราบดีว่าการที่จำเลยขับรถบรรทุกขนาดใหญ่พุ่งเข้าหาตัวผู้เสียหายนั้นเป็นการกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่แล้ว แต่ผู้เสียหายกลับมิได้แจ้งข้อหาดังกล่าวแก่จำเลยตั้งแต่ชั้นจับกุม จึงเป็นการไม่สมเหตุผล

ไม่น่าเชื่อว่าจำเลยขับรถบรรทุกสิบล้อในลักษณะที่จะพุ่งเข้าชนผู้เสียหาย อย่างไรก็ตาม การที่จำเลยขับรถบรรทุกสิบล้อตรงไปในขณะที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานยืนโบกมืออยู่บนถนนเพื่อเรียกให้จำเลยรถนั้น จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่ารถอาจเฉี่ยวชนผู้เสียหายให้ได้รับอันตรายแก่กายได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ความผิดฐานนี้รวมอยู่ในความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ด้วย จึงลงโทษจำเลยฐานพยายามทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตามที่พิจารณาได้ความได้ ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคท้าย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘ วรรคสอง , ๒๙๖ ประกอบมาตรา ๘๐ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทซึ่งมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘ วรรคสอง เพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุก ๒ ปี เมื่อรวมกับโทษฐานเดินรถบรรทุกสิบล้อในเวลาห้ามแล้ว คงจำคุก ๒ ปี และปรับ ๕๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · วิบูลย์ มีอาสา
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายสิทธิชัย ลีลาโสภิต
ศาลอุทธรณ์ - นายธนสิทธิ์ นิลกำแหง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้