Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 195/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

อุทธรณ์ของผู้ร้องที่ว่า การที่ผู้ร้องและจำเลยได้ยื่นคำขอโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ ณ ที่ทำการชุมสายโทรศัพท์ ถือได้ว่าการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ของผู้ร้องมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้วตั้งแต่วันที่ได้ทำคำขอโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์และเป็นการปฏิบัติถูกต้องตามวิธีการโอนสิทธิเรียกร้องอันถือได้ว่าองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยได้ยินยอมให้มีการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ดังกล่าวแล้ว เป็นอุทธรณ์ข้อกฎหมายจำเลยและผู้ร้องได้ตกลงโอนขายสิทธิการเช่าโทรศัพท์ต่อกันทั้งได้ทำคำขอโอนและรับโอนการเช่าโทรศัพท์ร่วมกันต่อองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยก็รับทราบและได้แจ้งให้จำเลยและผู้ร้องไปชำระเงินค่าโอนย้ายโทรศัพท์แล้ว อีกทั้งผู้ร้องก็ได้ชำระราคาให้จำเลยและจำเลยได้ส่งมอบเครื่องโทรศัพท์ไว้ในครอบครองของผู้ร้องแล้วตั้งแต่วันทำสัญญาซื้อขายดังนั้นการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์รายนี้ย่อมมีผลสมบูรณ์ตั้งแต่ขณะทำสัญญาเสร็จการที่จะไปทำการเปลี่ยนชื่อผู้เช่าโทรศัพท์จากจำเลยมาเป็นชื่อผู้ร้องเป็นแต่เพียงแบบพิธีการเท่านั้น.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำยึดสิทธิการเช่าโทรศัพท์อ้างว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา

ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องว่า สิทธิการเช่าโทรศัพท์เป็นของผู้ร้อง โดยซื้อมาจากจำเลยในราคา 10,000 บาท ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด

โจทก์ให้การว่า การโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ได้กระทำภายหลังการยึดทรัพย์ของเจ้าพนักงานบังคับคดี สิทธิการเช่าโทรศัพท์จึงยังเป็นของจำเลย ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้อง ให้ผู้ร้องชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 200 บาท

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีของผู้ร้องมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 20,000บาท ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่ผู้ร้องค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว 'คดีนี้เป็นคดีซึ่งมีทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินสองหมื่นบาท ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 อุทธรณ์ของผู้ร้องที่ว่าการที่ผู้ร้องและจำเลยได้ยื่นคำขอโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ ณ ที่ทำการชุมสายโทรศัพท์ ถือได้ว่าการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ของผู้ร้องมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้วตั้งแต่วันที่ได้ทำการขอโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ และเป็นการปฏิบัติถูกต้องตามวิธีการโอนสิทธิเรียกร้องอันถือได้ว่าองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยได้ยินยอมให้มีการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ดังกล่าวแล้ว เป็นอุทธรณ์ข้อกฎหมาย ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า อุทธรณ์ของผู้ร้องเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง

ต้องห้ามตามบทกฎหมายมาตราดังกล่าวจึงไม่ชอบ ผู้ร้องยังมีสิทธิฎีกาต่อมาได้ และศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวตามฎีกาของผู้ร้องไปเสียเลย โดยไม่ต้องย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยใหม่และในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238และมาตรา 247 ปรากฏว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าเมื่อประมาณเดือนสิงหาคม 2527 จำเลยได้ตกลงขายบ้าน ที่ดินและสิทธิการเช่าโทรศัพท์หมายเลข 242186 ให้แก่ผู้ร้องโดยสิทธิการเช่าโทรศัพท์ตกลงราคากัน 10,000 บาท จำเลยได้รับเงินครบถ้วนแล้ว และได้นัดโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์กันในวันหลัง

ต่อมาวันที่ 22 ตุลาคม 2527 จำเลยและผู้ร้องได้ร่วมกันไปยื่นคำร้องขอโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ ตามเอกสารหมาย ร.1 พร้อมกันนั้นผู้ร้องก็ได้ยื่นคำร้องขอย้ายที่ติดตั้งดทรศัพท์ต่อองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยด้วย วันที่25 มีนาคม 2528 ชุมสายโทรศัพท์นครราชสีมาได้แจ้งให้ผู้ร้องไปชำระเงินค่าโอนย้ายโทรศัพท์ ผู้ร้องได้ชำระเงินและเซ็นสัญญากับองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยในวันที่ 27 มีนาคม 2528แต่ถูกโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดสิทธิการเช่าโทรศัพท์เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2528 และศาลฎีกาเห็นสมควรฟังข้อเท็จจริงต่อไปด้วยว่า ผู้ร้องได้รับมอบเครื่องโทรศัพท์ไว้ในความครอบครองพร้อมกับบ้านที่ซื้อจากจำเลย โดยผู้ร้องให้นางสาววรรณี

สกลจิตตินภากุล พี่สาวจำเลยเช่าบ้านที่ซื้อต่อมาในราคาเดือนละ 3,000 บาท ปรากฏตามเอกสารหมาย ร.11 ผู้ร้องฎีกาว่า เมื่อจำเลยได้ตกลงโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ให้ผู้ร้อง ได้มีการชำระราคาและส่งมอบโทรศัพท์ที่เช่าจนจำเลยและผู้ร้องได้ไปยื่นคำขอโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ ณที่ทำการชุมสายโทรศัพท์นครราชสีมาแล้ว การโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ย่อมมีผลสมบูรณ์นับแต่วันทำคำขอโอนดังกล่าว

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยและผู้ร้องได้ตกลงโอนขายสิทธิการเช่าโทรศัพท์ต่อกัน ทั้งได้ทำคำขอโอนและรับโอนการเช่าโทรศัพท์ร่วมกันต่อองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย และองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยก็รับทราบและได้แจ้งให้จำเลยและผู้ร้องไปชำระเงินค่าโอนย้ายโทรศัพท์แล้ว อีกทั้งผู้ร้องก็ได้ชำระราคาให้จำเลยและจำเลยได้ส่งมอบเครื่องโทรศัพท์ไว้ในความครอบครองของผู้ร้องแล้วตั้งแต่วันทำสัญญาซื้อขาย คือวันที่ 22 ตุลาคม 2527ดังนั้น การโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์รายนี้ย่อมมีผลสมบูรณ์ตั้งแต่ขณะทำสัญญาเสร็จ การที่จะไปทำการเปลี่ยนชื่อผู้เช่าโทรศัพท์จากจำเลยมาเป็นชื่อผู้ร้องเป็นแต่เพียงแบบพิธีการเท่านั้น สิทธิการเช่าโทรศัพท์จึงไม่ใช่ของจำเลย แต่เป็นของผู้ร้อง โจทก์ไม่มีสิทธินำยึดการเช่าโทรศัพท์ดังกล่าว ฎีกาผู้ร้องฟังขึ้น'

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9349/2539

การที่โจทก์บรรยายฟ้องถึงทรัพย์ที่ซื้อขายกันว่าเป็นเสาคอนกรีตอัดแรงพร้อมทั้งระบุราคามาด้วย นับว่าได้แสดงให้เข้าใจถึงสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ได้พอสมควรแล้ว และโจทก์ยังบรรยายถึงรายละเอียดขนาดของเสาคอนกรีตอั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2881/2531

จำเลยทำสัญญาจะขายที่พิพาทให้โจทก์ โดยปกปิดความจริงไม่บอกให้โจทก์ทราบว่ายังมีสิ่งปลูกสร้างของผู้อื่นอยู่บนที่ดินดังกล่าว ต่อมาเจ้าของสิ่งปลูกสร้างได้คัดค้านการโอนและจำเลยไม่สามารถทำความตกลงกับเจ้าของสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1548/2529

ตามสัญญาซื้อขายโจทก์จะต้องส่งมอบเครื่องสูบน้ำให้จำเลยภายในวันที่3กุมภาพันธ์2521โจทก์ส่งเครื่องสูบน้ำให้จำเลยตอนแรกในเดือนกุมภาพันธ์2521แต่เครื่องสูบน้ำใช้การไม่ได้โจทก์ต้องรับคืนไปแก้ไขและมาส่งให้จำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3869/2528

โจทก์เป็นพ่อค้าเรียกค่าส่งมอบสินค้าประเภทเครื่องเขียนและแบบพิมพ์ จากจำเลย ซึ่งได้รับมอบสินค้าจากโจทก์ในระหว่างเดือนตุลาคม 2519 ถึงเดือนมีนาคม 2520 โดยไม่มีใบสั่งซื้อที่ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ คง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2719/2527

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างให้โจทก์โอนที่ดินเนื้อที่ 4 ไร่ กว้าง 20 วา ยาว 20 วา ให้แก่จำเลยตาม ฟ้องแย้งตามสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทได้ความชัดว่าจำเลยซื้อที่พิพาทจำนวนเนื้อที่ 4 ไร่ กว้าง 20 วา ยาว80 วา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้