Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1957/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำพิพากษาคดีอาญาที่พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ประมาททำให้ ส.บุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย ไม่ผูกพันจำเลยที่ 2 ในคดีแพ่งที่โจทก์ฟ้องให้ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในฐานะนายจ้างเมื่อโจทก์นำสืบพยานอื่นรับฟังไม่ได้สมคำฟ้อง จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2527 จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อในทางการที่จ้างในกิจการของจำเลยที่ 2 โดยประมาทเกี่ยวและทับรถจักรยานยนต์ของนายสุชิน ทับห่วง บุตรโจทก์ เป็นเหตุให้นายสุชินถึงแก่ความตาย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายรวมเป็นเงิน 437,780 บาทขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้เช่ารถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุจากจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 มิได้ประมาทและมิได้ขับรถยนต์บรรทุกชนบุตรโจทก์ โจทก์มิใช่มารดาของนายสุชิน

โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายมากตามฟ้อง และโจทก์ไม่เคยทวงถามจำเลยที่ 2 ก่อนฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหาย225,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบให้ได้ความตามฟ้องในส่วนของจำเลยที่ 2 ว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างขับรถในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 และขับรถโดยประมาทเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายขับ เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายขับได้รับความเสียหายและผู้ตายถึงแก่ความตาย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยพยานโจทก์ว่าไม่มีผู้ใดรู้เห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุแล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า แม้โจทก์จะอ้างสำเนาคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 และสำเนาคำพิพากษาศาลอาญาซึ่งจำเลยที่ 1 ถูกศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำคุกไปแล้วมาเป็นพยานคดีนี้ แต่ข้อเท็จจริงในคดีอาญาดังกล่าวก็หาได้มีผลผูกพันจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ เมื่อจำเลยที่ 2 นำสืบว่า จำเลยที่ 1 ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ไม่ได้ขับรถชนรถจักรยานยนต์ของผู้ตายและไม่ได้ขับรถโดยประมาทและโจทก์ไม่มีพยานมาสืบให้ได้ความสมฟ้อง จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1425/2539

คดีนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาของศาลแขวงตลิ่งชันซึ่งมีประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยระหว่างโจทก์และจำเลยที่1เป็นอย่างเดียวกันว่าจำเลยที่1ขับรถยนต์โดยสารทับขาซ้ายของโจทก์โดยประมาทเลินเล่อหรือไม่ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2529

โจทก์บรรยายฟ้องว่าลูกจ้างขับขี่รถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่1โดยจำเลยที่2ที่3ได้ใช้ให้ลูกจ้างผู้นั้นขับขี่รถดังกล่าวไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่1เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2806/2526

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในผลละเมิดที่จำเลยที่ 1 ได้กระทำไปตามคำสั่งของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบิดาและนายจ้างของจำเลยที่ 1 ในชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นได้กำหนดเกี่ยวกับความรับผิดของจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2731/2522

ในคดีส่วนอาญาศาลได้สืบพยานโจทก์จำเลยและได้มีการวินิจฉัยข้อเท็จจริงอันเป็นประเด็นของคดีนั้นว่า โจทก์ไม่มีพยานมาสืบให้ศาลเห็นว่าจำเลยได้ขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ชนรถผู้เสียหาย แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1544/2520

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ค่าเสียหายของโจทก์รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 1,980,000 บาท แต่โจทก์มิได้เรียกร้องเอาเต็มจำนวนดังกล่าว คงติดใจขอเพียง 700,000 บาท กับดอกเบี้ยอีก 45,125 บาท รวม 748,125 บาท ดังนี้ การคิดค่าข…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้