Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1957/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ให้การไว้ หากศาลอุทธรณ์เห็นสมควรศาลก็มีอำนาจวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวได้ หาใช่อุทธรณ์ที่ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา225 ไม่ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าข้ออุทธรณ์ของจำเลยที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยไม่ได้ให้การไว้ จึงเป็นข้อที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นจึงเป็นการมิได้ปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. ว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่ง หากศาลฎีกาเห็นสมควรย่อมวินิจฉัยข้ออุทธรณ์ดังกล่าวได้โดยไม่จำต้องย้อนสำนวน โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยโดยอ้างว่าโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นดีกว่าจำเลยผู้ที่ได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของ ปรากฏว่านายทะเบียนได้มีคำสั่งให้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2529 ซึ่งมี พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น จึงเป็นการที่โจทก์ฟ้องคดีนี้โดยอาศัยสิทธิที่มีอยู่ตามมาตรา41 (1) แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว ดังนี้ บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่จะใช้บังคับแก่คดีนี้จึงได้แก่บทบัญญัติมาตรา 41 (1) ดังกล่าว อันเป็นบทกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะเกิดข้อพิพาท หาใช่บทบัญญัติมาตรา 67 แห่ง พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันไม่ เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าพิพาทดีกว่าจำเลย แต่จำเลยไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นในข้อนี้ ดังนั้น ปัญหาว่าจำเลยมีสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นดีกว่าโจทก์หรือไม่ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ารับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์นั้น ปรากฏว่านายทะเบียนเครื่องหมายการค้ามิได้เป็นคู่ความในคดี กรณีจึงไม่อาจพิพากษาให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าซึ่งเป็นบุคคลภายนอกปฏิบัติตามคำขอบังคับท้ายฟ้องของโจทก์ได้ คำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนนี้จึงไม่ชอบ ศาลฎีกาแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 55 ป.วิ.พ. มาตรา 142 ป.วิ.พ. มาตรา 243 ป.วิ.พ. มาตรา 246 ป.วิ.พ. มาตรา 247 ป.วิ.พ. มาตรา 249 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 มาตรา 41 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 67

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าอักษรโรมันคำว่า "SPORTMAX" ซึ่งได้รับโอนมาโดยถูกต้องและสุจริตจากบริษัทแม็คซ์มารา เอส.พี.เอ. โจทก์ได้นำเครื่องหมายการค้านี้ไปยื่นขอจดทะเบียน ต่อมาวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๓๓ โจทก์ได้รับแจ้งจากนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าว่าเครื่องหมายการค้าของโจทก์ จำเลยได้ยื่นขอจดทะเบียนไว้แล้วเมื่อวันที่๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๒๘ การที่จำเลยลักลอบนำเอาเครื่องหมายการค้าคำว่า"SPORTMAX" ไปขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพื่อใช้กับสินค้าของจำเลยเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ในทางการค้าจากเครื่องหมายการค้าของโจทก์ทำให้คำขอของโจทก์ไม่ได้รับจดทะเบียน ขอให้พิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าคำว่า

"SPORTMAX" ตามคำขอจดทะเบียนเครื่องหมาย-การค้าเลขที่ ๒๐๘๑๔๘ ดีกว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลย คำว่า "SPORTMAX" ทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ ๑๐๔๘๓๗ ให้จำเลยเพิกถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ ๑๕๑๖๗๑ ทะเบียนเลขที่ ๑๐๔๘๓๗หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยกับสั่งให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ารับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ ๒๐๘๑๔๘ ของโจทก์ และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นรายเดือนเดือนละ ๕๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะเลิกใช้เครื่องหมาย-การค้า

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ไม่ใช่เจ้าของและมิได้ใช้เครื่องหมายการค้านี้มานานตามที่อ้าง ส่วนจำเลยใช้มานาน ๑๐ กว่าปีแล้ว จำเลยมิได้ละเมิดหรือเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของโจทก์ จำเลยคิดประดิษฐ์เครื่องหมายการค้าของจำเลยเอง จำเลยมีสิทธิดีกว่าโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าคำว่า"SPORTMAX" ดีกว่าจำเลย ให้เพิกถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลย และให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ารับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ต่อไป

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาข้อแรกของจำเลยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากฟ้องเกินกำหนดระยะเวลา ๕ ปีนับแต่วันที่นายทะเบียนมีคำสั่งให้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.๒๕๓๔ มาตรา ๖๗ หรือไม่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามข้ออุทธรณ์ของจำเลยที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากฟ้องเกินกำหนดระยะเวลา ๕ ปี แล้วหรือไม่นั้น จำเลยมิได้ให้การไว้เป็นที่ชัดแจ้ง จึงเป็นข้อที่ยังมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน กรณีเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ให้การไว้หากศาลอุทธรณ์เห็นสมควร ศาลก็มีอำนาจวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวได้ หาใช่อุทธรณ์ที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ ไม่การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยดังกล่าวจึงเป็นการที่ได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่ง แต่ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวโดยไม่จำต้องย้อนสำนวน ปัญหานี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยเลขที่ ๑๐๔๘๓๗ โดยอ้างว่าโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นดีกว่าจำเลยผู้ที่ได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของ ปรากฏว่านายทะเบียนได้มีคำสั่งให้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยเมื่อวันที่๘ ตุลาคม ๒๕๒๙ ซี่งมีพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า

พ.ศ.๒๔๗๔ ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น จึงเป็นการที่โจทก์ฟ้องคดีนี้โดยอาศัยสิทธิที่มีอยู่ตามมาตรา ๔๑ (๑)แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ดังนี้ บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่จะใช้บังคับแก่คดีนี้จึงได้แก่บทบัญญัติมาตรา ๔๑ (๑) ดังกล่าว อันเป็นบทกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะเกิดข้อพิพาท หาใช่บทบัญญัติมาตรา ๖๗ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ.๒๕๓๔ อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันไม่ กรณีจึงไม่อาจนำบทบัญญัติมาตรา ๖๗ ดังกล่าวมาวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจฟ้องของโจทก์ดังที่จำเลยฎีกาได้โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ตามที่มาตรา ๔๑ (๑) แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.๒๔๗๔ บัญญัติให้ความคุ้มครองไว้ ส่วนปัญหาตามฎีกาข้อสุดท้ายของจำเลยมีว่า

จำเลยมีสิทธิในเครื่องหมายการค้าคำว่า "SPORTMAX" ดีกว่าโจทก์หรือไม่ เห็นว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าดังกล่าวดีกว่าจำเลยจำเลยไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นในข้อนี้ ดังนั้น ปัญหาว่าจำเลยมีสิทธิในเครื่องหมายการค้าดังกล่าวดีกว่าโจทก์หรือไม่ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

อนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ารับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ ๒๐๘๑๔๘ ของโจทก์ต่อไปนั้นปรากฏว่านายทะเบียนเครื่องหมายการค้ามิได้เป็นคู่ความในคดีนี้ จึงไม่อาจพิพากษาให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าซึ่งเป็นบุคคลภายนอกปฏิบัติตามคำขอบังคับท้ายฟ้องของโจทก์ได้ คำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนนี้จึงไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าคำว่า"SPORTMAX" ตามคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ ๒๐๘๑๔๘ และคำว่า "SPORT MAX" ตามทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ ๑๐๔๘๓๗ ดีกว่าจำเลย ให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยเลขที่ ๑๐๔๘๓๗คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล สระฏัน · ยงยุทธ ธารีสาร · เสริม บุญทรงสันติกุล
ศาลล่าง
ศาลแพ่งธนบุรี - นายปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์
ศาลอุทธรณ์ - นายระพิณ บุญสิทธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1602/2551

เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยร่วมแล้ว ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยร่วมถูกโต้แย้งสิทธิในชั้นอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3153/2545

ในการขอให้พิจารณาใหม่นั้น หากได้ความตามคำร้องซึ่งอ้างเหตุว่า จำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรมไปก่อนถูกฟ้อง ก็มีผลให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นต้องถูกเพิกถอนไปในตัวและศาลชั้นต้นต้องเริ่มต้นดำเนินกระบวนพิจารณาขึ้นใหม่ เม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7732/2538

ข้อที่จำเลยฎีกาว่า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ของโจทก์ได้ออกโดยไม่ชอบด้วยมาตรา 5 แห่ง พระราชบัญญัติสิทธิบัตรพ.ศ. 2522 จึงไม่สมบูรณ์นั้นจำเลยมิได้ให้การไว้ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2886/2538

ฉลากกล่องบรรจุสินค้าของโจทก์และจำเลยต่างใช้เครื่องหมายการค้าอักษรโรมันและอักษรไทยลักษณะประดิษฐ์อย่างเดียวกัน เครื่องหมายการค้าตามคำขอจดทะเบียนของโจทก์ใช้คำว่า Madame de Mai มาดาม ดีใหม่ เครื่องหมายการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7377/2538

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้เพิกถอนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ของจำเลยโดยโจทก์ทั้งสองอ้างว่าสิทธิบัตรดังกล่าวของจำเลยเป็นสิทธิบัตรที่ไม่สมบูรณ์เพราะขัดต่อ พ.ร.บ. สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 5 และปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองซึ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้