คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกหนี้จำเลยตามสำนวนคดีแพ่งของศาลจังหวัดนครสวรรค์ เงิน 35,918.75 บาท ผู้เขียนใบรับบวกเลขผิดโจทก์หลงเชื่อได้ชำระเงินให้จำเลยไป 50,790 บาท จึงเกินไป 4,871.75บาท จำเลยไม่มีสิทธิจะรับไว้หรืออ้างมูลกฎหมายได้ จำเลยมีหน้าที่ต้องคืนเงินให้โจทก์โจทก์ทวงถาม จำเลยไม่ยอมคืน จึงฟ้องจำเลยต่อสู้ว่า โจทก์เป็นหนี้จำเลยตามฟ้องและเป็นหนี้จำเลยอีกจำนวนหนึ่งเงิน 13,474 บาท โจทก์ชำระหนี้ 2 รายให้จำเลยบ้างในวันที่ 11 ก.ค. 2498 โจทก์ชำระเงินให้จำเลยเพียง 3,000 บาท ไม่ใช่ 30,000 บาท จำเลยออกใบรับเงิน 3,000 บาทให้โจทก์ ๆสมคบกันปลอมศูนย์ (0) เพิ่มลงเป็น 30,000 บาท โจทก์ยังคงค้างเงินจำเลยอีก และจำเลยมิได้รับชำระเงินจากโจทก์มาเกินดังฟ้องโจทก์ส่งเอกสาร
ๆ หมายจ.4 เป็นเอกสารที่โจทก์จำเลยโต้เถียงกัน โจทก์ว่าจำเลยรับเงินไป 30,000 บาทจำเลยว่าเอกสารถูกเปลี่ยนแปลงโดยเติมศูนย์ (0) เข้าไปตอนท้ายเรือนเงิน และคู่ความเถียงหน้าที่นำสืบ ขอให้ศาลสั่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อน แต่โจทก์แถลงคัดค้านคำสั่งว่า หน้าที่นำสืบตกฝ่ายจำเลยนำสืบก่อน โจทก์จึงไม่ขอนำพยานเข้าสืบก่อนตามคำสั่งศาล ๆ สอบจำเลยแถลงว่า ถ้าศาลจะสั่งให้จำเลยนำสืบก่อน จำเลยยินดีจะนำพยานสืบก่อน
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า เมื่อศาลสั่งให้โจทก์นำสืบก่อนแต่โจทก์ไม่ติดใจสืบเช่นนี้คดีพอวินิจฉัยแล้ว จึงให้งดไม่สืบพยานจำเลยและพิพากษาว่าต้องฟังข้อเท็จจริงตามข้อต่อสู้ของจำเลยว่าเงินที่จำเลยรับชำระหนี้จากโจทก์ไม่ได้เกินจำนวนหนี้ เอกสารหมาย จ.4 แม้จำเลยจะรับว่าได้ทำใบรับนี้ แต่ก็ต่อสู้ว่าความจริงรับกัน 3,000 บาท เหตุที่เอกสารปรากฏ 30,000 บาท เพราะถูกปลอมโดยเติมศูนย์ (0) ขึ้น เมื่อโจทก์ไม่นำสืบตามข้ออ้าง ก็ต้องฟังว่าได้ชำระเงินกันตามเอกสารหมายจ.4 เพียง 3,000 บาท ให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามฟ้องของโจทก์อ้างว่า โจทก์ชำระหนี้ให้จำเลยเกินไป ฝ่ายจำเลยปฏิเสธว่ามิได้รับเงินเกิน เพราะเลขจำนวนเงิน 30,000 บาทในเอกสาร จ.4 ถูกปลอมโดยเติมเลขศูนย์ (0)เข้าอีกตัวหนึ่งเอกสารอยู่ในความยึดถือของโจทก์ จำเลยไม่ได้รับรองความถูกต้องแท้จริงทำให้เอกสารหมาย จ.4 ไม่เป็นผลให้โจทก์ได้สิทธิจากเอกสารนั้น โจทก์มีหน้าที่ต้องพิสูจน์ให้ได้ความสมจริงว่า โจทก์ได้ชำระหนี้ให้จำเลย 30,000 บาทตามเอกสารนั้น
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน