Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ขอรับชำระหนี้กับจำเลยตกลงเข้าหุ้นกันเพื่อจะจัดตั้งบริษัททำการจัดสรรที่ดินและอาคารให้เช่าโดยให้ชื่อว่าบริษัทสยามอาคารซึ่งไม่มีคำว่าจำกัด ไว้ปลายชื่อและไม่ปรากฏว่าจะเป็นบริษัทจำกัดหรือเพียงใช้ชื่อบริษัทแต่ความจริงเป็นหุ้นส่วน ผู้ขอรับชำระหนี้ได้ชำระเงินค่าหุ้นให้จำเลยรับไว้แล้ว และบริษัทได้มีการเริ่มงานไปบ้างแล้วโดยหุ้นส่วนทุกคนมอบให้จำเลยเป็นผู้ดำเนินกิจการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแต่ผู้เดียว ดังนั้น บริษัทดังกล่าวจึงมิใช่บริษัทจำกัด แม้จะมิได้มีการจดทะเบียนก็จะถือว่ากิจการอันตกลงร่วมหุ้นกันนั้นยังไม่จัดตั้งขึ้นหาได้ไม่ จึงจะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1112 มาปรับแก่กรณีมิได้ ผู้ขอรับชำระหนี้จึงไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้เงินค่าหุ้นคืนจากจำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

เนื่องจากศาลแพ่งมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด และพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย นายเกรียง อู่อุดมยิ่ง ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำการสอบสวนแล้วมีความเห็นว่า ผู้ขอรับชำระหนี้ควรได้รับชำระหนี้ตามเช็ค 40,000 บาท ส่วนหนี้เงินค่าหุ้นอีก 250,000 บาท ควรยกคำขอเสีย ศาลแพ่งมีคำสั่งเห็นชอบตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ขอรับชำระหนี้อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำสั่งศาลชั้นต้น เป็นให้ผู้ขอรับชำระหนี้ได้รับชำระหนี้จำนวน 250,000 บาทด้วยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกาปัญหาว่าผู้ขอรับชำระหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้จำนวน 250,000บาทนี้หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามทางสอบสวนไม่ปรากฏเลยว่าบริษัทซึ่งผู้ขอรับชำระหนี้และจำเลยตกลงเข้าหุ้นกันนั้น เป็นบริษัทจำกัดตามกฎหมาย หรือเพียงใช้ชื่อบริษัทแต่ความจริงเป็นหุ้นส่วน ในเรื่องบริษัทจำกัดนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1098 บัญญัติว่า "หนังสือบริคณห์สนธิต้องมีรายการดังต่อไปนี้ คือ (1) ชื่อบริษัทอันคิดจะตั้งขึ้นซึ่งต้องมีคำว่า "จำกัด" ไว้ปลายชื่อนั้นด้วยเสมอไป" และมาตรา 1103 ก็บัญญัติว่า บรรดาหนังสือชี้ชวนและหนังสือบอกกล่าวป่าวร้องหรือหนังสืออย่างอื่นในการชักชวนให้เข้าชื่อซื้อหุ้นทุก ๆ ฉบับ ต้องมีข้อความในหนังสือบริคณห์สนธิด้วย แต่ปรากฏตามอุทธรณ์ของผู้ขอรับชำระหนี้ว่า จำเลยชักชวนให้ผู้ขอรับชำระหนี้เข้าชื่อซื้อหุ้น

"บริษัทสยามอาคาร" ไม่มีคำว่า จำกัด ไว้ปลายชื่อด้วย และข้อเท็จจริงตามทางสอบสวนยังได้ความด้วยว่า บริษัทที่ผู้ขอรับชำระหนี้และจำเลยตกลงร่วมหุ้นกัน ได้มีการเริ่มงานจัดสรรที่ดินและก่อสร้างอาคารไปบ้างแล้ว โดยหุ้นส่วนทุกคนมอบให้จำเลยเป็นผู้ดำเนินกิจการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแต่ผู้เดียว ดังนั้น บริษัทที่จำเลยชักชวนให้ผู้ขอรับชำระหนี้เข้าถือหุ้นจึงมิใช่บริษัทจำกัด เมื่อบริษัทสยามอาคารไม่ใช่บริษัทจำกัด แม้จะมิได้มีการจดทะเบียน ก็จะถือว่ากิจการอันตกลงร่วมหุ้นกันนั้นยังไม่จัดตั้งขึ้นหาได้ไม่ จึงจะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1112 มาปรับแก่กรณีมิได้ ผู้ขอรับชำระหนี้จึงไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้เงินค่าหุ้นคืนจากจำเลยพิพากษาแก้ ให้บังคับคดีตามคำสั่งศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
รื่น วิไลชนม์ · สนับ คัมภีรยส · สรรเสริญ ไกรจิตติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้