Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1966/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ข้อ 24.9 กำหนดให้ลูกหนี้ที่ถูกศาลสั่งรับคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการตกเป็นผู้ผิดนัดเกิดผลตามข้อ 25.1 ให้เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตามสินเชื่อคงค้างทั้งหมดคืนได้ทันที และให้เจ้าหนี้มีสิทธิคิดดอกเบี้ยผิดนัดนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัดในสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ดังนั้น เมื่อลูกหนี้ถูกศาลสั่งรับคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการลูกหนี้จึงตกเป็นผู้ผิดนัด เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิเรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตามสินเชื่อคงค้างทั้งหมดคืนได้ทันที แต่เจ้าหนี้มีสิทธิคิดดอกเบี้ยผิดนัดตามอัตราที่กำหนดไว้ตามสัญญาสินเชื่อเดิมได้ตั้งแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัดเป็นต้นไปเท่านั้น ทั้งดอกเบี้ยผิดนัดดังกล่าวถือได้ว่าเป็นเบี้ยปรับถ้าสูงเกินส่วนศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้และตั้งลูกหนี้เป็นผู้ทำแผนเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2546 ต่อมาวันที่ 23 สิงหาคม 2547

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนโดยมีลูกหนี้เป็นผู้บริหารแผน เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ค่าตั๋วสัญญาใช้เงิน สัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นต้นเงินจำนวน 25,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 50 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้น คำนวณดอกเบี้ยถึงวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการเป็นเงิน 68,718,537.32 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 93,718,537.32 บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ให้บรรดาเจ้าหนี้ ลูกหนี้และผู้ทำแผนตรวจคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/29 แล้ว ผู้ทำแผนโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้รายนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เป็นเงิน 93,701,414.02 บาท

พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 50 ต่อปี ของต้นเงิน 25,000,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจนกว่าจะได้รับชำระหนี้เสร็จจากลูกหนี้ ผู้บริหารแผนยื่นคำร้องคัดค้านว่า ลูกหนี้ไม่ได้ตกเป็นผู้ผิดนัด การที่เจ้าหนี้คิดดอกเบี้ยในอัตราผิดนัดย้อนหลังไป ทั้ง ๆ ที่ลูกหนี้ไม่ได้ผิดนัดเป็นการขัดกับสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นข้อตกลงที่กำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้ามีลักษณะเป็นเบี้ยปรับและสูงเกินส่วน ขอให้แก้ไขคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โดยมีคำสั่งให้ลูกหนี้รับผิดดอกเบี้ยตามอัตราในสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้เท่านั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และเจ้าหนี้ต่างยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้บริหารแผนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่ไม่ได้โต้เถียงกันฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2543 บรรดาเจ้าหนี้สถาบันการเงินรวมทั้งเจ้าหนี้รายนี้ได้ทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับลูกหนี้ ต่อมาวันที่ 29 พฤษภาคม 2546 ลูกหนี้ยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ต่อศาลล้มละลายกลาง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและตั้งลูกหนี้เป็นผู้ทำแผนเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2546 ผู้บริหารแผนอุทธรณ์ว่า เจ้าหนี้คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 50 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 25,000,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2540 จนถึงวันที่ 23 มิถุนายน 2546 ซึ่งเป็นวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการเป็นการคิดดอกเบี้ยย้อนหลังตั้งแต่วันที่ออกตั๋วสัญญาใช้เงินขัดกับข้อตกลงในสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่ให้คิดดอกเบี้ยผิดนัดตั้งแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด

ทั้งอัตราดอกเบี้ยที่เจ้าหนี้คำนวณมามีลักษณะเป็นเบี้ยปรับและสูงเกินส่วนนั้น เห็นว่า ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้เอกสารในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการของเจ้าหนี้ข้อ 24.9 กำหนดให้กรณีที่ลูกหนี้ถูกศาลสั่งรับคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการทำให้ลูกหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัด เกิดผลตามข้อ 25.1 ที่ให้เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตามสินเชื่อคงค้างทั้งหมดคืนได้ทันที และให้เจ้าหนี้มีสิทธิคิดดอกเบี้ยผิดนัดจากหนี้สินเชื่อคงค้างส่วนที่เหลือที่เจ้าหนี้ยังไม่ได้รับชำระนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัดในสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้จนกว่าลูกหนี้จะชำระหนี้ดังกล่าวครบถ้วนโดยข้อ 25.2 ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดไว้ ให้คิดในอัตราดอกเบี้ยผิดนัดตามที่กำหนดไว้ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้หรือตามสัญญาสินเชื่อเดิมของเจ้าหนี้แต่ละรายก็ได้

ดังนั้น เมื่อลูกหนี้ถูกศาลสั่งรับคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการทำให้ลูกหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัด เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิเรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตามสินเชื่อคงค้างทั้งหมดคืนได้ทันที แต่เจ้าหนี้คงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยผิดนัดตามอัตราดอกเบี้ยผิดนัดที่กำหนดไว้ตามสัญญาสินเชื่อเดิมของเจ้าหนี้ได้ตั้งแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัดเป็นต้นไปเท่านั้น จะคิดดอกเบี้ยก่อนวันผิดนัดหาได้ไม่ ทั้งดอกเบี้ยผิดนัดดังกล่าวถือได้ว่าเป็นเบี้ยปรับถ้าสูงเกินส่วนศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 ซึ่งศาลฎีกาได้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายรวมทั้งในเชิงทรัพย์สินแล้ว เห็นว่า การที่ลูกหนี้ต้องชำระดอกเบี้ยให้แก่เจ้าหนี้ระหว่างลูกหนี้ผิดนัดในอัตราร้อยละ 50 ต่อปีนั้นสูงเกินส่วนเห็นสมควรกำหนดให้ในอัตราร้อยละ 27 ต่อปี ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้บริหารแผนฟังขึ้นบางส่วน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้เงินต้นพร้อมดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 26,078,767.13 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 25 ต่อปี ของต้นเงิน 25,000,000 บาท นับแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2540 ถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2546 กับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 27 ต่อปี ของต้นเงิน 25,000,000 บาท นับถัดจากวันดังกล่าวจนกว่าจะชำระเสร็จโดยให้หักเงินจำนวน 1,435,572.28 บาท ที่ลูกหนี้ชำระแล้วออกก่อน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพโรจน์ วายุภาพ · สมชาย พงษธา · สมศักดิ์ จันทรา
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6779/2567

ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ภายหลังจากจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อเพียงงวดเดียว จำเลยเป็นฝ่ายส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ โดยสัญญาเช่าซื้อมิได้มีข้อตกลงใดให้สิทธิจำเลยผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาด้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4836/2567

การที่จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดแรก ต่อมาจำเลยที่ 1 ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนให้แก่โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีข้อพิพาทโต้แย้งในส่วนที่เกี่ยวกั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4290/2566

สัญญาเช่ารถยนต์ ข้อ 9.2 กำหนดว่า "ในกรณีที่ผู้เช่าต้องการเลิกสัญญาก่อนกำหนด โดยมิใช่เป็นความผิดของผู้ให้เช่า ผู้เช่าต้องแจ้งให้ผู้ให้เช่าทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า 30 วัน ทั้งนี้ผู้เช่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3661/2566

จำเลยที่ 1 ขอสินเชื่อจากโจทก์โดยตกลงชำระดอกเบี้ยโดยใช้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นกรุงเทพ (BIBOR) (3 เดือน) บวกร้อยละ 3 ต่อปี และสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ: อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงลอนดอน (LIBOR) บวกร้อยละ 3 ต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3290/2566

ตามสัญญาเงินกู้ ข้อ 4 ระบุว่า "หากผู้กู้ค้างชำระดอกเบี้ยเกินกว่าหนึ่งปี ผู้กู้ยอมให้นำดอกเบี้ยที่ค้างชำระ มารวมกับเงินต้นเดิมเป็นเงินต้นใหม่ และให้คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นใหม่นี้ โดยจะคิดทบไปทุกปี จนกว่า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้