คำฟ้องและคำให้การ
จำเลยขายฝากสวนยางไว้แก่สามีโจทก์ ซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้ว มีกำหนดไถ่คืนใน ๑ ปี แล้วจำเลยทำสัญญากันเองเช่าสวนยางรายนี้ไปจากสามีโจทก์มีกำหนด ๑ ปี คิดค่าเช่าเดือนละ ๒๔ บาท ค่าเช่าค้างชำระ ๔ ปีเป็นเงิน ๑๑๕๒ บาท โจทก์จึงฟ้องเรียกค่าเช่าที่ค้างกับดอกเบี้ยฝ่ายจำเลยต่อสู้ด้วยว่าต้นยางที่ปลูกยังเล็กกรีดเอายางไม่ได้ วัตถุประสงค์ตกเป็นพ้นวิสัย สัญญาเช่าจึงเป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จะกรีดยางได้หรือไม่จำเลยทราบดี ทั้งสัญญามิได้ระบุว่าประสงค์กรีดยาง จำเลยอาจประสงค์อย่างไรก็ได้ เป็นอันว่าจำเลยได้รับประโยชน์แล้ว และเมื่อพ้นกำหนดเช่า ๑ ปี จำเลยยังครอบครองทรัพย์ที่เช่า ได้ชื่อว่าปฏิบัติตามสัญญาเดิม จึงพิพากษาให้จำเลยใช้เงินค่าเช่าที่ค้างกับดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี นับตั้งแต่จำเลยผิดสัญญา
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าศาลล่างตัดสินชอบด้วยกฎหมายแล้ว และว่าตาม ม.๕๓๘ ซึ่งจำเลยอ้างว่าจะบังคับให้จำเลยใช้เงินค่าเช่าเกิน ๓ ปีไม่ได้นั้น
ศาลฎีกาเห็นว่าบทนี้ใช้บังคับสำ-หรับสัญญาเช่าอันมีกำหนดกันไว้ เกินกว่า ๓ ปี แต่คดีนี้เป็นกรณีฟ้องเรียกค่าเช่าอันสืบมาแต่ ม.๕๗๐ ซึ่งสัญญามิได้กำหนดการเช่าเกิน ๓ ปี
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง