Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1984/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 เป็นผู้รับขนของทางทะเล โจทก์จ้างจำเลยที่ 1 ขนส่งกุ้งแช่เย็นจากจังหวัดตราดไปต่างประเทศ ในการขนส่งกุ้งดังกล่าว จำเลยที่ 1 ทำสัญญาให้จำเลยที่ 2 นำตู้บรรจุสินค้าซึ่งเรียกว่าคอนเทนเนอร์มาบรรจุกุ้งและลากจูงจากจังหวัดตราดไปยังท่าเรือสัตหีบ ปรากฏว่ากุ้งของโจทก์ในรถตู้ลำเลียงหายไปบางส่วน ดังนี้ ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้มอบหมายให้จำเลยที่ 2 นำของที่จำเลยที่ 1 รับขนมายังท่าเรืออันเป็นส่วนหนึ่งของการที่จะให้ธุรกิจของจำเลยที่ 1 ในการรับขนของลุล่วงเป็นผลสำเร็จ เมื่อของที่รับขนสูญหายไป จำเลยที่ 1 ต้องรับผิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 617 และเมื่อจำเลยที่ 2 รับขนส่งช่วงจากจำเลยที่ 1 อันถือได้ว่า สินค้าของโจทก์ได้ส่งไปโดยมีผู้ขนส่งหลายคนหลายทอด ซึ่งผู้ขนส่งทั้งนั้นจะต้องร่วมกันรับผิดในกรณีที่สินค้าของโจทก์สูญหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 618 จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้จ้างจำเลยที่ ๑ ขนส่งกุ้งแช่เย็นของโจทก์จากจังหวัดตราด ไปลงเรือที่ท่าสัตหีบ จำเลยที่ ๑ ได้ว่าจ้างจำเลยที่ ๒ ให้ลากจูงและขนส่งอีกทอดหนึ่ง โดยให้จำเลยที่ ๒ นำรถมาลากจูงรถตู้แช่เย็นไปยังสถานที่ดังกล่าว พนักงานขับรถวิทยุและรถลากจูงของจำเลยที่ ๒ ขณะทำการตามที่จ้างได้ลักลอบเอากุ้งแช่เย็นของโจทก์ไป โจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหาย ๑,๗๑๐,๙๖๗.๐๕ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ให้การว่า สินค้าหายในระหว่างความครอบครองรับผิดของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ไม่ต้องรับผิด โจทก์ส่งมอบสินค้าให้แก่จำเลยที่ ๒ โดยตรงจึงไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ ๑ รับขนส่งเฉพาะส่วนทางทะเลจากท่าเรือสัตหีบไปส่งยังท่าเรือต่างประเทศ

โจทก์มิได้เสียหายจริงตามฟ้อง และฟ้องเคลือบคลุม จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ ไม่เคยมีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ จำเลยที่ ๑ ว่าจ้างจำเลยที่ ๒ ขนสินค้ากุ้งสดแช่เย็นจากจังหวัดตราดไปยังท่าเรือสัตหีบ จำเลยที่ ๒ มีหน้าที่ลากตู้บรรทุกหีบตรึงปิดผนึก ไม่ทราบรายละเอียดสิ่งของภายในตู้ และทำในความควบคุมของจำเลยที่ ๑ จำนวนกุ้งที่สุญหายไม่จริงตามคำฟ้อง และฟ้องเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๑,๗๑๐,๙๖๗.๐๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๗ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จให้โจทก์ กับให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๑๐,๐๐๐ บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยใช้แทนเท่าทุนทรัพย์โจทก์ชนะคดี คำขอนอกนี้ให้ยกเสีย

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๒ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ เป็นผู้รับขนทางทะเล โจทก์จ้างจำเลยที่ ๑ ขนส่งกุ้งแช่เย็นจากจังหวัดตราดไปต่างประเทศในการขนส่งกุ้งดังกล่าว จำเลยที่ ๒ ได้นำรถตู้ลำเลียงซึ่งเรียกว่าคอนเทนเนอร์ ๓ คันมาที่จังหวัดตราด เมื่อบรรจุกุ้งลงในรถตู้ลำเลียงเสร็จ จำเลยที่ ๒ ใช้รถลากจูงรถตู้ลำเลียงจากจังหวัดตราดไปยังท่าเรือสัตหีบ ปรากฏว่ากุ้งของโจทก์ในรถตู้ลำเลียง ๒ ค้นหายไปบางส่วน โจทก์นำสืบได้ความว่าการบรรทุกกุ้งนั้นเมื่อบรรจุกุ้งลงในรถตู้ลำเลียงแต่ละคันเสร็จแล้ว เจ้าพนักงานศุลกากรจะปิดประตูรถตู้ลำเลียง ใช้ลวดของกรมศุลกากรคล้องไว้และใช้เครื่องมือบีบตราตะกั่วให้ติดกับลวด เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ ก็จะเอาแผ่นโลหะมาปิดผนึกรถตู้ลำเลียงและประทับตราของจำเลยที่ ๑ ไว้ เช่นเดียวกับ

อนึ่ง การที่จำเลยที่ ๒ ลากจูงรถตู้ลำเลียงจากจังหวัดตราดไปยังท่าเรือสัตหีบนั้น โจทก์นำสืบว่า จำเลยที่ ๑ ได้ว่าจ้างจำเลยที่ ๒ ให้จัดการ จำเลยทั้งสองนำสืบว่าจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ มีสัญญาขอส่งระหว่างกัน โดยจำเลยที่ ๒ มีหน้าที่ลากจูงรถตู้ลำเลียงจากจุดที่บรรทุกของใส่รถตู้ลำเลียงไปยังท่าเรือสัตหีบ นายดับบลิว.แอล.โปรชาสก้ากรรมการผู้จัดการจำเลยที่ ๑ เบิกความว่าลูกค้าจะไปจ้างผู้รบขนทางบกรายอื่นที่มิใช่จำเลยที่ ๒ นำสินค้ามาให้จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ เพราะจำเลยที่ ๑ มีสัญญากับจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๒ มีสิทธิผูกขาดในการขนส่งสินค้าจากที่บรรทุกสินค้ามายังท่าเรือ นายฉลองพยานจำเลยที่ ๑ เบิกความว่าการมอบตู้ (รถตู้ลำเลียง) ให้ลูกค้าหรือจำเลยที่ ๒ รับไปนั้น

จำเลยที่ ๑ จะทำหนังสือสำคัญให้เป็นแบบพิมพ์ของทหารสหรัฐอเมริกา จำเลยที่ ๑ เป็นผู้กรอกรายการแล้วนำไปให้ทหารสหรัฐอเมริกาเซ็นอนุญาตให้นำตู้ออกจากบริเวณท่าเรือได้ เป็นอันฟังได้ว่าโจทก์ได้ตกลงให้จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ขนส่งกุ้งแช่เย็นของโจทก์จากที่ทำการของโจทก์ที่จังหวัดตราดไปยังท่าเรือสัตหีบเพื่อนำลงเรือส่งไปต่างประเทศ ในการขนส่งดังกล่าวจำเลยที่ ๑ ได้ให้จำเลยที่ ๒ นำรถมาลากจูงรถตู้ลำเลียงจากท่าเรือสัตหีบไปยังที่ทำการของโจทก์ที่จังหวัดตราดเพื่อบรรทุกกุ้งแล้วลากจูงกลับมาที่ท่าเรือสัตหีบไปยังที่ทำการของโจทก์ที่จังหวัดตราดเพื่อบรรทุกกุ้งแล้วลากจูงกลับมาที่ท่าเรือสัตหีบ เห็นได้ว่าการตกลงรับขนของดังกล่าวเป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ เท่านั้น

การที่จำเลยที่ ๑ ให้จำเลยที่ ๒ นำรถตู้ลำเลียงของจำเลยที่ ๑ ไปบรรทุกกุ้งของโจทก์มายังท่าเรือสัตหีบเป็นเรื่องระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ แม้จำเลยที่ ๒ จะเป็นผู้รับค่าจ้างเฉพาะส่วนของจำเลยที่ ๒ จากโจทก์โดยตรงก็ปรากฏจากคำเบิกความของนายปรารภพยานจำเลยที่ ๒ ว่าเดิมจำเลยที่ ๑ เรียกเก็บค่าลากจูงให้จำเลยที่ ๒ แต่ต่อมาเกี่ยงให้จำเลยที่ ๒ เรียกเก็บเอง ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากเกรงต้องเสียภาษีอีกทอดหนึ่ง การติดต่อลากจูงจำเลยที่ ๒ จะกำหนดอัตราขึ้นและเสนอให้จำเลยที่ ๑ ทราบเพื่อให้จำเลยที่ ๑ นำไปเสนอเป็นค่าบริการ เมื่อมีการตกลงลากจูงกันแล้ว จำเลยที่ ๒ จะได้แต่ค่าลากจูงเท่านั้น เรื่องการเสนอค่าบริการขนส่งทั้งหมดเป็นของจำเลยที่ ๑ กระทำ

แสดงว่าในการตกลงรับขนของนั้น โจทก์ทำความตกลงกับจำเลยที่ ๑ แล้วจำเลยที่ ๑ จึงให้จำเลยที่ ๒ ทำการลากจูงรถตู้ลำเลียง การให้จำเลยที่ ๒ เก็บค่าระวางพาหนะส่วนของจำเลยที่ ๒ จากโจทก์โดยตรงเป็นเพียงวิธีการทางธุรกิจระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ หาทำให้ความรับผิดของจำเลยที่ ๑ อันมีต่อโจทก์เปลี่ยนแปลงไปไม่ ที่จำเลยที่ ๑ อ้างว่าจำเลยที่ ๑ เป็นสาขาของบริษัทต่างประเทศเป็นคนต่างด้าวจะทำการรับขนส่งสินค้าทางบกไม่ได้ เพราะต้องห้ามตามประกาศของคณะปฏิบัติฉบับที่ ๒๘๑ นั้นก็หาเป็นเหตุให้จำเลยที่ ๑ พ้นความรับผิดไม่ เพราะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๖๑๗ ผู้ขนส่งจะต้องรับผิดในการที่ของสูญหายหรือบุบสลายหรือส่งชักช้าอันเกิดแต่ความผิดของผู้ขนส่งคนอื่นหรือบุคคลอื่นซึ่งตนหากได้มอบหมามยของนั้นไปอีกทอดหนึ่ง

ฉะนั้นแม้จำเลยที่ ๑ จะเป็นผู้ขนส่งทางทะเล การที่จำเลยที่ ๑ รับขนส่งทางทะเลแล้วมอบหมายให้จำเลยที่ ๒ ไปนำของที่รับขนจากที่ทำการของโจทก์ที่จังหวัดตราดมายังท่าเรือสัตหีบย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ ๑ ได้มอบหมายให้จำเลยที่ ๒ นำของที่จำเลยที่ ๑ รับขนมายังท่าเรืออันเป็นส่วนหนึ่งของการที่จะให้ธุรกิจของจำเลยที่ ๑ ในการรับขนของลุล่วงเป็นผลสำเร็จอยู่ในความหมายของกฎหมายดังกล่าว เมื่อของที่รับขนสูญหายไป จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิด ต่อไปจะได้วินิจฉัยฎีกาของโจทก์ที่ขอให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ นำสืบว่า จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ มีสัญญารับขนส่งสินค้าระหว่างกัน โดยจำเลยที่ ๒ มีหน้าที่ลากจูงตู้บรรจุสินค้าซึ่งเรียกว่าตู้คอนเทนเนอร์จากจุดที่จะบรรทุกสินค้าไปยังท่าเรือสัตหีบเพื่อส่งไปต่างประเทศ

จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ลากจูงสินค้าของโจทก์จากจังหวัดตราดมายังท่าเรือสัตหีบ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ ๒ เป็นผู้รับขนสินค้าของโจทก์ด้วย โดยรับขนส่งช่วงจากจำเลยที่ ๑ กรณีเช่นนี้ถือได้ว่าสินค้าของโจทก์ได้ส่งไปโดยมีผู้ขนส่งหลายคนหลายทอด ซึ่งผู้ขนส่งทั้งนั้นจะต้องร่วมกันรับผิดในการที่สินค้าของโจทก์สูญหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๑๘ จำเลยที่ ๒ จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยที่ ๒ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๕,๐๐๐ บาท ให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์ ๑๐,๐๐๐ บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร · สุไพศาล วิบุลศิลป์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายเพียร สุมิระ
ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล สว่างเนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10156/2558

แม้ผู้จัดการทั่วไปของจำเลยที่ 1 เบิกความว่า จำเลยที่ 1 ไม่มีสาขาในประเทศราชอาณาจักรสวีเดน ขั้นตอนในการดำเนินการขนส่งจะต้องอาศัย Agent หรือผู้รับขนส่งที่ประเทศต้นทาง ตามใบวางบิลของจำเลยที่ 2 มีการหักส่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1243/2557

จำเลยที่ 1 รับสินค้าจากโจทก์เพื่อดำเนินการขนส่ง เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2550 ครั้นเมื่อมีการขนส่งสินค้าไปส่งมอบแก่ผู้ซื้อแล้ว ปรากฏในขณะนั้นว่าสินค้าสูญหายไป 1 กล่อง แต่ได้ความต่อมาว่าจำเลยที่ 2 พบส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13102/2557

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ต่างใช้ชื่อ ยูพีเอส (UPS) และจำเลยที่ 2 กับที่ 3 ใช้ชื่อยูพีเอส เอสซีเอส (UPS SCS) เช่นเดียวกัน ทั้งพยานโจทก์ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทผู้สำรวจเหตุความเสียหายเบิกความว่าจำเลยที่ 3 ได้ส่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11191/2557

โจทก์มีเพียง ท. ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทผู้เอาประกันภัยมาเบิกความเกี่ยวกับการทำข้อตกลงสัญญาขนส่งระหว่างผู้เอาประกันภัยกับจำเลยที่ 1 แต่ก็ไม่ยืนยันข้อเท็จจริงให้แน่ชัดว่าผู้เอาประกันภัยตกลงทำสัญญาขนส่งกับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2122/2556

จำเลยที่ 2 ออกใบรับขนของทางอากาศฉบับแรกโดยระบุชื่อผู้ขายเป็นผู้ส่ง บริษัทผู้ซื้อเป็นผู้รับตราส่ง และใบรับขนของทางอากาศฉบับหลังก็ปรากฏข้อเท็จจริงต่อเนื่องกันกับการออกใบรับขนของทางอากาศฉบับแรก โดยใบรับข…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้