Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1987/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หลักปฏิบัติในการบังคับคดีตามที่ ป.วิ.พ. บัญญัติไว้เกี่ยวกับการยึดทรัพย์ มิได้มีข้อกำหนดว่าการยึดทรัพย์จะต้องกระทำต่อหน้าเจ้าของทรัพย์และหลังจากที่เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดทรัพย์พิพาทแล้วก็ปิดประกาศการยึดไว้ ณ ที่ยึดซึ่งเป็นภูมิลำเนาของจำเลย ถือได้ว่าจำเลยทราบถึงการยึดทรัพย์โดยชอบแล้ว การยึดทรัพย์พิพาทย่อมชอบด้วยกฎหมาย การประเมินราคาทรัพย์พิพาทเจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินโดยอาศัยหลักเกณฑ์เทียบเคียงกับราคาประเมินของกรมที่ดินและยังจัดให้สำนักงานวางทรัพย์กลางทำการประเมินอีกครั้งหนึ่งก็ได้ราคาใกล้เคียงกัน ราคาทรัพย์ที่พนักงานบังคับคดีประเมินไว้จึงมิได้เกิดจากการสมคบกับโจทก์กดราคาให้ต่ำลง ประกอบกับในการขายทอดตลาดก็ไม่มีพฤติการณ์ส่อให้เห็นว่าการประมูลทรัพย์พิพาทมีการสมคบกันกดราคาลง การขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทจึงชอบด้วยกฎหมาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

กรณีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ชำระเงินตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 1,739,506.52 บาท จำเลยทั้งสองทราบคำบังคับแล้วไม่ชำระเงินแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยทั้งสอง ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ยึด โจทก์ประมูลราคาสูงสุดเจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอนุญาตให้ขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแก่โจทก์จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องคัดค้านว่า โจทก์ทำการยึดที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะจำเลยทั้งสองชำระหนี้ให้โจทก์เกือบเสร็จสิ้นแล้ว หลังจากที่โจทก์ทำการยึดทรัพย์ จำเลยทั้งสองชำระหนี้ส่วนที่เหลือแก่โจทก์ครบถ้วน โจทก์และเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่มีอำนาจที่จะนำทรัพย์ของจำเลยทั้งสองขายทอดตลาด และการยึดไม่ใช่กรณีฉุกเฉินที่จะทำให้โจทก์และเจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจดำเนินการบังคับคดีหลังพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก และการบังคับคดีมิได้กระทำต่อหน้าจำเลยทั้งสอง

เจ้าพนักงานบังคับคดีมิได้แจ้งการยึดให้จำเลยทั้งสองทราบ โจทก์สมคบกับเจ้าพนักงานบังคับคดีตีราคาทรัพย์ต่ำกว่าความเป็นจริงเมื่อขายทอดตลาดโจทก์เป็นผู้ประมูลเองในราคาที่ต่ำกว่าราคาที่เป็นจริง และเป็นการขายครั้งแรกยังไม่สมควรขาย ขอให้ถอนการยึดและเพิกถอนขายทอดตลาดศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง และให้โจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อแรกว่า วิธีการที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า หลักปฏิบัติในการบังคับคดีตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งบัญญัติไว้เกี่ยวกับการยึดทรัพย์ มิได้มีข้อกำหนดว่าการยึดทรัพย์จะต้องกระทำต่อหน้าเจ้าของทรัพย์ ทั้งหลังจากที่เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดทรัพย์พิพาทแล้ว ก็ปิดประกาศการยึดไว้ ณ ที่ยึดซึ่งเป็นภูมิลำเนาของจำเลยทั้งสอง ถือได้ว่าจำเลยทั้งสองทราบถึงการยึดทรัพย์พิพาทโดยชอบแล้ว เมื่อโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์พิพาท และเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดทรัพย์ตามระเบียบแล้ว การยึดทรัพย์พิพาทย่อมชอบด้วยกฎหมายปัญหาที่ต้องวินิจฉัยข้อที่สองมีว่า

การขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทที่เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จำเลยทั้งสองกล่าวอ้างว่าราคาทรัพย์ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินต่ำกว่าความเป็นจริงมากโดยประเมินราคาที่ดินไว้ตารางวาละ 50,000 บาทเป็นราคาที่ดิน 1,250,000 บาท และประเมินราคาสิ่งปลูกสร้างเป็นเงิน1,000,000 บาท รวมราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2,250,000 บาทราคาที่สมควรนั้นควรเป็นราคาที่ซื้อขายตามความเป็นจริงในท้องตลาดตารางวาละ 110,000 บาท ที่ดินทั้งแปลงควรมีราคา 2,750,000 บาทซึ่งสูงเป็นสองเท่าของราคาประเมิน ส่วนราคาสิ่งปลูกสร้างควรสูงเป็นสองเท่าของราคาประเมินด้วย คือราคา 2,000,000 บาท รวมราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างควรเป็นเงินกว่า 4,000,000 บาท

ประกอบกับจำเลยนำสืบแล้วว่าที่ดินที่มีลักษณะเหมือนที่พิพาทและสิ่งปลูกสร้างอยู่ในทำเลเดียวกับที่พิพาท เนื้อที่ 16 ตารางวา มีราคาในท้องตลาด6,400,000 บาท การที่โจทก์ซื้อได้ในราคา 3,500,000 บาท จึงต่ำกว่าราคาที่เป็นจริง เห็นว่า การประเมินราคาทรัพย์พิพาทเจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินโดยอาศัยหลักเกณฑ์เทียบเคียงกับราคาประเมินของกรมที่ดินและยังจัดให้สำนักงานวางทรัพย์กลางทำการประเมินอีกครั้งหนึ่งก็ได้ราคาใกล้เคียงกัน ราคาทรัพย์ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินไว้จึงมิได้เกิดจากการสมคบกับโจทก์กดราคาให้ต่ำลง พยานหลักฐานที่จำเลยทั้งสองอ้างเพื่อให้เห็นว่าทรัพย์พิพาทมีราคาสูงมีเพียงภาพถ่ายหมาย ล.1 ล.3 และใบโฆษณาเอกสารหมาย

ล.4 ซึ่งมิใช่ทรัพย์พิพาท แม้ห้องข้างเคียงที่จำเลยทั้งสองอ้างว่าเจ้าของเสนอขายในราคาห้องละ 3,000,000 บาท จำเลยที่ 2 ก็ยังเบิกความไว้ว่าขณะนี้ยังขายไม่ได้ ข้อกล่าวอ้างของจำเลยทั้งสองจึงเลื่อนลอยไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง ตามข้อเท็จจริงในคดีนี้โจทก์ประมูลได้ในราคา 3,500,000 บาท สูงกว่าราคาประเมิน หากผู้ใดเห็นว่าทรัพย์พิพาทมีราคาสูงกว่านั้นก็สามารถเข้าสู้ราคาให้สูงขึ้นไปอีกได้แต่จำเลยทั้งสองก็มิได้เข้าสู้ราคาหรือหาผู้อื่นมาเข้าสู้ราคาให้สูงกว่าที่โจทก์เสนอ ประกอบกับในการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทก็ไม่มีพฤติการณ์ส่อให้เห็นว่าการประมูลทรัพย์พิพาทมีการสมคบกันกดราคาลง การขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทจึงชอบด้วยกฎหมายพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · อากาศ บำรุงชีพ · ปราโมทย์ บุนนาค
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14408/2558

จำเลยที่ 5 ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดเนื่องจากเห็นว่าราคาที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินมีจำนวนต่ำเกินสมควรซึ่งเกิดจากการคบคิดกันฉ้อฉลระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องในการสู้ราคาหรือความไม่สุจริตหรือความประมาทเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14123/2558

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทเพราะเหตุเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้แจ้งวันขายทอดตลาดทรัพย์ให้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียทราบ ซึ่งผู้ร้องได้ยื่นคำฟ้องขอให้โจทก์และจำเลยคดีนี้เพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7385/2556

โจทก์ส่งแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อส่งหมายแจ้งการยึดและประกาศขายทอดตลาดให้แก่ ส. ซึ่งเป็นเจ้าของรวมในที่ดิน เมื่อแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรมีข้อความระบุว่า ส. ถูกจำหน่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7342/2552

พระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541 มาตรา 7 บัญญัติว่า "ในการโอนสินทรัพย์ไปให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ ถ้ามีการฟ้องร้องบังคับสิทธิเรียกร้องเป็นคดีในศาล ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ดังกล่าวเข้าสวมสิทธิเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 43/2540

ขณะที่ศ.นำหมายนัดไปส่งให้แก่จำเลยที่1นั้นจำเลยที่1ยังมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเมื่อหาบ้านจำเลยที่1ไม่พบก็สมควรที่จะให้โจทก์ยืนยันภูมิลำเนาของจำเลยที่1เสียใหม่หากโจทก์ยืนยันแล้วยังส่งไม่ได้อีกจึงจะมีการป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้