Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1992/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายในฟ้องข้อ (ก) ว่า จำเลยมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองซึ่งเป็นเฮโรอีนที่บรรจุในหลอดฉีดยาพร้อมเข็ม และกล่าวในฟ้องข้อ (ข)ว่าจำเลยได้บังอาจเสพเฮโรอีนที่จำเลยมีไว้ในฟ้องข้อ(ก)ด้วย ทางพิจารณาได้ความว่าไม่มีเฮโรอีนบรรจุอยู่ในหลอดฉีดยาคงมีแต่เฮโรอีนที่ติดอยู่ในหลอดฉีดยา จึงเป็นเรื่องข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณา มิใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ศาลย่อมลงโทษจำเลยในข้อเท็จจริงนั้น ๆ ไม่ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192วรรคสี่.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 158 ป.วิ.อ. มาตรา 192 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57 ป.วิ.พ. มาตรา 192

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 15, 57, 67, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 58, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 ให้ริบของกลางศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองตามพระราชบัญญัติเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15, 67 จำคุก2 ปี คำรับของจำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก1 ปี 4 เดือน บวกโทษจำคุก 15 วัน ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 13668/2526ของศาลแขวงพระนครใต้ เข้ากับโทษจำคุกในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 58 คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน 15 วัน

ริบของกลาง คำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15, 67 เสียด้วยนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามที่โจทก์กล่าวในคำบรรยายฟ้องข้อ(ก) ว่าจำเลยมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครอง ซึ่งเป็นเฮโรอีนที่บรรจุอยู่ในหลอดฉีดยาพร้อมเข็ม แต่ไม่อาจชั่นน้ำหนักได้เนื่องจากจำเลยได้เสพไปแล้วดังกล่าวในข้อ (ข) และกล่าวในฟ้องข้อ (ข) ว่า จำเลยได้บังอาจเสพเฮโรอีนที่จำเลยมีไว้ในฟ้องข้อ (ก) นั้น ย่อมมีความหมายว่าเฮโรอีนที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยมีไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมายนั้นได้แก่เฮโรอีนที่บรรจุอยู่ในหลอดฉีดยาก่อนที่จำเลยจะเสพโดยฉีดเข้าไปในร่างกาย

เพราะโจทก์บรรยายถึงเฮโรอีนที่จำเลยมีว่า บรรจุอยู่ในหลอด มิได้ใช้คำว่า ที่ติดอยู่ในหลอด นอกจากนี้ยังใช้คำว่า "ไม่อาจชั่งน้ำหนักเฮโรอีนได้ เนื่องจากจำเลยได้เสพไปแล้วดังกล่าวในฟ้องข้อ (ข)" อันแสดงว่า เป็นเฮโรอีนที่ได้เสพไปแล้ว ซึ่งในฟ้องข้อ (ข)โจทก์ก็ได้กล่าวเพื่อให้รับกันว่า จำเลยได้เสพเฮโรอีนที่จำเลยมีไว้ในฟ้องข้อ (ก) อันเป็นการยืนยันอีกว่า เฮโรอีนที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีไว้ก็คือเฮโรอีนจำนวนเดียวกับที่จำเลยได้เสพไปในภายหลังตามฟ้องข้อ (ข) นั่นเอง แต่เมื่อทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าจำเลยได้เสพเฮโรอีนกล่าวคือ ไม่มีเฮโรอีนบรรจุอยู่ในหลอดฉีดยา คงมีแต่เฮโรอีนที่ติดอยู่ในหลอดฉีดยา จึงเป็นเรื่องข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณามิใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ศาลย่อมลงโทษจำเลยในข้อเท็จจริงนั้น ๆ ไม่ได้ ตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา192 วรรคสี่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องในข้อหานี้ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิเวศน์ คำผอง · อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7107/2561

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีน 193 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและร่วมกันพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าว 191 เม็ด แต่ทางพิจารณากลับได้ความว่าจำเลยโทรศัพท์แจ้งให้ ว. ไปรับเมทแอมเฟตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4538/2549

จำเลยกระทำความผิดก่อนกฎหมายแก้ไขใหม่ แม้โจทก์นำสืบว่า เมทแอมเฟตามีน 14,000 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 232.106 กรัม แต่โจทก์ไม่ได้บรรยายในคำฟ้องว่า คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้เท่าใด ซึ่งตาม ป.วิ.อ. มาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6927/2538

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีและจำหน่ายเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ซึ่งเป็นเกลือของเฮโรอีน แม้คำขอท้ายฟ้องกลับขอให้ริบเฮโรอีนซึ่งเป็นคนละชนิดกัน แต่เมื่อตาม ประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 2(พ.ศ. 2522)เรื่องระบุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2730/2532

ความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 และประเภท 2 เป็นความผิดที่มีบทความผิดและบทลงโทษคนละมาตรากัน จึงเป็นความผิดต่างกระทงกันเมื่อตามฟ้องโจทก์มีความผิดเพียง 2 กระทง แม้โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องแยกเป็นรายกระทง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1044/2568

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของศาลจังหวัดเวียงสระ และจำเลยที่ 7 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้