Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1993/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องทายาทผู้ตายขอให้คืนเงินที่ผู้ตายกู้ยืมไปให้แก่โจทก์โดยกล่าวในฟ้องว่า ผู้ตายทำสัญญาให้โจทก์เช่าที่ดินเพื่อปลูกห้องแถวโดยสิ่งปลูกสร้างจะต้องตกเป็นของผู้ตาย ต่อมาผู้ตายได้ทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์ตกลงจะชำระคืนให้โจทก์ภายในเวลาที่กำหนด หรือเมื่อห้องที่โจทก์เช่าถูกไฟไหม้ หรืออาคารที่สร้างชำรุด และโจทก์ไม่ทำการก่อสร้างใหม่ภายใน 6 เดือน ให้ถือว่าสัญญากู้ยืมเป็นอันระงับ ผู้ตายต้องคืนเงินให้แก่โจทก์และระบุไว้ในสัญญาข้อหนึ่งว่า "ในระหว่างอายุแห่งสัญญานี้ยังมีผลใช้บังคับอยู่ ถ้าผู้ให้สัญญา (ผู้ตาย) ถึงแก่กรรม ผลแห่งสัญญานี้ผู้ให้สัญญายอมให้ผูกพันทายาทผู้รับทรัพย์มรดกรายนี้ต่อไปจนครบอายุสัญญา หรือตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้....."ตามสัญญาข้อนี้แสดงให้เห็นว่าหนี้รายนี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อทายาทของผู้ตายได้รับที่ดินแปลงที่โจทก์เช่าจากเจ้ามรดกแล้ว กรณีแห่งคดีนี้จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลย (ทายาท) คืนเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยในฐานะที่จำเลยเป็นผู้สืบสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาระหว่างโจทก์กับผู้ตาย ซึ่งโจทก์ถือว่าจำเลยเป็นผู้รับมรดกของผู้ตายเฉพาะที่แปลงที่โจทก์เช่าเป็นคู่สัญญากับโจทก์ กรณีมิใช่โจทก์เป็นเจ้าหนี้อันมีต่อเจ้ามรดก จะนำบทบัญญัติมาตรา 1754 วรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้คืนเงินที่ผู้ตายได้กู้ยืมไปให้แก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยโดยกล่าวในฟ้องว่า ผู้ตายทำสัญญาให้โจทก์เช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างห้องแถวโดยสิ่งปลูกสร้างจะต้องตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ตาย ต่อมาผู้ตายได้ทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์ โดยตกลงจะชำระคืนให้โจทก์ภายในเวลาที่กำหนด หรือเมื่อห้องที่โจทก์เช่าถูกไฟไหม้ หรืออาคารที่สร้างชำรุด และโจทก์ไม่ทำการก่อสร้างใหม่ภายใน 6เดือน ให้ถือว่าสัญญากู้ยืมเป็นอันระงับ ผู้ตายต้องคืนเงินให้แก่โจทก์ และระบุไว้ในสัญญาข้อหนึ่งว่า "ในระหว่างอายุแห่งสัญญานี้ยังมีผลใช้บังคับอยู่ ถ้าผู้ให้สัญญา (ผู้ตาย) ถึงแก่กรรม ผลแห่งสัญญานี้ผู้ให้สัญญายอมให้ผูกพันทายาทผู้รับทรัพย์มรดกรายนี้ต่อไปจนครบอายุสัญญา หรือตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้"จำเลยทั้ง 5 เป็นทายาทของผู้ตาย เป็นผู้มีส่วนได้รับมรดกที่ดินแปลงที่โจทก์เช่าและมีความผูกพันที่จะต้องคืนเงินให้แก่โจทก์จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ให้การว่า

ฟ้องโจทก์ขาดอายุความทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องเป็นมรดกตกได้แก่จำเลยที่ 4 ซึ่งโจทก์ทราบดีว่าเป็นผู้รับทรัพย์มรดกแปลงนี้โจทก์ไม่เคยติดต่อกับจำเลยทั้งสามแต่ประการใด ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความจำเลยที่ 4 ให้การว่าสัญญาตามเอกสารท้ายฟ้องเป็นกรณีที่บิดาจำเลยยืมเงินจากโจทก์โดยนำเอาห้องแถวและที่ดินเป็นประกัน เมื่อบิดาจำเลยตายในพ.ศ. 2515 สิทธิและหน้าที่จึงตกทอดแก่ทายาท โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ต้องจัดให้มีการชำระหนี้จากกองมรดก หรือจากทายาทแล้วแต่กรณีภายในอายุความมรดก1 ปี โจทก์มาฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2518 เป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความ สัญญาตามเอกสารท้ายฟ้องเป็นสัญญาที่โจทก์มีทางได้ฝ่ายเดียวเป็นสัญญาที่ขัดต่อกฎหมายและความสงบเรียบร้อยของประชาชน เป็นโมฆะโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

ฟ้องของโจทก์เป็นเรื่องเรียกเงินกู้จากทายาท ไม่ใช่เรียกเงินคืนฐานหนี้อย่างอื่น ไม่ใช่เรื่องเช่า หากเป็นเรื่องเช่าสัญญาเช่าก็ย่อมระงับไปโดยการสูญหายของทรัพย์สินที่เช่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเช่นกัน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าหนี้ผู้มีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินที่ตนได้ยึดถือไว้ ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 189

โจทก์ฟ้องคดี เมื่อพ้นกำหนด 1 ปีนับแต่เมื่อโจทก์รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสามไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นอื่นต่อไป พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าผู้ตายมีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ตามสัญญาดังกล่าวและสัญญาระบุไว้ชัดแจ้งว่าในระหว่างอายุสัญญานี้ยังมีผลบังคับอยู่ ถ้าผู้ตายถึงแก่ความตายก็ให้สัญญาผูกพันผู้รับทรัพย์มรดกต่อไปจนครบอายุสัญญาหรือตามเงื่อนไขที่ได้ระบุไว้ ฉะนั้น หลังจากผู้ตายตายแล้วจำเลยซึ่งเป็นทายาทผู้รับมรดกที่ดินและอาคารที่โจทก์เช่าจึงต้องผูกพันตามสัญญาระหว่างโจทก์กับผู้ตายต่อไปโดยผลแห่งกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1599 วรรคแรก เพราะสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ ตามสัญญานี้มิใช่เป็นการเฉพาะตัวของนายเจริญผู้ตายโดยแท้

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยในฐานะที่จำเลยเป็นผู้สืบสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาระหว่างโจทก์กับผู้ตาย ซึ่งโจทก์ถือว่าจำเลยเป็นคู่สัญญากับโจทก์แทนผู้ตายแล้ว หาใช่โจทก์ฟ้องเรียกหนี้สินจากกองมรดกของผู้ตายไม่ จึงนำอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสามมาใช้บังคับไม่ได้คดีจำต้องพิจารณาข้อต่อสู้ของจำเลยในประเด็นอื่นต่อไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่ตามนัยที่กล่าวแล้วพิพากษาใหม่ พร้อมทั้งสั่งค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลด้วยจำเลยที่ 4 ผู้เดียวฎีกาศาลฎีกาเห็นว่าหนี้ตามที่โจทก์ฟ้องคดีนี้โจทก์มิใช่เป็นเจ้าหนี้กองมรดกของผู้ตาย เพราะขณะที่ผู้ตายตายเมื่อ พ.ศ. 2515 นั้น สิทธิเรียกร้องของโจทก์เกี่ยวกับหนี้รายนี้ยังมิได้เกิดขึ้น ต่อเมื่อเกิดเพลิงไหม้ และห้องแถวที่โจทก์เช่าจากผู้ตายได้ถูกไฟไหม้ไปด้วย และโจทก์มิได้ปลูกสร้างอาคารขึ้นใหม่ในที่ดินที่โจทก์เช่าภายใน 6 เดือนตามสัญญา อันเป็นเหตุให้สัญญาดังกล่าวระงับลงสิทธิเรียกร้องในหนี้รายนี้จึงได้เกิดขึ้นซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่เจ้ามรดกได้ตายไปแล้ว และตามสัญญาได้ระบุไว้ชัดว่า "ในระหว่างอายุแห่งสัญญานี้ยังมีผลบังคับอยู่ ถ้าผู้ให้สัญญา (ผู้ตาย) ถึงแก่กรรม ผลแห่งสัญญานี้ ผู้ให้สัญญายอมให้ผูกพันทายาทผู้รับทรัพย์มรดกรายนี้ต่อไปจนครบอายุสัญญา หรือตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้" ตามสัญญาข้อนี้เป็นที่เห็นได้ว่า หนี้รายนี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อทายาทของผู้ตายได้รับที่ดินแปลงที่โจทก์เช่าจากเจ้ามรดกแล้ว กรณีแห่งคดีนี้จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงิน พร้อมทั้งดอกเบี้ยในฐานะที่จำเลยเป็นผู้สืบสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาระหว่างโจทก์กับผู้ตาย ซึ่งโจทก์ถือว่าจำเลยผู้รับมรดกของผู้ตายเฉพาะที่แปลงที่โจทก์เช่าเป็นคู่สัญญากับโจทก์กรณีมิใช่โจทก์เป็นเจ้าหนี้อันมีต่อเจ้ามรดกจะนำบทบัญญัติมาตรา 1754 วรรคสามแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับไม่ได้ ทั้งกรณีมิได้เกี่ยวกับบทบัญญัติมาตรา 189 และ 241 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตามที่จำเลยฎีกาแต่ประการใดพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชุบ วีระเวคิน · กฤษณ์ โสภิตกุล · จันทร์ ระรวยทรง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1023/2566

การฟ้องเรียกทรัพย์ใด ๆ เป็นของตนทั้งหมด หากพิจารณาได้ความว่าโจทก์ควรได้แต่ส่วนแบ่ง เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้โจทก์ได้รับแต่ส่วนแบ่งนั้นก็ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (2) เมื่อส่วนที่เป็นทรัพย์มรดกข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2159/2562

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 233 สิทธิเรียกร้องที่เจ้าหนี้จะใช้แทนลูกหนี้เพื่อป้องกันสิทธิของตนในมูลหนี้ในกรณีที่ลูกหนี้ขัดขืนไม่ยอมใช้สิทธิเรียกร้องหรือเพิกเฉยไม่ใช้สิทธิเรียกร้อง อันเป็นเหตุให้เจ้าหนี้เสียประโย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5689/2552

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินระหว่างจำเลยที่ 1 บิดาโจทก์กับจำเลยที่ 2 โดยอ้างว่าที่ดินเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยที่ 1 กับ อ. มารดาโจทก์ซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้ว จึงเป็นการเรียกให้ไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3472/2546

โจทก์ประกอบกิจการค้าขายเครื่องอุปโภคและบริโภค รวมทั้งให้ยืมเงินแก่ ผ. จำเลยและลูกค้าของโจทก์รายอื่น ๆ อีกหลายรายที่ประกอบอาชีพทำนาที่มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องอุปโภคบริโภคโดยโจทก์ให้เครดิตสินเชื่อสินค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5003/2540

พ. เจ้ามรดกมิได้ยกที่ดินพิพาทให้จำเลยตั้งแต่ก่อนตายเมื่อพ.ตายที่ดินพิพาทจึงเป็นทรัพย์มรดกของพ.และตกทอดแก่ทายาทตามกฎหมาย แต่โจทก์ฟ้องคดีโดยอ้างประเด็นแห่งคดีมาให้คำฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของพ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้