Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19969/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเป็นหัวหน้าหน่วยงานในสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินอันเป็นหน่วยงานของรัฐตามบทบัญญัติมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2542 ที่ระบุให้ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบการบริหารทั่วไปซึ่งงานตรวจเงินแผ่นดิน จึงเป็นหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจมีคำสั่งให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารลับได้ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ.2544 ข้อ 49 ซึ่งออกตามความในมาตรา 16 แห่ง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2542 มาตรา 26 พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 มาตรา 16

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 164, 328, 86, 91 พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 มาตรา 15, 16, 17, 20, 40 และ 41

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูลสำหรับจำเลยที่ 1 ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 164 พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 มาตรา 15, 16, 17, 20, 41 สำหรับจำเลยที่ 2 ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ให้ประทับฟ้อง ข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 มาตรา 41 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 164 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี และปรับ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ด้วย(ที่ถูก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น)

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 กระทำผิดตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยที่ 1 มีหนังสือรายงานข้อเท็จจริงเบื้องต้นถึงจำเลยที่ 2 ก่อนที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินพิจารณา ตามรายงานการประชุมเอกสารหมาย จ.15 และ จ.20 ถึง จ.23 ทั้งเอกสารหมาย จ.3 ล.23 และ ล.24 เป็นรายงานผลการตรวจสอบตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินซึ่งมาตรา 27 วรรคสอง และมาตรา 43 ระบุให้เป็นหน้าที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินรายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินยังไม่ได้สั่งการให้แจ้งการตรวจสอบ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินจึงไม่มีอำนาจหน้าที่แจ้งผลการตรวจสอบหรือมอบหมายให้ผู้ใดเปิดเผยผลการตรวจสอบในส่วนที่เป็นความเห็นได้นั้น

เห็นว่า นอกจากรายงานตามเอกสารหมาย จ.3 หรือ ล.24 และรายงานตามเอกสารหมาย ล.23 หรือ ล.25 ที่จำเลยที่ 1 ส่งให้ประธานคณะกรรมาธิการการปกครองวุฒิสภาและจำเลยที่ 2 นั้นเป็นเพียงรายงานข้อเท็จจริงเบื้องต้นกรณีร้องเรียนการใช้จ่ายเงินในโครงการศูนย์ขวัญน่าน และเป็นการทำหนังสือชี้แจงตามหนังสือของวุฒิสภาตามที่ปรากฏข้อความอ้างถึงหนังสือของวุฒิสภาในเอกสารหมาย จ.3 และ ล.25 ซึ่งหนังสือตามเอกสารหมาย จ.3 และ ล.25 ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นเอกสารที่เป็นรายงานผลการตรวจสอบที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินจะต้องรายงานการตรวจสอบต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2542 มาตรา 43 อีกทั้งก่อนที่จำเลยที่ 1 จะส่งหนังสือรายงานข้อเท็จจริงเบื้องต้น ตามเอกสารหมาย

จ.3 หรือ ล.24 และ ล.23 หรือ ล.25 ก็ปรากฏข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ได้จัดทำร่างหนังสือรายงานข้อเท็จจริงเบื้องต้นดังกล่าวเสนอผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเพื่อมีคำสั่งกรณีอนุมัติให้แจ้งข้อเท็จจริงเบื้องต้นให้ประธานคณะกรรมาธิการการปกครองวุฒิสภาและจำเลยที่ 2 ซึ่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินมีคำสั่งเห็นชอบและให้จำเลยที่ 1 รับผิดชอบ ดังนั้นการที่จำเลยที่ 1 ลงนามในหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงเบื้องต้น อันเป็นการปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน จึงเป็นการปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ.2544 ข้อ 49 ซึ่งออกตามความในมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ที่ระบุว่า "ในกรณีที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา 20 (1)

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 มีคำสั่งให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารลับใดโดยมีข้อจำกัดหรือเงื่อนไขเช่นใด ให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารลับนั้นได้ตามข้อจำกัดหรือเงื่อนไขที่กำหนด" ดังนั้นการที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเป็นหัวหน้าหน่วยงานในสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินอันเป็นหน่วยงานของรัฐตามบทบัญญัติมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2542 ที่ระบุให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบการบริหารทั่วไปซึ่งงานตรวจเงินแผ่นดิน จึงเป็นหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจมีคำสั่งให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารลับได้ นอกจากนี้จากทางนำสืบของโจทก์ก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 กระทำการไม่สุจริต หรือมีน้ำหนักให้รับฟังเพียงพอว่าการที่จำเลยที่ 1 ส่งข้อมูลข่าวสารดังกล่าวให้จำเลยที่ 2 เป็นการกระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือโดยทุจริต

การกระทำดังกล่าวของจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 มาตรา 20 (1) และไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 164 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทรงศิลป์ ธรรมรัตน์ · กรองเกียรติ คมสัน · อิสสระ นิ่มละมัย
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดน่าน - นายธนิน ชินตาปัญญากุล
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายปานทอง สุ่มมาตย์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.6533/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ689/2547
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ278/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้