Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1998/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิด 2 กระทง เมื่อศาลลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายไปแล้วก็ควรจะลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้เป็นอย่างเดียวกันไม่ควรรอการลงโทษให้จำเลยเพราะจะเป็นการลักลั่นไม่เหมาะสมที่กระทงหนึ่งลงโทษจำคุก แต่อีกกระทงหนึ่งรอการลงโทษ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 56 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 มาตรา 15 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 มาตรา 66 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2477 มาตรา 7 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2477 มาตรา 72

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 4 เม็ด น้ำหนัก 0.36 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าวให้แก่ผู้มีชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต กับจำเลยมีอาวุธปืนลูกซองสั้นขนาด 12ไม่มีเครื่องหมายทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับไว้จำนวน 1 กระบอกซึ่งอาวุธปืนดังกล่าวสามารถใช้ยิงได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมกับยึดเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวและเงินที่ใช้ล่อซื้อเมทแอมเฟตามีน และเงินที่จำเลยได้มาจากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน หลอดกาแฟ 1 หลอด ซึ่งตัดเป็นท่อนใช้ในการบรรจุเมทแอมเฟตามีน ถุงพลาสติก 6 ถุง กับอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของกลางขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ

พ.ศ. 2522มาตรา 4, 7, 15, 66 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7,72 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 และริบของกลางทั้งหมด ยกเว้นเงินที่ใช้ล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนให้คืนแก่เจ้าของจำเลยให้การรับสารภาพ ข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองและมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ข้อหาอื่นให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)

ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย (ที่ถูกฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทแต่ละบทมีโทษเท่ากันให้ลงโทษฐานจำหน่าย) จำคุก 5 ปี ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจำคุก 1 ปี คำรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายกับคำรับสารภาพฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสามและกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน และจำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 3 ปี10 เดือน ริบของกลาง เว้นแต่เงินจำนวน 240 บาท และ 24,140บาท ให้คืนแก่เจ้าของจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันรับฟังได้ว่าในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมและนำตัวจำเลยพร้อมด้วยเมทแอมเฟตามีนจำนวน 4 เม็ด และเงินจำนวน 240 บาท กับอาวุธปืนเป็นของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย กับฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกมีว่า จำเลยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีร้อยตำรวจโทวิโรจน์ แย้มปราศัย และนายดาบตำรวจพร ก๊กพงษ์ เป็นพยานเบิกความทำนองเดียวกันว่า เหตุที่ต้องมีการวางแผนเพื่อจับกุมจำเลยเพราะได้รับหนังสือร้องเรียนจากราษฎรว่า

จำเลยและนายอินแปง บุดสีดา สามีจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่วัยรุ่นในหมู่บ้าน หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยเฮี้ย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ได้มีการสืบสวนหาข้อเท็จจริงแล้ว ปรากฏว่าเป็นความจริงจึงได้ขอหมายค้นจากศาลชั้นต้นตามเอกสารหมาย จ.2 สำหรับเงินที่ใช้ล่อซื้อได้ความจากนายดาบตำรวจพรว่าเป็นของร้อยตำรวจโทวิโรจน์คือ ธนบัตรฉบับละ 100 บาท 2 ฉบับ และฉบับละ 20 บาท7 ฉบับ เงินทั้งหมดนี้ก่อนนำไปมอบให้สายลับได้นำไปถ่ายสำเนาและลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดีไว้เป็นหลักฐานตามเอกสารหมายจ.3 และ จ.4 และร้อยตำรวจโทวิโรจน์เบิกความว่า สายลับนำเมทแอมเฟตามีนจำนวน 4 เม็ด มามอบให้ยืนยันว่าซื้อมาจากจำเลยโดยระบุรูปพรรณสัณฐานและการแต่งกายให้พยานทราบ

พยานจึงแจ้งวิทยุให้นายดาบตำรวจพรซึ่งซุ่มดูเหตุการณ์ใกล้กับที่เกิดเหตุมากที่สุดเข้าทำการตรวจค้นจับกุมจำเลย ผลการตรวจค้นพบธนบัตรฉบับละ 100 บาท จำนวน 2 ฉบับ และฉบับละ 20 บาท จำนวน 2 ฉบับ มีหมายเลขตรงกับธนบัตรที่ให้สายลับไปล่อซื้อจากจำเลยในชั้นจับกุมจำเลยก็ให้การรับว่า ธนบัตรดังกล่าวได้มาจากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ซึ่งก็สอดคล้องกับคำของนายดาบตำรวจพรที่เบิกความว่า จำเลยรับว่าธนบัตรดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาจากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนไปเมื่อสักครู่นี้ ส่วนจำเลยอ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่าเมทแอมเฟตามีนจำนวน 4 เม็ด และธนบัตรจำนวน 240 บาท ที่อ้างว่าเป็นธนบัตรที่สายลับใช้ล่อซื้อเมทแอมเฟตามีน เจ้าพนักงานตำรวจเป็นผู้นำมาวางไว้ที่แคร่ใต้ถุนบ้านจำเลย

จำเลยไม่ได้กระทำความผิด และมีนายสมาน ปัดถา เป็นพยานจำเลยเบิกความว่า ระหว่างที่มีการตรวจค้นจำเลยได้ยินเจ้าพนักงานตำรวจคนหนึ่งพูดว่า หากไม่พบอะไรก็ให้ยัดใส่มือไว้ เห็นว่า ตามบันทึกการตรวจค้นและจับกุมเอกสารหมาย จ.7และ จ.8 มีข้อความระบุไว้ชัดเจนว่า ค้นพบธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อซ่อนอยู่ในตู้กับข้าวชั้นล่างซึ่งจำเลยมิได้โต้แย้งว่าไม่ถูกต้อง ธนบัตรของกลางที่ใช้ล่อซื้อจึงเป็นวัตถุพยานที่ได้ความสอดคล้องกับข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบมาว่า จำเลยได้จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับและรับธนบัตรดังกล่าวจากสายลับจริงดังที่นายดาบตำรวจพรเบิกความว่าจำเลยรับว่าธนบัตรดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาจากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนไปเมื่อสักครู่นี้

แม้โจทก์จะไม่ได้นำสายลับมาเบิกความก็หาทำให้น้ำหนักคำพยานโจทก์ดังวินิจฉัยมาข้างต้นเสียไปไม่ นอกจากนี้ยังได้ความจากร้อยตำรวจโทวิโรจน์ว่า ก่อนมีการตรวจค้นพบธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อ นายอินแปงสามีจำเลยเข้ามาที่บ้านขอตรวจค้นเจ้าพนักงานตำรวจก่อน เจ้าพนักงานตำรวจแสดงความบริสุทธิ์ยอมให้ตรวจค้นก่อนฉะนั้นจึงไม่มีข้อระแวงสงสัยว่าเจ้าพนักงานตำรวจจะไปสร้างพยานหลักฐานเท็จปรักปรำใส่ร้ายจำเลย ฎีกาของจำเลยที่อ้างในทำนองว่าเจ้าพนักงานตำรวจสร้างพยานหลักฐานเท็จด้วยการนำธนบัตรที่มีหมายเลขตรงกับที่ถ่ายสำเนาลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดีไว้ให้สายลับไปล่อซื้อไปวางไว้ที่บ้านจำเลยจึงฟังไม่ขึ้น ทั้งจำเลยก็รับว่าเมทแอมเฟตามีนตามฟ้องเป็นของจำเลยจริง และยังพบธนบัตรที่เจ้าพนักงานตำรวจให้สายลับไปใช้ล่อซื้ออยู่ในความครอบครองของจำเลย

พยานหลักฐานของโจทก์จึงสมเหตุผลมีน้ำหนักฟังได้ว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายตามฟ้องจริง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในประการสุดท้ายว่าในความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตมีเหตุอันควรรอการลงโทษให้จำเลยหรือไม่ เห็นว่า เมื่อศาลลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายไปแล้ว ก็ควรที่จะลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นอย่างเดียวกันเสียด้วย ไม่ควรที่จะรอการลงโทษให้จำเลยเพราะจะเป็นการลักลั่นไม่เหมาะสมที่กระทงหนึ่งลงโทษจำคุกแต่อีกกระทงหนึ่งรอการลงโทษ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษในความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตนั้นเหมาะสมแล้ว ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชิต คำแฝง · สายันต์ สุรสมภพ · สุพัฒน์ บุญยุบล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6266/2545

จำเลยมีและพาอาวุธปืนติดตัวไปโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และยังขูดลบเครื่องหมายทะเบียนอาวุธปืนอันเป็นเอกสารราชการ เพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นอาวุธปืนไม่มีเครื่องหมายทะเบียนอาวุธปืนอีกด้วย นับเป็นการกระทำคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8881/2544

จำเลยแย่งอาวุธปืนจากผู้เสียหายมายิงผู้เสียหายในขณะเกิดเหตุวิวาทกัน แล้วก็ถูก ธ. แย่งอาวุธปืนคืนไปในขณะนั้น จึงต้องถือว่าจำเลยไม่มีเจตนาครอบครองอาวุธปืนและพาอาวุธปืนไปตามทางสาธารณะ ผู้เสียหายกับพวกซึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6555/2547

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและร่วมกันจำหน่าย เมทแอมเฟตามีน จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสี่คนละตลอดชีวิต จำเลยทั้งสี่อุท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1904/2546

ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้เสียหายไม่ได้กล่าวหาและเจ้าพนักงานตำรวจก็มิได้ตั้งข้อหาแก่จำเลยทั้งสองว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 มีและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต โดยพนักงานสอบสวนเพิ่งมาแจ้งข้อหานี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้