Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2004/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ก่อนเจ้ามรดกถึงแก่ความตายได้พูดยกที่ดินมือเปล่าให้แก่บุตรแต่ละคนโดยบุตรคนไหนปลูกบ้านอยู่ในที่ดินส่วนใด ก็ยกที่ดินส่วนนั้นให้ โจทก์ซึ่งเป็นบุตรเจ้ามรดกได้ปลูกบ้านในที่ดินพิพาท และได้ครอบครองที่ดินพิพาทอย่างเป็นเจ้าของตลอดมา แม้ต่อมาภายหลังจำเลยจะไปขอรับมรดกที่ดินพิพาท ซึ่งมี ส.ค.1 แล้วขอให้ทางราชการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่จำเลย แต่เมื่อโจทก์ยังคงครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมา จึงหาทำให้จำเลยได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรังวัดจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓) เลขที่ ๑๑๙ เล่มที่ ๖ หน้า ๒๔ หมู่ที่ ๓ ตำบลหัวดง อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ ต่อเจ้าพนักงานที่ดินให้แก่โจทก์ทั้งสองมีเนื้อที่คนละ ๑ งาน ๒ ตารางวาเศษ หากจำเลยไม่ไปรังวัดตามที่กล่าวข้างต้น ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลย

จำเลยให้การว่า จำเลยได้ขอออก น.ส.๓ และปลูกบ้านอยู่ในที่ดินพิพาทมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๓ จึงถือว่าได้แย่งการครอบครองที่ดินพิพาทโดยเจตนายึดถือเพื่อตนโดยสงบ โดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา ๑๒ ปี ฟ้องโจทก์ทั้งสองขาดอายุความ โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยรังวัดจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินพิพาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฝ่ายโจทก์มีตัวโจทก์ทั้งสอง นางเอื้อน ยืนยงค์และนางสายทอง ยิ้มเจริญ เบิกความทำนองเดียวกันว่า โจทก์ทั้งสองปลูกบ้านอยู่ในที่ดินพิพาทตั้งแต่เมื่อนางผิง นายรอด ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อนายรอดถึงแก่กรรมได้มีการแบ่งทรัพย์มรดกของนางผิงนายรอดตามพินัยกรรมที่นายรอดได้ทำไว้ตามเอกสารหมาย จ.๖ หรือ จ.๑๒ สำหรับที่ดินซึ่งเป็นบ้านรวมทั้งที่ดินพิพาทนี้ไม่ได้ระบุไว้ในพินัยกรรม โดยโจทก์ทั้งสองเบิกความว่า ก่อนนายรอดถึงแก่กรรมได้พูดยกที่ดินที่บุตรแต่ละคนปลูกบ้านอยู่ตรงไหนก็ให้ได้ที่นั้น นอกจากนี้ยังมีนายยุทธ รองอำ ซึ่งเป็นทั้งผู้ใหญ่บ้านและกำนันในท้องที่ที่ดินพิพาทตั้งอยู่เบิกความว่า เห็นโจทก์ทั้งสองปลูกบ้านอยู่ในที่ดินของบิดามารดาตลอดระยะเวลาที่พยานเป็นผู้ใหญ่บ้านและกำนันมา ๓๐ ปี

ไม่เคยเห็นโจทก์ทั้งสองย้ายไปอยู่ที่อื่น และว่านายรอดได้ให้พยานเป็นผู้เขียนพินัยกรรมตามเอกสารหมาย จ.๖ หรือ จ.๑๒ ส่วนฝ่ายจำเลยมีนายประภาส ยืนยงค์ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน ที่จำเลย นายสมุทร จันทรัตน์ นางน้อย วิเชียรวรรณ และนายบรรเจิด ยืนยงค์ เบิกความทำนองเดียวกันว่า เอกสารหมาย จ.๖ หรือ จ.๑๒ ไม่ใช่พินัยกรรมของนายรอด เมื่อนายรอดถึงแก่กรรมบรรดาทายาทได้ตกลงแบ่งทรัพย์มรดกกัน โดยจำเลยได้ที่ดินซึ่งเป็นที่บ้านของนายรอด นางผิง ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๔ โจทก์ทั้งสองจึงมาขอปลูกบ้านในที่ดินพิพาทจากจำเลย เห็นว่าพยานโจทก์จำเลยทั้งสองฝ่ายต่างเป็นญาติสนิทกันทั้งนั้น คงมีแต่นายยุทธ รองอ่ำ พยานโจทก์เท่านั้นที่เป็นบุคคลภายนอกคดีไม่มีส่วนได้เสียกับฝ่ายใด

ทั้งพยานปากนี้ยังเป็นผู้ปกครองท้องที่โดยเป็นทั้งผู้ใหญ่บ้านและกำนันในหมู่บ้านที่เกิดเหตุ ย่อมจะทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดคำเบิกความของนายยุทธจึงมีน้ำหนักในการรับฟัง ที่จำเลยนำสืบว่าเอกสารหมาย จ.๖ หรือ จ.๑๒ ไม่ใช่พินัยกรรมของนายรอดนั้น ก็เป็นเพียงคำเบิกความกล่าวอ้างของพยานจำเลยลอย ๆ หามีหลักฐานอื่นใดสนับสนุนไม่ ส่วนโจทก์นอกจากจะมีพินัยกรรมดังกล่าว และมีนายยุทธผู้เขียนพินัยกรรมมาเบิกความรับรองแล้ว ยังปรากฏว่าที่ดินที่บรรดาทายาทของนายรอดได้รับส่วนแบ่งไปตามที่จำเลยนำสืบ ต่างตรงกับพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.๖ หรือ จ.๑๒ พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักกว่าฝ่ายจำเลย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ทั้งสองได้ปลูกบ้านในที่ดินพิพาทขณะที่นางผิงนายรอดยังมีชีวิตอยู่

หาใช่โจทก์ทั้งสองเพิ่งมาขออนุญาตจำเลยปลูกบ้านในที่ดินพิพาทเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๔ ดังที่จำเลยนำสืบไม่ ทั้งข้อเท็จจริงยังรับฟังได้ต่อไปว่า พินัยกรรมตามเอกสารหมาย จ.๖ หรือ จ.๑๒ เป็นพินัยกรรมของนายรอดอีกด้วยดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นอย่างใดที่บรรดาทายาทของนายรอดจะต้องมาตกลงแบ่งทรัพย์มรดกดังที่จำเลยอ้างกันอีก และโดยเหตุที่พินัยกรรมของนายรอดดังกล่าวไม่ได้ระบุถึงที่ดินอันเป็นที่บ้านตาม ส.ค.๑ เอกสารหมาย จ.๑ ซึ่งรวมถึงที่ดินพิพาทนี้ด้วย กรณีจึงมีเหตุผลน่าเชื่อว่า นายรอดได้ยกที่ดินดังกล่าวให้แก่บุตรของตนที่ปลูกบ้านอยู่ในที่ดินแปลงนั้นไปแล้ว โดยบุตรคนไหนปลูกบ้านอยู่ในที่ดินส่วนใดก็ยกที่ดินส่วนนั้นให้ดังที่โจทก์ทั้งสองนำสืบ

ดังนั้นพินัยกรรมของนายรอดจึงมิได้กล่าวถึงที่ดินตาม ส.ค.๑ เอกสารหมาย จ.๑ อีก เมื่อโจทก์ทั้งสองได้ครอบครองที่ดินพิพาทอย่างเป็นเจ้าของตลอดมา แม้ต่อมาภายหลังจำเลยจะไปขอรับมรดกที่ดินตาม ส.ค.๑ เอกสารหมาย จ.๑ แล้วขอให้ทางราชการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่จำเลยตามเอกสารหมาย ล.๑ ซึ่งรวมถึงที่ดินพิพาทด้วย แต่เมื่อโจทก์ทั้งสองยังคงครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมาเช่นนี้ หาทำให้จำเลยได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทของโจทก์ทั้งสองไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยไปขอทำการรังวัดจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินตามแผนที่วิวาทฉบับรังวัดวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๒๖ ให้โจทก์ที่ ๑ ได้ภายในเส้นสีเขียว โจทก์ที่ ๒ ได้ภายในเส้นสีแดงนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ชูเชิด รักตะบุตร์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายยงยศ นิลภัครกุล
ศาลอุทธรณ์ - นายเสริมพงศ์ วรยิ่งยง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2304/2532

ก่อนเจ้ามรดกถึงแก่ความตายได้พูดยกที่ดินมือเปล่าให้แก่บุตรแต่ละคน โดยบุตรคนไหนปลูกบ้านอยู่ในที่ดินส่วนใดก็ยกที่ดินส่วนนั้นให้ โจทก์ซึ่งเป็นบุตรเจ้ามรดกได้ปลูกบ้านในที่ดินพิพาทและได้ครอบครองที่ดินพิพาทอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2883/2528

ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ซึ่งมีชื่อจำเลยและผู้ร้องเป็นเจ้าของรวมผู้ร้องได้ครอบครองที่ดินครึ่งหนึ่งทางทิศเหนือเป็นส่วนสัดมาตั้งแต่ได้รับการยกให้จากบิดา เมื่อโจทก์รับจำนองที่ดิน…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2502 (เลขอ้างอิง 39950)

ยกที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญมอบการครอบครองให้แล้วผู้รับย่อมได้สิทธิครอบครองโดยมิต้องทำหนังสือและจดทะเบียนการให้เมื่อมีผู้บุกรุกรบกวน ผู้รับย่อมมีสิทธิฟ้องขับไล่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2502 (เลขอ้างอิง 78518)

ยกที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญมอบการครอบครองให้แล้ว ผู้รับย่อมได้สิทธิครอบครองโดยมิต้องทำหนังสือและจดทะเบียนการให้ เมื่อมีผู้บุกรุกรบกวน ผู้รับย่อมมีสิทธิฟ้องขับไล่ได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1007/2529

จำเลยที่1ได้ทำสัญญาขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ทั้งห้ากับพวกแล้วจำเลยที่1ได้มอบที่ดินพิพาทให้โจทก์ทั้งห้ากับพวกเข้าครอบครองทำนาในที่ดินพิพาทตลอดมาโดยสัญญาว่าจะโอนสิทธิทางทะเบียนให้ในภายหลังซึ่งขณะนั้นที่ดิน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้