Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 20082)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พยานโจทก์ชั้นศาลฟังไม่ได้ว่าพยานจำพวกของจำเลยที่ 1ได้ แม้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนว่าร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำผิดแต่คำให้การชั้นสอบสวนเป็นเพียงพยานบอกเล่า เมื่อจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ให้การปฏิเสธในชั้นศาล ดังนี้ จะนำคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 มาฟังลงโทษจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 หาได้ไม่การที่วินิจฉัยว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและเป็นเหตุในลักษณะคดี แม้จำเลยที่2 ที่ 3 ได้ถอนอุทธรณ์ไปแล้วก็ตาม ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจพิพากษาแก้ให้มีผลไปถึงจำเลยที่ 2 ที่ 3 ได้.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340,340 ตรี, 371, 376 พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8ทวิ, 72, 72 ทวิ และริบของกลาง

จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 340, 340 ตรี ให้ลงโทษจำคุกคนละ 18 ปีนอกจากนี้จำเลยที่ 1 ยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา376 พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ฐานยิงปืนในหมู่บ้านปรับ 50 บาท ชั้นสอบสวนจำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 13 ปีและปรับ 34 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 ที่3 ที่ 4 ที่ 5 คนละ 12 ปี ริบของกลาง

จำเลยทั้งห้าอุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่2 และที่ 3 ขอถอนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์อนุญาต

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง, 371, 376 พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ฐานชิงทรัพย์จำคุก 10 ปี ฐานมีอาวุธปืนจำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนลงโทษบทหนักตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490 จำคุก 6 เดือน และฐานยิงปืน ปรับ 50 บาท รวมจำคุก 11 ปี 6 เดือนและปรับ 50บาทชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 5 ปี 9 เดือนและปรับ 25 บาท ริบปืนกระสุนปืนของกลางคืนเรือของกลางแก่เจ้าของ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '...ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นคนร้ายกระชากสร้อยคอของผู้เสียหายไปพร้อมกับใช้อาวุธปืนของกลางจี้หน้าผากผู้เสียหายและยิงปืนขึ้นฟ้า 1 นัดก่อนลงเรือของพวกหลบหนีไปจริง สำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 นั้น... ในเมื่อพยานโจทก์ฟังไม่ได้เสียแล้วว่าจำพวกของจำเลยที่ 1ได้ จริงอยู่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนตามคำให้การของผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.36 ถึง จ.39 ว่าร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้อง แต่คำให้การชั้นสอบสวนก็เป็นเพียงพยานบอกเล่าเช่นเดียวกัน เมื่อจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5มาให้การปฏิเสธในชั้นศาลเสียแล้วจะนำคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 มาฟังลงโทษจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5หาได้ไม่

ทั้งขณะเกิดเหตุไม่ปรากฏว่าพวกที่มากับจำเลยที่ 1 ได้เกี่ยวข้องลงมือกระทำผิดตามฟ้องร่วมกับจำเลยที่ 1แต่อย่างใด เพียงแต่ลงไปอยู่ในเรือลำเดียวกับจำเลยที่ 1เท่านั้น ข้อเท็จจริงจึงฟังได้เพียงว่าจำเลยที่ 1 แต่ผู้เดียวกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ผู้เสียหาย โดยใช้อาวุธปืน การที่จำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและเป็นเหตุในลักษณะคดี แม้จำเลยที่ 2 ที่ 3ได้ถอนอุทธรณ์ไปแล้วก็ตามศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจพิพากษาให้มีผลไปถึงจำเลยที่ 2 ที่ 3 ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทความผิดจำเลยที่ 1 ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490มาตรา 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ โดยมิได้ระบุวรรคนั้น เห็นสมควรระบุเสียให้ชัดแจ้งด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคแรก, 72 วรรคแรก, 72 ทวิวรรคสอง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์'.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสียง ตรีวิมล · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 638679)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 3 และที่ 5 ร่วมกับพวกฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าผู้อื่น ยิงปืนโดยใช่เหตุ และใช้อาวุธปืนซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10492/2558

ในคดีอาญาไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้ศาลที่พิจารณาคดีอาญาจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนแพ่ง เพราะในคดีแพ่งศาลจะชั่งน้ำหนักคำพยานว่าฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือยิ่งกว่ากัน แต่ในคดีอาญาศา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9054/2550

ในคดีอาญาโจทก์มีหน้าที่นำสืบพยานหลักฐานให้รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้อง ศาลจึงจะรับฟังพยานหลักฐานของโจทก์และพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองได้ เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองในความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8462/2550

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืนให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามฟ้อง จำเลยที่ 1 ฎีกา แม้ความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจะต้องห้ามฎีกาใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1904/2546

ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้เสียหายไม่ได้กล่าวหาและเจ้าพนักงานตำรวจก็มิได้ตั้งข้อหาแก่จำเลยทั้งสองว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 มีและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต โดยพนักงานสอบสวนเพิ่งมาแจ้งข้อหานี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้