Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2013/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยนำเช็คจำนวนเงิน 120,000 บาท เข้าฝากในบัญชีออมทรัพย์ที่ธนาคารโจทก์ โจทก์ลงบัญชีซ้ำอีกครั้งหนึ่ง รวมเป็นเงิน240,000 บาท จำเลยได้ถอนเงินออกจากบัญชีเหลือเพียง 57 บาท 32สตางค์ ดังนี้ โจทก์มีสิทธิเรียกเงิน 120,000 บาท คืนได้ กรณีเป็นเรื่องลงบัญชีซ้ำซ้อนเนื่องจากความพลั้งเผลอหาใช่เป็นการกระทำการตามอำเภอใจเหมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้โดยรู้อยู่แล้วว่าไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 407 ไม่ และการที่จำเลยปฏิเสธไม่คืนเงินให้แก่โจทก์ตามคำบอกกล่าว จำเลยจึงผิดนัดตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคสอง.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นลูกค้าและมีบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์กับโจทก์จำเลยได้นำเงินเป็นแคชเชียร์เช็คจำนวน 120,000 บาท เข้าฝากในบัญชีของจำเลยโจทก์เรียกเก็บเงินได้จึงนำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีให้จำเลย ต่อมาโจทก์ได้นำเงินจำนวน 120,000บาท เข้าบัญชีของจำเลยอีกครั้งหนึ่ง จำนวนเกินไป 120,000 บาทซึ่งจำเลยรับไว้โดยไม่มีมูลจะอ้างกฎหมายได้ ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่าโจทก์ลงบัญชีนำเงินเข้าให้จำเลยสองครั้งมิใช่ความผิดพลาดของพนักงานโจทก์ แต่เป็นการกระทำตามอำเภอใจของโจทก์เองเหมือนหนึ่งว่าชำระหนี้โดยรู้ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องกระทำเช่นนั้น โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเงินคืนจากจำเลย จำเลยรับเงินไว้โดยสุจริต ขณะที่โจทก์ทวงถามได้ถอนเงินจำนวนนี้ออกจากบัญชีของจำเลยและใช้จ่ายไปหมดแล้วจึงไม่ต้องรับผิดคืนเงินให้แก่โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนเงินจำนวน 120,000 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่าข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่ามีการนำเงินเข้าบัญชีฝากออมทรัพย์ของจำเลยจำนวน 120,000 บาท ซ้ำซ้อนกัน 2 ครั้ง เพราะความพลั้งเผลอจริง แล้ววินิจฉัยต่อไปว่า 'ที่จำเลยฎีกาว่า ถ้าโจทก์มีสิทธิเรียกเงินคืนฐานลาภมิควรได้โจทก์ควรมีสิทธิเรียกได้เพียงเท่าที่เหลืออยู่ในบัญชีคือจำนวน 57 บาท 32 สตางค์ และหากโจทก์นำเข้าบัญชีซ้ำซ้อนกันก็เป็นเรื่องที่โจทก์ปฏิบัติการเสมือนการชำระหนี้ตามอำเภอใจ โดยรู้อยู่แล้วว่าไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระหนี้นั้น เห็นว่าเมื่อได้ความว่าโจทก์ลงบัญชีให้จำเลยซ้ำอีกครั้งหนึ่งจำนวน 120,000 บาท รวมเป็นเงินยอดนี้ 240,000 บาท และจำเลยได้ถอนเอาเงินออกจากบัญชีของจำเลยเหลือเพียง 57 บาท 32 สตางค์ ซึ่งเป็นเงินส่วนของจำเลยเองทีเหลืออยู่

แสดงว่าจำเลยเอาเงินของโจทก์ไปจำนวน 120,000 บาท โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยคืนจำนวน 120,000 บาท แก่โจทก์ได้หาใช่คืนเฉพาะส่วนเงินที่เหลืออยู่ในบัญชี 57 บาท 32 สตางค์เท่านั้นไม่ การที่โจทก์ลงบัญชีให้จำเลยซ้ำซ้อนกันก็เนื่องจากความพลั้งเผลอของพนักงานโจทก์ หาใช่โจทก์กระทำการตามอำเภอใจเหมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้ โดยรู้อยู่แล้วว่าโจทก์ไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระหนี้ตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 407 โจทก์มีสิทธิเรียกเงินคืนจากจำเลยได้

จำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่าโจทก์มีสิทธิเรียกร้องเอาลาภมิควรได้คืนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 406 จึงไม่มีสิทธิเรียกเอาดอกเบี้ยจากจำเลยนั้น เห็นว่าเมื่อโจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยคืนเงินที่ลงบัญชีพลั้งพลาดให้จำเลยไปจำเลยปฏิเสธไม่คืนเงินให้แก่โจทก์ตามวันที่ได้กำหนดไว้ในคำบอกกล่าวจำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดนัดชำระหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 204 วรรคสอง และเป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย จำเลยต้องใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ในระหว่างที่จำเลยผิดนัดชำระหนี้ ที่ศาลล่างทั้งสองให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนั้นชอบแล้ว ฎีกาทุกข้อของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่การที่ศาลล่างทั้งสองให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2526ซึ่งเป็นวันที่โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวเป็นต้นไปนั้นไม่ถูกต้องเพราะตามหนังสือบอกกล่าวดังกล่าวให้จำเลยชำระเงินคืนภายในกำหนด 7 วัน

นับแต่วันที่รับหนังสือบอกกล่าว และปรากฏว่าจำเลยได้รับหนังสือบอกกล่าวเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2526 จำเลยจึงผิดนัดชำระหนี้แก่โจทก์ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2526 เป็นต้นไป ดังนั้นจำเลยต้องชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์2526 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจึงจะถูกต้อง'

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2526 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้