Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 202/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

วันนัดสืบพยานจำเลย ตัวจำเลยมาศาล แต่พยานอื่นไม่มา จำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี ศาลไม่อนุญาตให้เลื่อน จำเลยจึงอ้างตนเองเข้าสืบได้ 1 ปากแล้วยอมให้ศาลตัดพยานจำเลยไปตามที่จำเลยเคยแถลงไว้ แล้วศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย และจำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องโจทก์หรือขอให้โอกาสจำเลยสืบพยานได้อีก ดังนี้ เป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์ย่อมพิพากษาคดีไปได้เลย ไม่จำเป็นต้องยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น หากศาลอุทธรณ์เห็นควรฟังคำพยานจำเลยต่อไปอีก ก็ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะเรียกพยานมาสืบเอง หรือส่งสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสืบพยานจำเลยเพิ่มเติม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 (1)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจว่าใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘, ๑๔๙, ๑๕๗ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๔, ๕, ๑๓

จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นทำการสืบพยานโจทก์หมดแล้ว ทำการสืบพยานจำเลยคือตัวจำเลยอ้างตนเองเข้าเบิกความ แล้วจำเลยยอมให้ศาลตัดพยานจำเลย ศาลชั้นต้นตัดพยานจำเลยและพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด ฯลฯ

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์หรือให้โอกาสจำเลยสืบพยานจำเลยได้อีก

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าควรให้โอกาสจำเลยนำพยานเข้าสืบ พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานจำเลยจนเสร็จสิ้นแล้วพิพากษาใหม่ ศาลชั้นต้นจึงนัดสืบพยานจำเลย ก่อนถึงวันนัดจำเลยยื่นคำให้การใหม่ขอถอน คำให้การปฏิเสธฟ้องเดิม และขอรับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้พิพากษาลงโทษจำเลย

ศาลฎีกาเห็นว่าฎีกาของโจทก์ที่คัดค้านการวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เป็นอันยุติ ไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะจำเลยยื่นคำให้การใหม่ ไม่ขอต่อสู้คดี เท่ากับว่าไม่ต้องสืบพยานแล้วและศาลฎีกาได้พิเคราะห์รายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นที่ว่า "วันนี้มีแต่ตัวจำเลยที่มาศาล ส่วนพยานอื่นนอกจากนี้ไม่มาศาลและจำเลยได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี ศาลไม่อนุญาตให้เลื่อนเพราะจำเลยแถลงไว้ว่าจะไม่ขอเลื่อนอีก และถ้าพยานจำเลยไม่มาศาลด้วยเหตุใด ๆ ก็ยอมให้ศาลตัดพยานจำเลยได้ (รายงานพิจารณาลงวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๐๙) แล้วจำเลยอ้างตนเองเข้าสืบได้ ๑ ปาก แล้วจำเลยยอมให้ศาลตัดพยานจำเลยไปตามที่จำเลยแถลงไว้" เช่นนี้ เป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์ย่อมพิพากษาคดีไปได้เลย

ไม่จำเป็นต้องยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น หากว่าศาลอุทธรณ์ยังเห็นควรฟังคำพยานจำเลยต่อไปอีก ก็ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะเรียกพยานมาสืบเสียเองได้หรือจะส่งสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นกระทำการสืบพยานจำเลยเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๐๘ เสร็จแล้วให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนคืนมายังศาลอุทธรณ์เพื่อตัดสินคดีก็ได้ แต่คดีนี้ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นไปแล้ว จึงยังไม่ถูกต้อง ครั้นกระบวนพิจารณาดำเนินมาถึงขั้นนี้ ปรากฏว่าจำเลยไม่ต้องการสืบพยาน ขอรับสารภาพ ขอให้ศาลตัดสินคดีไปโดยเร็ว จึงเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์จะได้พิจารณาพิพากษาคดีให้ถูกต้องตามรูปคดี

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ส่งสำนวนย้อนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ใหญ่ ศาลยาชีวิน · จิตติ ติงศภัทิย์ · ถาวร หุตะโกวิท
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายแผลง สระวาสี
ศาลอุทธรณ์ - นายอาจิต ไชยาคำ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7069/2560

อุทธรณ์ของผู้ร้องที่ 2 ที่ ป. ซึ่งถูกถอนออกจากการเป็นทนายความลงชื่อเป็นผู้อุทธรณ์และผู้เรียง/พิมพ์ โดยไม่ได้รับแต่งตั้งให้มีอำนาจใช้สิทธิอุทธรณ์นั้น ถือเป็นคำฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เมื่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7994/2544

จำเลยยื่นคำร้องขอให้เรียกจำเลยร่วมเข้ามาเป็นคู่ความ เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายแพ้คดีจึงต้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนอีกฝ่ายหนึ่งตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 161 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9867/2544

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์โดยไม่ได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งว่า ก่อนอ่านคำพิพากษาให้ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยทั้งสองวางเงินให้คร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1352/2543

ในวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ครั้งแรก ศาลแรงงานมีคำสั่งรับใบแต่งทนายความที่แต่งตั้งให้ ป. เป็นทนายความแก้ต่างให้จำเลย และรับคำให้การจำเลยที่ ป. เป็นผู้ลงลายมือชื่อไว้ ตลอดจนได้ให้ ป. ดำเนินกระบวนพิจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1235/2543

จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินซึ่งมีเขตติดต่อกับที่ดินของมารดาโจทก์ โดยจำเลยซื้อมาจากผู้อื่น ผู้ขายได้ชี้แนวเขตที่ดินตามแนวเขตเช่นเดียวกับที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จำเลยครอบครองที่ดินตลอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้