Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2028/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ขอรังวัดที่ดินตามโฉนดของตนเพื่อทำแผนที่หลังโฉนดขึ้นใหม่ การรังวัดได้กระทำไปโดยได้แจ้งให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงทุกแปลงไประวังแนวเขต แต่มิได้แจ้งให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินข้างเคียงด้านหนึ่งทราบด้วย แล้วจำเลยที่ 1 นำรังวัดรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ดังนี้ ต้องถือว่าการออกโฉนดของจำเลยที่ 1ซึ่งแก้ไขใหม่นั้นได้กระทำไปโดยไม่ชอบ จำเลยที่ 1 ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่รุกล้ำเข้าไปนั้น แม้จำเลยที่ 1 จะโอนขายที่ดินตามโฉนดนั้นให้จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 2 รับซื้อไว้โดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิแล้ว ก็เป็นการโอนสิ่งซึ่งตนไม่มีสิทธิ หาก่อให้เกิดกรรมสิทธิ์แก่จำเลยที่ 2 ในที่ดินที่รังวัดรุกล้ำไปนั้นไม่ จำเลยที่ 2จะอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299, 1300 มายันโจทก์หาได้ไม่จำเลยจ้างให้คนทำรั้วรุกล้ำเข้าไปในที่ดินที่ไม่มีหนังสือสำคัญของโจทก์ ขณะที่กำลังฝังเสาจะทำรั้วอยู่นั้น โจทก์พบเข้าก็ได้ห้ามปรามคนเหล่านั้นก็เลิกทำ อีก 2 วันต่อมาได้กลับมาทำรั้วต่ออีกพอโจทก์ห้ามก็ขนเครื่องมือหนีไป การลักลอบเข้าไปปักเสารั้วแล้วหนีไปเมื่อถูกห้ามเช่นนี้ ยังถือไม่ได้ว่า จำเลยที่ 1 เข้าแย่งการครอบครองของโจทก์มาได้แล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน 1 แปลง เป็นที่ดินไม่มีโฉนดจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ 4264 อยู่ติดกับที่ดินโจทก์ทางตะวันตกเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2507 โจทก์พบว่ามีรั้วลวดหนามกั้นรุกล้ำเข้ามาในที่ดินโจทก์ทางตะวันตกประมาณ 100 ตารางวา โจทก์ไปสอบเรื่องดูจึงทราบว่าเมื่อเดือนมิถุนายน 2516 จำเลยที่ 1 ได้นำรังวัดที่ดินของจำเลยที่ 1 รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ เจ้าพนักงานได้ทำแผนที่หลังโฉนดจำเลยที่ 1 เสียใหม่ว่าที่ดินที่จำเลยที่ 1 รุกล้ำนั้นเป็นที่ดินภายในโฉนดของจำเลยที่ 1 ด้วย จำเลยได้แบ่งแยกที่ดินออกเป็นหลายแปลง ยังเหลือที่ดินโฉนดที่ 4264 เพียง 1 งาน 21 ตารางวา แล้วจำเลยที่ 1 ได้ขายที่ดินแปลงนี้ให้จำเลยที่ 2 ขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ และแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินจัดการตามคำพิพากษา

ถ้าไม่สามารถบังคับได้ก็ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหาย 80,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดที่ 4264 ของจำเลยที่ 1 ได้ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมาจนกระทั่งแบ่งแยกโฉนดและโอนที่ดินส่วนพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ได้จัดการทำรั้วกั้นอาณาเขต โจทก์ก็มิได้ทักท้วงโต้แย้ง แม้จะฟังว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยทั้งสองก็ได้ใช้สิทธิครอบครองที่พิพาทและทำรั้วกั้นเขตที่พิพาทมาเกินกว่า 1 ปีแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความจำเลยที่ 2 ให้การว่า ได้ซื้อที่ดินจากจำเลยที่ 1 และจดทะเบียนการได้มาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน และได้ครอบครองมาโดยสงบและเปิดเผยในฐานะเป็นเจ้าของตลอดมา

โจทก์จะเรียกให้เพิกถอนทะเบียนไม่ได้ คดีโจทก์ขาดอายุความ โจทก์ได้ที่พิพาทมาโดยนิติกรรมแต่มิได้จดทะเบียนการได้มาจึงไม่สมบูรณ์ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์มีสิทธิครอบครองให้จำเลยทั้งสองไปยื่นคำร้องขอแก้ไขโฉนดที่ดินเลขที่ 4264 ให้ถูกต้องถ้าไม่สามารถจัดการได้ก็ให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหาย 80,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยฟังว่า จำเลยที่ 1 ได้นำรังวัดรุกล้ำเข้าไปในที่พิพาทในเขตที่ดินของโจทก์ ข้อที่จำเลยฎีกา โจทก์ทราบว่าจำเลยที่ 1 ได้นำรังวัดที่ของโจทก์ก่อนวันที่ 4 พฤษภาคม 2507 และทราบว่าจำเลยที่ 1 ได้เอาเสาคอนกรีตพร้อมด้วยลวดหนามทำเป็นรั้วเข้าไปในที่ดินของโจทก์ 100 ตารางวาเศษ ก่อนวันที่ 5 พฤษภาคม 2507 แต่โจทก์เพิ่งฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2508 จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 นั้น ได้ความว่า โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 4 พฤษภาคม 2507 ขอตรวจสอบดูโฉนดและเรื่องราวที่เจ้าของที่ดินที่อยู่ติดต่อทางตะวันออกรังวัดทับที่ของโจทก์ ยังไม่ปรากฏว่ามีการรบกวนการครอบครองที่พิพาทของโจทก์อย่างใด

ต่อมาวันที่ 5 เดือนนั้นโจทก์จึงไปพบชาย 3 คนกำลังฝังเสาจะทำรั้วเข้าไปในที่ของโจทก์ โจทก์ห้ามปรามชาย 3 คนนั้นว่ามีผู้จ้างมา เมื่อโจทก์ห้ามแล้วก็เลิกไป รุ่งขึ้นก็ไม่มีเหตุการณ์อันใด ครั้นวันที่ 7 เดือนนั้น โจทก์เห็นชาย 3 คนเดินนั้นฝังเสารั้วเข้าไปในที่ดินของโจทก์ทางด้านใต้ประมาณ 10 วา โจทก์ห้ามปราบชาย 3 คนนั้นก็ขนเครื่องมือหนีไป รุ่งขึ้นวันที่ 8 โจทก์จึงไปแจ้งความว่าจำเลยที่ 1 กับพวกทำรั้วรุกล้ำที่โจทก์ และในวันนั้นเอง ที่พิพาทถูกล้อมรั้วลวดหนามรอบ เว้นแต่ทางเหนือพอเข้าออกได้ การที่มีผู้ลักลอบเข้าไปปักเสารั้วในที่ดินของโจทก์ในวันที่ 5 และ 7 พฤษภาคม นั้น เมื่อโจทก์ไปพบ ได้ห้ามปราม พวกนั้นก็หนีไป พฤติการณ์ดังนี้ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้เข้าแย่งการครอบครองที่พิพาทของโจทก์มาได้

ทั้งปรากฏว่าโจทก์ยังครอบครองที่พิพาทโดยเข้าปลูกพืชผักสวนครัวสืบต่อมา ที่โจทก์เพิ่งฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2508 จึงยังไม่หมดสิทธิฟ้องที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์จะขอให้เพิกถอนทางทะเบียนซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทของจำเลยที่ 2 ไม่ได้ เพราะจำเลยที่ 2 รับซื้อไว้จากจำเลยที่ 1โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนและได้จดทะเบียนสิทธิแล้วนั้น ปรากฏว่า การรังวัดที่ดินได้กระทำไปโดยได้แจ้งให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงทุกแปลงไประวังแนวเขต แต่มิได้แจ้งให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินข้างเคียงทราบด้วยแล้วจำเลยที่ 1 กลับนำรังวัดรุกล้ำเข้าไปในที่ดินโจทก์ด้วย จึงต้องถือว่าการออกโฉนดที่ 4264 ซึ่งได้แก้ไขใหม่นั้นได้กระทำไปโดยไม่ชอบจำเลยที่ 1ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่พิพาท การที่จำเลยที่ 1 โอนขายให้จำเลยที่ 2 จึงเป็นการโอนสิ่งซึ่งตนไม่มีสิทธิ หาก่อให้เกิดกรรมสิทธิ์แก่ผู้รับโอนไม่ จะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299, 1300 มาใช้ยันโจทก์หาได้ไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย รชตะนันทน์ · ถาวร หุตะโกวิท · สรรเสริญ ไกรจิตติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้