คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยไม่ได้ให้การ ถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นเห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดแล้วอนุญาตให้ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องโดยมิได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนได้ความจากคำเบิกความของโจทก์ว่า การนำเช็คไปแลกเงินสดจากโจทก์ จำเลยตกลงให้ค่าตอบแทนเป็นดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 3 ต่อเดือน หลังจากจำเลยนำเช็คไปแลกเงินสดโจทก์แล้วในเดือนเมษายน 2531 จำเลยไม่ไปขายของที่ปากคลองตลาดและไม่นำดอกเบี้ยไปจ่ายให้โจทก์
โจทก์เข้าใจว่าจำเลยหลบหนีและฉ้อโกงโจทก์ วันที่ 6 มิถุนายน 2531 โจทก์จึงนำเช็คดังกล่าวไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน อ้างว่าลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายไม่เหมือนตัวอย่างที่ให้ไว้ และมีคำสั่งให้ระงับการจ่ายโจทก์ติดตามหาจำเลยและนายเริ่ม แถวเที่ยง ผู้สั่งจ่ายก็ไม่พบแสดงว่าโจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดมาตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2531 ที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้นแล้วเมื่อความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ที่โจทก์ฟ้อง เป็นความผิดอันยอมความได้ โจทก์มิได้ร้องทุกข์ แต่มาฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2532 เกินสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 สิทธิดำเนินคดีอาญาของโจทก์จึงระงับลง โจทก์ไม่มีอำนาจมาฟ้องคดีนี้พิพากษายืน