Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2051/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ยื่นข้อเสนอต่อจำเลยให้ใช้ที่ดินที่โจทก์มีสิทธิเช่าเป็นที่ก่อสร้างสถานีจอดรถยนต์โดยสารประจำจังหวัด จำเลยนำเรื่องเสนอที่ประชุมคณะอนุกรรมการควบคุมการขนส่งประจำจังหวัดคณะอนุกรรมการเห็นชอบ จำเลยจึงเสนอเรื่องต่อไปยังกรมการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบกพิจารณาแล้วเห็นชอบด้วย จึงมีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดจำเลยให้ดำเนินการแจ้งให้โจทก์ไปทำสัญญากับกรมการขนส่งทางบก ดังนี้ กรณีต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 366 ตราบใดที่โจทก์ยังมิได้ทำสัญญากับกรมการขนส่งทางบกตามที่กรมการขนส่งทางบกประสงค์จะให้ทำสัญญาเป็นหนังสือตามที่ได้แจ้งให้โจทก์ทราบ สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยก็ยังไม่เกิดขึ้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานผิดสัญญาเอาจากจำเลยได้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 2682/2519 และ 1957/2522)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ยื่นข้อเสนอเป็นหนังสือต่อจำเลย ขอสร้างสถานีจอดรถยนต์โดยสารประจำจังหวัดในที่ดินที่โจทก์มีสิทธิเช่าจากกรมธนารักษ์ โดยโจทก์จะได้ก่อสร้างอาคารพาณิชย์เพื่อหาประโยชน์ในที่ดินส่วนที่เหลือต่อไป จำเลยเห็นชอบด้วยและเสนอเรื่องไปยังกรมการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบกเห็นด้วยจึงแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณากิจการขนส่งทางบกประจำจังหวัดส่งให้สำนักงานขนส่งจังหวัดเรียกโจทก์ไปทำสัญญากับกรมการขนส่งทางบก ขณะที่ยังไม่อาจทำสัญญากันได้เพราะไม่ทราบรายละเอียดบางประการ จำเลยได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่ามีมติไม่อนุญาตให้โจทก์สร้างสถานีขนส่งดังกล่าวการปฏิเสธของจำเลยเป็นการไม่ชอบและผิดสัญญาข้อตกลงทำให้โจทก์เสียหายเพราะต้องเสียค่ารื้อถอนอาคารที่มีอยู่เดิมเพื่อเตรียมการก่อสร้าง

ค่าขาดประโยชน์จากการสร้างอาคารพาณิชย์ให้ผู้อื่นจับจองรวม 11,459,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายดังกล่าวแก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยอนุญาตหรือตกลงให้โจทก์สร้างสถานีจอดรถยนต์โดยสารประจำจังหวัด การอนุญาตหรือไม่เป็นสิทธิของจำเลยและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องที่จะพิจารณาตามความเหมาะสม ตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ การที่จำเลยติดต่อกับส่วนราชการอื่นเป็นการดำเนินกิจการภายในของจำเลยและทางราชการ ยังไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย เมื่อคณะกรรมการที่ปรึกษาผังเมืองมีมติไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างดังกล่าวจำเลยจึงแจ้งให้โจทก์ทราบ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า

โจทก์ได้ยื่นข้อเสนอต่อจังหวัดจำเลยขอสละสิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุส่วนหนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนของโจทก์จำนวน 5 ไร่ พร้อมทั้งจะก่อสร้างสถานีจอดรถยนต์โดยสารประจำจังหวัดเพื่อให้ทางราชการใช้เป็นสถานีขนส่งรถยนต์โดยสารประจำจังหวัดจำเลย ทั้งนี้โดยโจทก์จะได้ประโยชน์ในที่ดินส่วนที่เหลือโดยการสร้างอาคารพาณิชย์ให้ประชาชนเช่าตามหนังสือเอกสารหมาย ศ.จ.2 จำเลยรับข้อเสนอของโจทก์ไว้และมีหนังสือหารือไปยังกรมธนารักษ์ซึ่งเป็นผู้ดูแลที่ราชพัสดุกรมธนารักษ์ตอบไม่ขัดข้อง จำเลยจึงนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการควบคุมการขนส่งประจำจังหวัด ที่ประชุมเห็นชอบด้วย จำเลยได้เสนอเรื่องไปยังกรมการขนส่งทางบกกรมการขนส่งทางบกเห็นชอบด้วยจึงมีหนังสือถึงประธานคณะกรรมการพิจารณากิจการขนส่งทางบกประจำจังหวัดคือ

ผู้ว่าราชการจังหวัดจำเลย ขอให้สั่งสำนักงานขนส่งจังหวัด จังหวัดจำเลยแจ้งแก่โจทก์ให้ไปทำสัญญากับกรมการขนส่งทางบก โจทก์ทราบเรื่องจึงไปติดต่อกับกรมการขนส่งทางบก แต่ไม่อาจทำสัญญาได้เนื่องจากไม่ทราบว่าที่ดินซึ่งจะทำสัญญาเป็นที่ดินราชพัสดุแปลงที่เท่าใด กรมการขนส่งทางบกจึงสอบถามกรมธนารักษ์ กรมธนารักษ์ได้ติดต่อขอทราบเลขที่ดินจากจำเลย จำเลยมีหนังสือตอบไปว่า คณะที่ปรึกษาผังเมืองมีความเห็นว่าไม่ควรสร้างสถานีรถยนต์โดยสารในบริเวณเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาซึ่งหมายรวมถึงที่ดินที่โจทก์เสนอด้วย ปัญหาว่าสัญญาระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยได้เกิดขึ้นตามกฎหมายแล้วหรือไม่ เมื่อศาลชั้นต้นสอบคู่ความ โจทก์แถลงรับว่าไม่มีสัญญาข้อตกลงทำไว้เป็นหนังสือระหว่างโจทก์กับจำเลยหรือตัวแทนของจำเลยแต่อย่างใด

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า พฤติการณ์ระหว่างโจทก์จำเลยตั้งแต่เริ่มแรก เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อที่จะตกลงทำสัญญากันปรากฏว่าการดำเนินการระหว่างโจทก์กับจำเลยและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเป็นไปด้วยดีตลอดมา จนกระทั่งคณะที่ปรึกษาผังเมืองมีความเห็นไม่ควรอนุญาตให้สร้างสถานีจอดรถยนต์โดยสารในบริเวณเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา จึงเป็นเหตุให้กรมการขนส่งทางบกไม่สามารถจะทำสัญญากับโจทก์ทั้งสองได้ ศาลฎีกาได้พิจารณาถึงการกระทำของจำเลยที่กระทำต่อโจทก์และบุคคลภายนอกโดยตลอดแล้ว เห็นว่าการกระทำและความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยเช่นนั้นหาได้ก่อให้เกิดสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยตามกฎหมายไม่ เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 366 วรรคสอง

บัญญัติว่า "ถ้าได้ตกลงกันว่าสัญญาอันมุ่งจะทำนั้นจะต้องทำเป็นหนังสือไซร้ เมื่อกรณีเป็นที่สงสัยท่านนับว่ายังมิได้มีสัญญาต่อกันจนกว่าจะได้ทำขึ้นเป็นหนังสือ" ฉะนั้นตราบใดที่โจทก์ยังมิได้ทำสัญญากับกรมการขนส่งทางบก ตามที่กรมการขนส่งทางบกมีความประสงค์จะให้ทำสัญญาเป็นหนังสือตามที่ได้แจ้งมาเพื่อให้โจทก์ทราบ สัญญาระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยจึงยังไม่เกิดขึ้นตามกฎหมายและในปัญหาทำนองเดียวกันนี้ ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยไว้แล้วตามคำพิพากษาฎีกาที่ 2682/2519 และ 1957/2522 โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานผิดสัญญาเอาจากจำเลยได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สหัส สิงหวิริยะ · อัมพล สุวรรณภักดี · สมบูรณ์ บุญภินนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3811/2562

การที่จำเลยมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาสินเชื่อ โดยกำหนดให้โจทก์ทั้งสามดำเนินการด้านนิติกรรมสัญญาและเบิกใช้วงเงินจำนวน 656,000,000 บาท กับจำเลยให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2557 โดยเสนอเงื่อนไขและข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7118/2561

โจทก์ร่างสัญญาว่าจ้างให้จำเลยลงลายมือชื่อและจำเลยขอแก้ไขรายละเอียดก่อน แต่จำเลยก็ให้โจทก์เข้าทำงานตามที่ตกลงกันแล้วโดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าได้มีการพูดถึงเงื่อนไขและข้อตกลงในสัญญาที่ยังตกลงในสัญญาที่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6893/2561

สัญญาว่าจ้างบริการทำความสะอาดอาคารและสถานที่ กำหนดว่า การจะเปลี่ยนแปลง แก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อความในสัญญา โดยเฉพาะอัตราค่าบริการ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะต้องตกลงกันเป็นหนังสือลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่ายและแนบท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9108/2558

เดิมจำเลยที่ 1 และที่ 2 ขนสินค้าเองบางส่วนที่เหลือให้โจทก์และบริษัทอื่นรับจ้างขนสินค้าคิดค่าจ้างเป็นรายเที่ยว จึงถือได้ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับโจทก์มีสัญญาต่อกันในการรับจ้างขนสินค้าบางส่วนดังกล่าว ค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6828/2557

ตามประกาศของจังหวัด เรื่อง ประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่น ระบุว่า ผู้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอนุญาตให้เป็นผู้ชนะการประมูลจะต้องมาทำสัญญาอนุญาตเก็บรังนกอีแอ่นกับโจทก์ที่ 2 เมื่อได้รับแจ้งเป็นหนังสือจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้