Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2054/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำเบิกความของจำเลยซึ่งเท้าความไปถึงเรื่องระหองระแหงต่าง ๆ ระหว่างโจทก์กับจำเลยในคดีอาญาที่ศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายโจทก์นั้น แม้จะเป็นความเท็จ ก็หาใช่ข้อสำคัญในคดีดังกล่าวไม่ คำเบิกความของจำเลยในคดีอาญาซึ่งอ้างตนเองเป็นพยานเพื่อประโยชน์แก่คดีของตนนั้น ถือว่าเป็นถ้อยคำของคู่ความในกระบวนพิจารณา จึงไม่อาจเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท การเบิกความเท็จต่อศาลในการพิจารณาคดี มิใช่เรื่องแจ้งความต่อเจ้าพนักงาน เพราะศาลทำหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานในการยุติธรรมในการพิจารณาคดี ซึ่งมีบทบัญญัติไว้โดยเฉพาะตามมาตรา 177 มิได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานทั่วไป จึงไม่เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จ ฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่า การแจ้งความเท็จของจำเลยอาจทำให้โจทก์เสียหาย เป็นแต่กล่าวว่าอาจทำให้ผู้อื่นเสียหายโจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องในข้อหาฐานนี้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยอ้างตนเองเป็นพยานเบิกความอันเป็นเท็จต่อศาลแขวงพระนครเหนือในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๕๗๕๑/๒๕๑๕ และความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี (รายละเอียดปรากฏในคำฟ้อง) ตามคำเบิกความของจำเลยเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ทั้งเป็นการดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าและใส่ความโจทก์และผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์และผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชังขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗, ๑๗๗, ๓๒๖, ๓๙๓, ๙๑, ๙๒

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาหลายข้อ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา โดยเห็นว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๙

โจทก์ฎีกาคำสั่งที่ไม่รับฎีกา ศาลฎีกาสั่งรับฎีกาข้อ ๓ ที่ว่า ข้อความทั้งหมดตามฟ้องที่จำเลยเบิกความนอกจากตามฎีกาข้อ ๔ เป็นข้อสำคัญในคดี และฎีกาข้อ ๕ ที่ว่าการที่จำเลยเบิกความอ้างตนเองเป็นพยานไม่เข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๑ และที่ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จ เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ปัญหาที่ว่า คำเบิกความข้ออื่นนอกจากตามฎีกาข้อ ๔ เป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันคำเบิกความของจำเลยเท้าความไปถึงเรื่องระหองระแหงระหว่างโจทก์กับจำเลยซึ่งแม้ว่าเป็นความเท็จก็หาใช่ข้อสำคัญในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๕๗๕๑/๒๕๑๕ ของศาลแขวงพระนครเหนือที่พิพากษาให้ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายโจทก์อย่างใดไม่ ดังจะเห็นได้ว่าศาลแขวงพระนครเหนือมิได้หยิบยกคำเบิกความของจำเลยเหล่านั้นมาหักล้างพยานโจทก์ประการใดเลย

ปัญหาต่อไปที่ว่า การที่จำเลยอ้างตนเองเป็นพยาน จะได้รับการยกเว้นความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า ถึงอย่างไรจำเลยก็อยู่ในฐานะเป็นคู่ความกับโจทก์อยู่นั่นเองคำเบิกความของจำเลยจึงเป็นถ้อยคำในกระบวนพิจารณาในศาลเพื่อประโยชน์แก่คดีของจำเลย จึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๑ ส่วนปัญหาที่ว่า การกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จด้วยหรือไม่ เห็นว่าการเบิกความเท็จต่อศาลในการพิจารณาคดีไม่ใช่เรื่องแจ้งความต่อเจ้าพนักงาน เพราะศาลทำหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานในการยุติธรรมในการพิจารณาคดี ซึ่งมีบทบัญญัติสำหรับกรณีนี้ไว้โดยเฉพาะตามมาตรา ๑๗๗ อยู่แล้ว มิได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานอย่างเจ้าพนักงานทั่วไป การกระทำของจำเลยจึงไม่เข้าลักษณะความผิดฐานแจ้งความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ อย่างไรก็ตามฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่าการแจ้งความของจำเลยอาจทำให้ผู้อื่นเสียหายโจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยในข้อหาฐานนี้ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสถียร ลิมปิษเฐียร · วิทูร เทพพิทักษ์ · ศิริ อติโพธิ
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายสุวรรณพ กองวารี
ศาลอุทธรณ์ - นายสุทธิ บัวแก้ว
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2566

การบรรยายฟ้องความผิดฐานแจ้งความเท็จ ต้องระบุชัดเจนถึงข้อความเท็จนั้นว่ามีข้อความเป็นอย่างไร และความจริงเป็นอย่างไร คำฟ้องของโจทก์บรรยายเพียงว่า จำเลยนำข้อความอันเป็นเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นเทศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7223/2556

การที่จำเลยที่ 1 แจ้งความแก่เจ้าพนักงานตำรวจว่า โฉนดที่ดินที่ตนเองมีกรรมสิทธิ์ร่วมกับโจทก์ได้สูญหายไป แล้วนำสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขอออกใบแทนโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19287/2555

จำเลยเป็นเพียงผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทแทนโจทก์ การที่จำเลยรู้อยู่แล้วว่าโฉนดที่ดินพิพาทอยู่ในความครอบครองของโจทก์มิได้สูญหาย แต่กลับไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่าโฉนดที่ดินพิพาทสูญหาย แล้วนำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9127/2554

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเบิกความเท็จและแสดงพยานหลักฐานเท็จในคดีก่อนที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยกับพวก เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ไม่ได้เป็นคู่ความในคดีก่อนโดยโจทก์ฟ้องจำเลยกับพวกในฐานะผู้รับมอบอำนาจจาก ช. ให้ดำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13725/2553

โจทก์ฟ้องบรรยายโดยสรุปได้ความว่า จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่พนักงานสอบสวนว่า จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและสัญญาว่าจ้างก่อสร้างอาคารกับบริษัทผู้เสียหาย การก่อสร้างอาคารยังไม่แล้วเสร็จและอาคารดังก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้