Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2059/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีไม้ประดู่และไม้มะค่าโมงแปรรูปเป็นไม้หวงห้ามเกินกว่า 0.20 ลูกบาศก์เมตร โดยไม่เสียค่าภาคหลวงและโดยไม่รับอนุญาต จำเลยต่อสู้ว่าไม้แปรรูปของกลางเกิดในที่ดินของผู้มีชื่อจึงเป็นไม้ที่ชอบด้วยกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 48,50(4) แต่จำเลยนำสืบไม่ได้ความตามข้อต่อสู้ จำเลยจึงไม่พันผิด ข้อเท็จจริงที่ว่าไม้ของกลางเกิดในที่ดินของผู้มีชื่อตามข้อต่อสู้ของจำเลยหรือไม่นั้น เมื่อคู่ความนำสืบไว้แล้วแต่ศาลล่างมิได้วินิจฉัย ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจวินิจฉัยเองได้ โจทก์ได้บรรยายฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยมาแต่อ้างบทมาตราผิดศาลมีอำนาจปรับบทกฎหมายที่ถูกต้องได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 4 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 7 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 48 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 50 ป.วิ.อ. มาตรา 192 ป.วิ.อ. มาตรา 194 ป.วิ.อ. มาตรา 208 ป.วิ.อ. มาตรา 215 ป.วิ.อ. มาตรา 225

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีไม้ประดู่แปรรูป 125 ท่อน ปริมาตร5.78 ลูกบาศก์เมตร และไม้มะค่าโมงแปรรูปจำนวน 15 ท่อน ปริมาตร 1.11ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตรไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และมิได้เสียค่าภาคหลวงจำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้ว่าไม้แปรรูปของกลางเกิดในที่ดินมีกรรมสิทธิ์ของนายสุข นายแล จึงเป็นไม้ที่ชอบด้วยกฎหมายศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเชื่อว่า จำเลยครอครองไม้แปรรูปของกลางโดยรู้ว่าเป็นไม้แปรรูปหวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต พิพากษาลงโทษจำคุก4 เดือน ปรับ 3,000 บาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า ไม้แปรรูปของกลางเกิดในที่ดินของเอกชน จึงไม่เป็นไม้หวงห้ามและไม่เป็นความผิดตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 50(4)

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าการกระทำของจำเลยที่จะถือว่าไม่เป็นความผิดเพราะได้รับยกเว้นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติป่าไม้ที่จำเลยกล่าวอ้างนั้นข้อเท็จจริงจะต้องฟังได้ว่า ไม้แปรรูปของกลางนั้นเกิดจากที่ดินมีกรรมสิทธิ์ของเอกชนไม่ได้ขึ้นในป่าจึงจะไม่เป็นไม้หวงห้าม แต่ข้อเท็จจริงนี้ศาลล่างทั้งสองยังมิได้วินิจฉัยไว้ ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรวินิจฉัยเสียเองโดยไม่ต้องย้อนสำนวนกรณีที่จะถือว่าจำเลยได้รับยกเว้นไม่เป็นความผิดตามบทบัญญัติของกฎหมายป่าไม้ดังกล่าว จำเลยมีหน้าที่จะต้องนำสืบให้ได้ความเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายที่จำเลยกล่าวอ้าง แต่นายสุข นายแล และนายบ่ายพยานจำเลยเบิกความลอย ๆ ว่านายสุข นายแลเป็นเจ้าของที่ดินมี ส.ค.1ที่ไม้แปรรูปของกลางเกิดขึ้นในที่ดิน โดยไม่มีหลักฐานสิทธิเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินหรือไม้แปรรูปของกลางเกิดขึ้นในที่ดินมาแสดงต่อศาลและขัดต่อคำให้การรับสารภาพของจำเลยชั้นสอบสวน

ทั้งมิได้อ้างถึงนายแล นายสึขเป็นพยานในชั้นสอบสวนด้วยพยานจำเลยจึงเป็นพิรุธไม่มีน้ำหนักให้รับฟังดังที่จำเลยกล่าวอ้าง จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 48 ที่แก้ไขใหม่ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2518มาตรา 19 ซึ่งโจทก์มิได้อ้างมา

ศาลฎีกาเห็นว่าศาลมีอำนาจปรับบทกฎหมายที่ถูกต้องได้ คำพิพากษาฎีกาที่ 644/2489 ที่จำเลยอ้างนั้น ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · โสพิทย์ คังคะเกตุ · จินดา บุญศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2124/2520

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรไก่ของกลาง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ ส่วนข้อหาฐานรับของโจรให้ยกจำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องในความผิดฐานลักทรัพย์ ศาลอุทธรณ์ตั้งประเด็นว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4040/2567

กลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมมีลักษณะเป็นการรวมตัวกันของคณะบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ร่วมกันกระทำการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3978/2567

การที่ผู้ตายที่ 1 ใช้อาวุธมีดแทง น. แล้ว น. ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายที่ 1 แต่กระสุนปืนพลาดไปถูกผู้ตายที่ 2 เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าอย่างกะทันหันโดยจำเลยมิได้คบคิดนัดหมายกันมาก่อน ถือไม่ได้ว่าจำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1488/2567

ผู้ที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. 2503 ต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคลและต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเท่านั้น ซึ่งในการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5893/2567

พฤติการณ์ที่โจทก์ร่วมเข้าใจว่าจำเลยเป็น ห. จึงร้องถามว่าใช่ ห. หรือไม่ ผิดวิสัยของคนร้ายที่จะไม่ส่งเสียงให้เหยื่อรู้ตัวก่อนลงมือกระทำผิด ต่อมาเมื่อโจทก์ร่วมกับจำเลยพบกันอีกครั้งก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้