Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 207/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันทำทางพิพาทตามรูปแผนที่วิวาทและให้จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนสิทธิภาระจำยอมทางพิพาทดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งสองหากจำเลยที่ 1 ไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ไม่ไปจดทะเบียนสิทธิภาระจำยอมในที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสองโจทก์ทั้งสองจึงย่อมมีสิทธิที่จะขอดำเนินการบังคับคดีในลำดับต่อไป โดยถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 แต่เมื่อโฉนดที่ดินพิพาทอยู่ที่จำเลยที่ 1ทำให้โจทก์ทั้งสองไม่สามารถจดทะเบียนภาระจำยอมในที่ดินพิพาทได้ โจทก์ทั้งสองย่อมมีสิทธิที่จะร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 ส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาทต่อศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาได้ เพราะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการบังคับคดี หาเป็นการบังคับนอกเหนือไปจากคำพิพากษาแต่อย่างใดไม่แต่เนื่องจากศาลชั้นต้นยกคำร้องของโจทก์ทั้งสองโดยยังมิได้เรียกคู่ความมาสอบถามให้แน่ชัดเสียก่อนว่าโฉนดที่ดินพิพาทอยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 จริงหรือไม่และมีเหตุจำเป็นหรือขัดข้องประการใดที่จำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสอง จึงสมควรเรียกคู่ความมาสอบถามให้ได้ความเสียก่อน ไม่ควรรีบด่วนยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันทำทางพิพาทตามแนวสีน้ำตาลตามแผนที่วิวาทเอกสารหมาย จ.19 เฉพาะส่วนที่อยู่ในเขตที่ดินของจำเลยที่ 1 ให้เป็นไปตามรูปแผนที่ดังกล่าว โดยให้ทางพิพาทมีความกว้าง 2.50 เมตร ตลอดแนวและให้จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนสิทธิภารจำยอมทางพิพาทดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งสองหากจำเลยที่ 1 ไม่ดำเนินการให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 จำเลยทั้งสองทราบคำบังคับแล้วไม่ปฏิบัติตาม ต่อมาวันที่ 13 พฤศจิกายน 2544โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ 1 ยังไม่ได้ไปดำเนินการจดทะเบียนภารจำยอมทางพิพาทในที่ดินโฉนดเลขที่ 33998 ของจำเลยที่ 1 ให้แก่โจทก์ทั้งสองและจำเลยทั้งสองไม่ยอมส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งสองเพื่อไปดำเนินการจดทะเบียนภารจำยอมแทนตามคำพิพากษา

โจทก์ทั้งสองได้ไปดำเนินการทางเจ้าพนักงานบังคับคดีและทางสำนักงานที่ดินจังหวัดสุพรรณบุรีแล้ว แต่ไม่อาจดำเนินการได้ โดยเจ้าพนักงานดังกล่าวอ้างว่าไม่มีอำนาจและระเบียบที่จะกระทำตามที่โจทก์ทั้งสองร้องขอเว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเรียกโฉนดที่ดินเลขที่ 33998 มาจากจำเลยทั้งสอง จึงขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยทั้งสองมาศาล และให้ส่งต้นฉบับโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ทั้งสองเพื่อไปดำเนินการต่อไปศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามคำพิพากษาศาลฎีกาไม่ได้มีการบังคับให้จำเลยทั้งสองต้องส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสองไว้ด้วยแต่อย่างใด ดังนั้นหากจำเลยทั้งสองไม่ยอมส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ ศาลก็ไม่อาจมีคำสั่งบังคับให้จำเลยทั้งสองกระทำดังกล่าวได้

เพราะเป็นการนอกเหนือไปจากคำพิพากษาศาลฎีกากรณีจึงเป็นเรื่องที่โจทก์จะต้องไปว่ากล่าวดำเนินการต่อเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลฎีกาหรือดำเนินการอื่นตามกฎหมายต่อไป ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ข้อกฎหมายของโจทก์ทั้งสองว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 ส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาทเพื่อให้โจทก์ทั้งสองไปดำเนินการตามคำพิพากษาหรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ไม่ไปจดทะเบียนสิทธิภารจำยอมในที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองย่อมมีสิทธิที่จะขอดำเนินการบังคับคดีในลำดับต่อไป โดยถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 แต่เมื่อโฉนดที่ดินพิพาทอยู่ที่จำเลยที่ 1 ทำให้โจทก์ทั้งสองไม่สามารถจดทะเบียนภารจำยอมในที่ดินพิพาทได้ โจทก์ทั้งสองย่อมมีสิทธิที่จะร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 ส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาทต่อศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาได้

เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งของการบังคับคดี กรณีหาเป็นการบังคับนอกเหนือไปจากคำพิพากษาดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยแต่อย่างใดไม่แต่เนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์ทั้งสองโดยไม่ได้เรียกคู่ความมาสอบถามให้ได้ความแน่ชัดเสียก่อนว่าโฉนดที่ดินพิพาทยังอยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 จริงหรือไม่ และมีเหตุจำเป็นหรือขัดข้องประการใดที่ทำให้จำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสอง จึงเห็นสมควรเรียกคู่ความมาสอบถามให้ได้ความเสียก่อน ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์ทั้งสอง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นนัดพร้อมตัวคู่ความมาสอบถามแล้วให้ดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรพล เจียมจูไร · มงคล ทับเที่ยง · วิศณุ เลื่อมสำราญ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 717/2519

ศาลพิพากษาให้จำเลยเปิดทางภารจำยอมให้มีความกว้าง 3 เมตร ตลอดแนวทาง และให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางรุกล้ำทางภารจำยอมดังกล่าว และปรับที่ดินให้มีสภาพเป็นทางสัญจรไปมาตามปกติ จำเลยรื้อถอนตึกแถวที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1273/2482

ในเรื่องขอให้เปิดทางเดินโดยไม่มีทางออก เมื่อศาลพิพากษาให้เปิดทางเดินแล้วสิทธิในทางเดินนั้นย่อมเป็นภาระจำยอม โจทก์แลครอบครัวและแขกของโจทก์ย่อมมีสิทธิ์ใช้ทางเดินนั้น ไม่ใช่เป็นสิทธิ์จำกัดฉะเพาะตัวโจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2564/2567

กระบวนวิธีการบังคับคดีในขั้นตอนต่าง ๆ นั้น หากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายเพราะเหตุดังกล่าวเห็นว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5163/2566

ผ. และ ม. เป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 1625 ได้ยกทางพิพาทให้ทายาทซึ่งเป็นบุตรทั้งแปดคนใช้เข้าออกสู่ทางสาธารณะตั้งแต่ก่อนปี 2534 กับทั้งแบ่งที่ดินให้ทายาทครอบครองและสร้างบ้านพัก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4105/2566

ภาระจำยอมเป็นทรัพยสิทธิที่ตัดรอนอำนาจแห่งกรรมสิทธิ์ของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเรียกว่าภารยทรัพย์ ในอันที่ต้องยอมรับกรรมบางอย่างด้วยการงดเว้นการใช้สิทธิในทรัพย์สินของตนเพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้