คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีกัญชาแห้ง 4 ห่อ น้ำหนัก 5 กรัม และได้จำหน่ายกัญชานั้นไป 2 ห่อ หนัก 2.50 กรัม ในราคา 20 บาท ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7,8, 26, 75, 76, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ริบกัญชาของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 26, 75, 76, 102 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ลงโทษฐานมีกัญชาไว้เพื่อจำหน่าย จำคุก 2 ปี ปรับ 20,000บาท ฐานจำหน่ายกัญชา จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี ปรับ 20,000 บาทจำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปีปรับ 10,000 บาท
โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ 2 ปี ของกลางริบ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30โจทก์อุทธรณ์ขอให้ไม่รอการลงโทษแก่จำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 75 วรรคแรก และมาตรา 76 วรรคสองไม่ลงโทษปรับและไม่รอการลงโทษแก่จำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่มีอาชีพค้าขายยาเสพติดให้โทษมาก่อน เพิ่งกระทำผิดคดีนี้เป็นครั้งแรก สมควรรอการลงโทษให้จำเลยนั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้จำเลยกระทำความผิดถึง 2 กระทง คือ จำหน่ายกัญชาซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษและมีกัญชาไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นภัยต่อสังคมอย่างร้ายแรง แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นก็ลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งแล้ว ไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยตามที่จำเลยขอได้ ศาลอุทธรณ์ไม่รอการลงโทษจำคุกให้จำเลยนั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.