Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2078/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทั้งสี่ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสี่และจำเลยทั้งสองรับมรดกที่ดินร่วมกันมา โจทก์ทั้งสี่ตกลงให้จำเลยทั้งสองใส่ชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์และโฉนดที่ดินไว้แทน สิทธิครอบครองและกรรมสิทธิ์ยังเป็นของทายาททุกคนมิใช่ของจำเลยทั้งสอง การที่โจทก์ทั้งสี่มีคำขอบังคับให้จำเลยทั้งสองแบ่งแยกที่ดินให้โจทก์ทั้งสี่หากฟังเป็นความจริง คำขอบังคับคดีก็เป็นการขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์โฉนดที่ดินและการให้ไปในตัว ดังนั้น โจทก์ทั้งสี่จึงไม่จำต้องไปฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์โฉนดที่ดินและการให้เสียก่อน และศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ และโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ทั้งสี่ตามส่วนที่ได้รับมรดกได้ ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสี่ จำเลยที่ 1 นางสำลี โนนพิลา และนายประเสริฐ โนนพิลา เป็นบุตรนายสากับนางผุกหรือปุก โนนพิลาจำเลยที่ 2 เป็นสามีจำเลยที่ 1 โจทก์ทั้งสี่ จำเลยที่ 1 นางสำลีและนายประเสริฐได้รับมรดกของนางผุกหรือปุกและนายสาเป็นที่ดิน4 แปลง ซึ่งเป็นที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ 3 แปลงและที่ดินมีโฉนด 1 แปลง โจทก์ทั้งสี่ได้ตกลงให้จำเลยทั้งสองใส่ชื่อไว้แทนต่อมาโจทก์ทั้งสี่ขอแบ่งที่ดิน แต่จำเลยทั้งสองไม่ยอม ขอให้พิพากษาว่าที่ดินทั้งสี่แปลงเป็นมรดกของนางผุกหรือปุกและนายสา ให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนโอนที่ดินให้โจทก์ทั้งสี่คนละ 1 ใน 5 ส่วน หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาจำเลยทั้งสองให้การว่า ที่ดินทั้ง 4 แปลง เป็นของจำเลยที่ 1 ไม่ใช่ทรัพย์มรดกของนางผุกหรือปุกกับนายสา

คดีขาดอายุความศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินพิพาททั้ง 4 แปลง เป็นทรัพย์มรดกของนางผุก โนนพิลา ให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2431 และ 2425 ให้แก่โจทก์ทั้งสี่คนละ 1 ส่วน ในจำนวน 10 ส่วน กับให้จำเลยที่ 1จดทะเบียนโอนที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 31783 และให้จำเลยที่ 2จดทะเบียนโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)เลขที่ 2434 ให้แก่โจทก์ทั้งสี่คนละ 1 ส่วนในจำนวน 20 ส่วน หากจำเลยทั้งสองไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสองจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่าโจทก์มิได้ฟ้องหรือโต้แย้งว่าการขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)และการขอออกโฉนดที่ดินพิพาททั้งสี่แปลงไม่สมบูรณ์และมิได้ฟ้องขอให้เพิกถอน น.ส.3 ก. โฉนดที่ดินและการให้ และมิได้นำสืบถึงความสมบูรณ์ของการให้ การที่ศาลชั้นต้นหยิบยกขึ้นมาวินิจฉัยถือว่าเป็นการพิพากษาเกินคำขอนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองมีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ และโฉนดที่ดินโดยโจทก์ทั้งสี่และนายสาตกลงให้จำเลยทั้งสองใส่ชื่อไว้แทน แสดงว่าที่ดินพิพาททั้งสี่แปลงมิใช่ของจำเลยทั้งสอง แต่โจทก์ทั้งสี่และนายสาให้จำเลยทั้งสองลงชื่อไว้แทนเท่านั้น สิทธิครอบครองและกรรมสิทธิ์ยังเป็นของทายาททุกคนมิใช่ของจำเลยทั้งสอง

อีกทั้งการที่โจทก์ทั้งสี่ฟ้องและขอบังคับให้จำเลยทั้งสองแบ่งแยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสี่ หากฟ้องของโจทก์ทั้งสี่เป็นความจริงแล้ว คำขอบังคับคดีก็เป็นการขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์โฉนดที่ดินและการให้ไปในตัวโจทก์ทั้งสี่ไม่จำต้องไปฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์โฉนดที่ดินและการให้เสียก่อน ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยในข้อเหล่านี้จึงมิได้เป็นการพิพากษาเกินคำขอพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมคิด ไตรโสรัส · พรชัย สมรรถเวช · สถิตย์ ไพเราะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3402/2566

ป.พ.พ. มาตรา 1754 การฟ้องคดีพิพาทเกี่ยวด้วยทรัพย์มรดกระหว่างทายาทด้วยกัน มีอายุความ 1 ปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย หรือนับแต่เมื่อทายาทโดยธรรมได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก แต่ต้องไม่เกิน 10 ปี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5418/2560

ที่ดินพิพาทคือที่ดินโฉนดเลขที่ 39466 ตำบลแสมดำ อำเภอบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ติดจำนองธนาคาร ก. ยังไม่มีลู่ทางว่าจำเลยซึ่งยังเรียนหนังสืออยู่ ไม่ได้ประกอบอาชีพอันใดจะสามารถหารายได้มาช่วยเหลือครอบครัวห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4757/2533

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย และเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามคำสั่งศาล ที่ดินและตึกแถวพิพาทเป็นมรดกของผู้ตาย โดยตึกแถวพิพาทเป็นสินสมรสของผู้ตายกับโจทก์ เมื่อวันที่ 5 กุมภ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 675/2519

โจทก์ยื่นคำร้องซึ่งเป็นเพียงแสดงให้ปรากฏต่อศาลชั้นต้นว่าหากศาลเห็นเป็นการสมควรหรือจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมก็ขอให้เรียกจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 เข้ามาเป็นจำเลย ศาลชั้นต้นจึงใช้อำนาจตามประมวลกฎ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1368/2510

โจทก์เป็นบุตรคนเดียวของ ซ. ซึ่งเป็นบุตรของ ย. เมื่อ ฮ. ซึ่งเป็นสามีของ ย. ตาย มรดกของ ฮ. คงมีเฉพาะ 2 ใน 3 ของที่ดิน 3 โฉนด ผู้จัดการมรดกของ ฮ.มีสิทธิจัดการได้เฉพาะมรดกของ ฮ. ตอนนี้ ซ.มารดาโจทก์มิได้เป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้