Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20799/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาโอนสิทธิเรียกร้องเงินฝากเป็นประกันทั้งสองสัญญามีข้อตกลงโอนสิทธิเรียกร้องเงินตามบัญชีเงินฝากออมทรัพย์สองบัญชี ให้แก่ผู้คัดค้านเป็นผู้รับโอนโดยเฉพาะเจาะจงและผู้คัดค้านได้บอกกล่าวการโอนไปยังบริษัท บ. และ ฟ. ซึ่งเป็นลูกหนี้ของจำเลยตามสัญญาจ้างแล้ว การโอนสิทธิเรียกร้องจึงมีผลครบถ้วนสมบูรณ์ที่จะยกขึ้นต่อสู้ลูกหนี้หรือบุคคลภายนอกได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 306 วรรคหนึ่ง แต่การโอนสิทธิเรียกร้องของผู้คัดค้านที่รับโอนสิทธิมาก็เพื่อเป็นประกันหนี้สินของจำเลยที่มีต่อผู้คัดค้านเท่านั้น และในระหว่างที่เป็นประกันหนี้ของจำเลยหากจำเลยไม่ผิดสัญญาที่มีต่อผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านก็ยังไม่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องที่รับโอนเงินดังกล่าว และเงินจำนวนดังกล่าวยังอยู่ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของจำเลยทั้งสองบัญชี กรณีจึงเป็นเรื่องที่ผู้คัดค้านยังไม่ได้บังคับตามสิทธิเรียกร้อง แต่ได้ถูกโจทก์ซึ่งเป็นผู้ใช้สิทธิเรียกร้องฟ้องคดีต่อศาลจนศาลมีคำพิพากษาแล้วทำการอายัดบังคับชำระหนี้ไปก่อนที่ผู้คัดค้านจะใช้สิทธิเรียกร้อง เมื่อผู้คัดค้านเป็นเพียงผู้มีสิทธิเรียกร้องโดยยังมิได้บังคับใช้สิทธิเรียกร้องจึงไม่อาจใช้ยันต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ทำการอายัดไปก่อนได้ ดังนี้ ผู้คัดค้านจึงไม่มีสิทธิได้รับคืนเงินที่กรมบังคับคดีอายัดไปจากบัญชีทั้งสอง และมีหน้าที่ต้องโอนเงินที่เหลือในบัญชีทั้งสองให้แก่กรมบังคับคดี

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 50,010,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอหมายบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินฝากของจำเลยที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) สาขาราชวงศ์ 4 บัญชี คือ บัญชีเลขที่ 043 - 1 - 25497 - 4, 043 - 0 - 13003 - 1, 043 - 1 - 24852 - 4 และ 043 - 1 - 25682 - 9 และให้ส่งเงินที่อายัดให้แก่กรมบังคับคดี ผู้ถูกอายัดส่งเงินที่อายัดบางส่วน โจทก์จึงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือขอให้ศาลเรียกผู้ถูกอายัดมาไต่สวน

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้าน ขอให้มีคำสั่งคืนเงินดังกล่าวแก่ผู้คัดค้านด้วย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านโอนเงินจากบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ เลขที่ 043 - 0 - 13003 - 1 และ 043 - 1 - 25497 - 4 จำนวนเงิน 8,001,392.76 บาท และ 600,570 บาท ตามลำดับ ที่อายัดไว้ให้แก่กรมบังคับคดีภายใน 30 วัน ยกคำร้องคัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องในบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์เลขที่ 043 - 0- 13003 - 1 และ 043 - 1 - 25497 - 4 ของผู้คัดค้าน สาขาราชวงศ์ และให้กรมบังคับคดีส่งเงินจำนวน 387,085.48 บาท และ2,672,333.69 บาท ที่อายัดไปคืนให้แก่ผู้คัดค้านภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ฟังหรือถือว่าได้ฟังคำพิพากษาฉบับนี้ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2550 เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการอายัดเงินฝากของจำเลยที่มีต่อผู้คัดค้าน สาขาราชวงศ์ ซึ่งเป็นบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ 4 บัญชี รวมเป็นเงิน 27,413,972 บาท ผู้คัดค้านนำส่งเงินตามบัญชีเลขที่ 043 - 1 - 24852 - 4 และ 043 - 1 - 25682 - 9 ส่วนบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เลขที่ 043 - 0 - 13003 - 1 และ 043 - 1 - 25497 - 4 ส่งเงินมาเพียง 387,085.48 บาท และ 2,672,333.69 บาท ตามลำดับ คงมีเงินเหลือในบัญชีทั้งสองบัญชีจำนวน 8,001,392.76 บาท และ 600,570 บาท ตามลำดับ มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ผู้คัดค้านมีสิทธิได้รับคืนเงินที่กรมบังคับคดีอายัดไปจากบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์เลขที่ 043 - 0 - 13003 - 1 และ 043 - 1 - 25497 - 4 เป็นจำนวนเงิน 387,085.48 บาท และ 2,672,333.69 บาท ตามลำดับหรือไม่และผู้คัดค้านจะต้องโอนเงินที่เหลือในบัญชีทั้งสองอีกจำนวน 8,001,392.76 บาท และ 600,570 บาท ตามลำดับ ให้แก่กรมบังคับคดีตามที่มีคำสั่งอายัดหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่าสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องเงินฝากเป็นประกัน

ระบุในข้อ 3 ว่า การโอนสิทธิเรียกร้องในสัญญาดังกล่าวเป็นการโอนเพื่อประกันหนี้สินทุกประเภทของผู้โอนที่มีต่อผู้รับโอน และจำเลยผู้โอนสิทธิเรียกร้องมีเจตนาให้ผู้คัดค้านถือเป็นหลักประกันจนกว่าผู้คัดค้านจะได้รับชำระหนี้ ผู้คัดค้านมิได้มีเจตนาใช้สิทธิเรียกร้องเงินฝากตามบัญชีดังกล่าวให้ตกเป็นของผู้คัดค้าน ไม่ปรากฏว่ามีการหักเงินหรือถอนเงินออกจากบัญชีที่ถูกอายัดแต่อย่างใด ข้อตกลงดังกล่าวจึงมีผลผูกพันระหว่างจำเลยและผู้คัดค้าน ไม่ถือว่าเป็นการโอนสิทธิเรียกร้องนั้น เห็นว่า แม้สัญญาโอนสิทธิเรียกร้องเงินฝากเป็นประกันทำขึ้นเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2548 และวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 ตามลำดับ ทั้งสองสัญญามีข้อตกลงโอนสิทธิเรียกร้องเงินตามบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เลขที่ 043 - 0 - 13003 - 1 และ 043 - 1 - 25497 - 4 ให้แก่ผู้คัดค้านเป็นผู้รับโอนโดยเฉพาะเจาะจงและผู้คัดค้านได้บอกกล่าวการโอนไปยังบริษัทการบินไทย

จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นลูกหนี้ของจำเลยตามสัญญาจ้างแล้ว ปรากฏตามหนังสือบอกกล่าว การโอนสิทธิเรียกร้องจึงมีผลครบถ้วนสมบูรณ์ที่จะยกขึ้นต่อสู้ลูกหนี้หรือบุคคลภาย นอกได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 วรรคหนึ่ง ก็ตาม แต่การโอนสิทธิเรียกร้องของผู้คัดค้านที่รับโอนสิทธิมาก็เพื่อเป็นประกันหนี้สินของจำเลยที่มีต่อผู้คัดค้านเท่านั้น และในระหว่างที่เป็นประกันหนี้ของจำเลยหากจำเลยไม่ผิดสัญญาที่มีต่อผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านก็ยังไม่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องที่รับโอนเงินดังกล่าว และเงินจำนวนดังกล่าวยังอยู่ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของจำเลยทั้งสองบัญชี กรณีจึงเป็นเรื่องที่ผู้คัดค้านยังไม่ได้บังคับตามสิทธิเรียกร้อง แต่ได้ถูกโจทก์ซึ่งเป็นผู้ใช้สิทธิเรียก

ร้องฟ้องคดีต่อศาลจนศาลมีคำพิพากษาแล้วทำการอายัดบังคับชำระหนี้ไปก่อนที่ผู้คัดค้านจะใช้สิทธิเรียกร้อง เมื่อผู้คัดค้านเป็นเพียงผู้มีสิทธิเรียกร้องโดยยังมิได้บังคับใช้สิทธิเรียกร้อง จึงไม่อาจใช้ยันต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ทำการอายัดไปก่อนได้ ดังนี้ ผู้คัดค้านจึงไม่มีสิทธิได้รับคืนเงินที่กรมบังคับคดีอายัดไปจากบัญชีทั้งสอง และมีหน้าที่ต้องโอนเงินที่เหลือในบัญชีทั้งสองให้แก่กรมบังคับคดี ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทธิโชค เทพไตรรัตน์ · ศรีอัมพร ศาลิคุปต์ · สวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์
ศาลล่าง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายอรุณรัตน์ ศรีพิเชียร
ศาลอุทธรณ์ - นายสถาพร วงศ์ตระกูลรักษา
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2596/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ840/2549
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ7053/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6631/2568

เดิมจำเลยกู้ยืมเงินจาก พ. ต่อมามีการนำเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างชำระรวมกันเป็นเงินต้นและทำสัญญาใหม่เปลี่ยนตัวเจ้าหนี้จาก พ. เป็นโจทก์ โดยมีการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินที่จำเลยจดทะเบียนจำนองไว้เป็นประก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3107/2568

แม้โจทก์มิใช่เจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 ในขณะที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนยกที่ดินให้จำเลยที่ 3 แต่เมื่อโจทก์รับโอนสิทธิเรียกร้องมาแล้วย่อมมีฐานะเป็นเจ้าหนี้เช่นกัน จึงต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิเช่นเดียวกับเจ้าห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1174/2568

ตามใบคำขอรับสินเชื่อจำเลยระบุว่าสมัครด้วยบัตรเครดิต ไม่ปรากฏว่าจำเลยตกลงรับสินเชื่อซื้อสินค้าและรับสินเชื่อเป็นเงินสด ตามคำฟ้องเป็นการใช้บัตรเครดิตชำระราคาสินค้าและเบิกถอนเงินสด แม้จำเลยสามารถเบิกถอนเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6557/2567

คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะที่จำเลยเป็นลูกหนี้ของจำเลยร่วม ซึ่งโจทก์และจำเลยร่วมทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องต่อกัน เพื่อโอนสิทธิเรียกร้องที่จำเลยร่วมมีอยู่ต่อจำเลยไปให้โจทก์ โดยโจทก์จ่ายเงินเป็นค่าตอบแทนให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 60/2566

โจทก์เป็นผู้ประมูลซื้อสิทธิการเช่าพื้นที่การค้า มิใช่เป็นผู้รับโอนสิทธิการเช่าพื้นที่การค้า ตามประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดี เอกสารหมาย จ.5 ระบุหมายเหตุการขายทอดตลาดสิทธิการเช่าว่า ผู้ซื้อได้จะต้องชำระค่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้