Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2086/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้กระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในการต่อท่อสูบถ่ายน้ำมันเบนซินจากเรือบรรทุกน้ำมันเข้าคลังน้ำมันของจำเลยที่ 3 ที่ 4 เมื่อเดินเครื่องสูบน้ำมันแล้วเป็นเหตุให้น้ำมันเบนซิน 5,195 ลิตร รั่วไหลตกลงไปในแม่น้ำแผ่กระจายไปบนผิวน้ำถ่านที่เหลือจากการหุงต้มทิ้งลงในแม่น้ำตามปกติทำให้เกิดไฟลุกไหม้น้ำมันเบนซินบนผิวน้ำลุกลามไหม้บ้านเรือนทรัพย์สินของโจทก์อย่างรวดเร็วเป็นผลโดยตรงจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จำเลยทั้งสองต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ในความเสียหายที่เกิดขึ้น จำเลยที่ 3 ที่ 4 ดำเนินกิจการคลังน้ำมันร่วมกันโดย ช. ลูกจ้างของจำเลยที่ 4 เป็นผู้จัดการคลังน้ำมันร่วมกับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้จัดการของจำเลยที่ 3 ถือได้ว่าการกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของจำเลยที่ 1 และที่ 2 กระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 3 และที่ 4 ผู้เป็นนายจ้างร่วมกัน จำเลยที่ 3 และที่ 4 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ 34 ราย รวมเป็นเงิน 6,005,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสี่ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้เวลาประมาณ 11 นาฬิกา ไปดับเอาเมื่อเวลาประมาณ 15 นาฬิกาจากที่เกิดเพลิงไหม้นั้นอยู่ห่างท่าเทียบเรือบรรทุกน้ำมันเปโตรซาตูไปทางทิศเหนือประมาณ 200 เมตร เหตุเกิดจากน้ำมันเบนซินที่ลอยอยู่บนพื้นน้ำแล้วมีผู้ทิ้งเชื้อเพลิงลงไปทำให้เกิดไฟลุกไหม้ลุกลามติดบ้านเรือนราษฎรท่าเทียบเรือประมง แพปลาซึ่งปลูกอยู่เรียงรายหนาแน่นชิดกันและยื่นออกไปในแม่น้ำฝั่งทิศตะวันออกของแม่น้ำตรัง" ฯลฯ"จำเลยที่ 2 มีหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับการสูบถ่ายน้ำมันจากเรือบรรทุกน้ำมันเข้าคลังน้ำมัน และตรวจดูความเรียบร้อยการสูบถ่ายน้ำมันในวันเกิดเหตุ

การที่จำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 และนายสมัครซึ่งมิได้มีหน้าที่ในการต่อท่อน้ำมัน ทำการต่อท่อน้ำมันไม่เรียบร้อย ไม่แนบสนิทเป็นเหตุให้น้ำมันเบนซินรั่วไหลตกลงไปในแม่น้ำเป็นจำนวนประมาณ 5,195 ลิตรจึงเกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยที่ 2 ด้วยที่ปล่อยปละละเลยไม่ควบคุมดูแลจำเลยที่ 1 และนายสมัครต่อท่อน้ำมันให้เรียบร้อย พันตำรวจเอกทศ ธรรมกุล ได้ให้การในชั้นสอบสวนว่าน้ำมันเบนซินที่ลอยอยู่บนผิวน้ำมีปริมาณมาก หากมีการหุงต้มด้วยเตาถ่านที่อยู่บนผิวน้ำในที่โล่งแจ้งห่างประมาณ 1 เมตร ไอระเหยของน้ำมันเบนซินย่อมติดไฟได้ หรือถ้าหากทิ้งถ่านที่ยังลุกติดไฟอยู่ ก็ยิ่งติดไฟได้อย่างแน่นอนปรากฏตามสำนวนการสอบสวนอันดับที่ 45 เมื่อประกอบกับคดีอาญาหมายเลขดำที่ 421/2516 หมายเลขแดงที่ 414/2520 ของศาลมณฑลทหารบกที่ 5 (ศาลจังหวัดตรัง)

ศาลพิพากษาโดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้กระทำโดยประมาท ทำให้น้ำมันรั่วจนเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้กระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในการต่อท่อสูบถ่ายน้ำมันเบนซินจากเรือเปโตรซาตูเข้าคลังน้ำมันของจำเลยที่ 3 ที่ 4 เมื่อเดินเครื่องสูบน้ำมันแล้วเป็นเหตุให้น้ำมันเบนซินจำนวนประมาณ 5,195 ลิตร รั่วไหลตกลงไปในแม่น้ำแผ่กระจายไปบนผิวน้ำตามน้ำไปทางทิศเหนือ เมื่อนางนวลทิ้งเตาถ่านที่เหลือจากการหุงต้มลงไปในแม่น้ำตามปกติที่เคยทำ จึงทำให้เกิดไฟลุกไหม้น้ำมันเบนซินบนผิวน้ำลุกลามไหม้บ้านเรือนทรัพย์สินของโจทก์ได้รับความเสียหายอย่างรวดเร็ว เหตุที่เกิดเพลิงจึงเป็นผลโดยตรงที่เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ดังกล่าวมาแล้ว

จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ในความเสียหายที่เกิดขึ้น" ฯลฯ"ทางพิจารณาก็ได้ความว่า กิจการคลังน้ำมันที่อำเภอกันตังที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 ดำเนินการนั้นก็คือกิจการคลังน้ำมันโมบิลออยล์แห่งเดียวกัน จำเลยที่ 3 และที่ 4 มีสำนักงานอยู่ที่คลังน้ำมันแห่งนี้ การดำเนินกิจการของจำเลยที่ 3 และที่ 4 ก็คือจำเลยที่ 4 เป็นเจ้าของกิจการคลังน้ำมัน จำเลยที่ 3 ประกอบการค้าน้ำมัน สั่งน้ำมันชนิดต่าง ๆ จากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายที่อำเภอกันตังโดยเก็บไว้ในคลังน้ำมันแห่งนี้ เมื่อเรือบรรทุกน้ำมันมาส่งที่อำเภอกันตัง จำเลยที่ 4 จะเป็นผู้สูบถ่ายน้ำมันจากเรือเข้าเก็บรักษาในคลังน้ำมัน เป็นผู้ดูแลความปลอดภัย และส่งน้ำมันออกไปให้แก่ลูกค้า โดยจำเลยที่ 4 ได้รับค่าตอบแทนตามปริมาณน้ำมันที่ผ่านคลังน้ำมันนี้จากจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 1 ยังเบิกความในชั้นสอบสวนว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 3 เมื่อมีการสูบถ่ายน้ำมัน

นายชิตลูกจ้างจำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 2 ลูกจ้างจำเลยที่ 3 จะต้องมาที่เรือทุกครั้ง" ฯลฯ"ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 ดำเนินกิจการคลังน้ำมันร่วมกัน โดยมีนายชิต ถิระมงคล ลูกจ้างของจำเลยที่ 4 เป็นผู้จัดการดูแลคลังน้ำมันร่วมกับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้จัดการของจำเลยที่ 3 การกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ดังกล่าวมาข้างต้น จึงถือได้ว่าได้กระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 3 และที่ 4 ผู้เป็นนายจ้างร่วมกัน จำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลูตม์ สวัสดิทัต · สนิท อังศุสิงห์ · วัฒน์ ผดุงจิตร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2567

กรมธรรม์ประกันภัย ข้อ 6 ระบุเหตุที่โจทก์สละสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยว่า ในกรณีที่มีความเสียหายต่อรถยนต์ เมื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4382/2566

ตามคำพิพากษาในคดีก่อนศาลฎีกามีคำวินิจฉัยในส่วนความรับผิดของโจทก์เพียงข้อหาเดียวว่า โจทก์เป็นนายจ้างของ ป. และ ป. ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้าง โจทก์จึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ความเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสามใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5323/2562

แม้จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ทำนองว่า การที่โจทก์ที่ 3 ไม่บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 6 กระทำละเมิดในทางการที่จ้างจึงขาดสาระสำคัญและศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ ทำให้การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2417/2562

แม้จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของเรือ แต่บุคคลที่จะรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะอันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกลจะต้องเป็นผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลซึ่งหมายถึงผู้ใช้ยานพาหนะนั้นในฐานะเป็นผู้ยึดถือในข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2416/2561

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 176 บัญญัติถึงผลการถอนฟ้องว่า โจทก์อาจนำฟ้องมายื่นใหม่ได้ แสดงว่าการถอนฟ้องไม่ได้ทำให้หนี้ระงับ จึงไม่ใช่การปลดหนี้ อันเป็นเรื่องความระงับแห่งหนี้ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่างคนต่างทำละเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้