Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 20898)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

รถยนต์คันที่จำเลยรับประกันภัยค้ำจุนไว้ชนโจทก์ โจทก์ฟ้องให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 887 จำเลยจะยกอายุความละเมิดมาใช้บังคับไม่ได้ เพราะเป็นการฟ้องบังคับตามสัญญาประกันภัยต้องใช้อายุความในเรื่องประกันภัย ตามมาตรา 882 เมื่อขณะที่โจทก์ฟ้องจำเลยยังไม่พ้นกำหนดสองปีนับแต่วันวินาศภัย คดีของโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยที่ว่า โจทก์มิได้ฟ้องผู้เอาประกันภัยภายในกำหนด1 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความ และจำเลยผู้รับประกันภัยค้ำจุนจะต้องรับผิดก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบด้วยเท่านั้น จำเลยมิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในคำให้การ และเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ทั้งไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญารับประกันวินาศภัยประเภทประกันภัยค้ำจุนรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน 83-0304 กรุงเทพมหานครของนายอดิศร แซ่ฉั่ว เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2524 นายอดิศรแซ่ฉั่ว ขับรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน 83-0304 กรุงเทพมหานครไปตามถนนพหลโยธินจากจังหวัดลำปางมุ่งหน้าไปทางจังหวัดเชียงใหม่เมื่อถึงระหว่างกิโลเมตรที่ 48-49 นายอดิศรขับรถด้วยความประมาทเลินเล่อฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร แล่นสวนทางเข้ามาในช่องทางของรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน น-2625 เชียงใหม่ ของเรือนจำจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งขณะนั้นโจทก์ที่ 27 ขับมุ่งหน้าไปจังหวัดลำปางโดยมีโจทก์อื่นและผู้ตายนั่งอยู่ในรถคันดังกล่าว รถยนต์ของนายอดิศรพุ่งเข้าชนรถยนต์ที่โจทก์ที่ 27 ขับสวนทางมาอย่างแรงเป็นเหตุให้ผู้ที่โดยสารอยู่ในรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน

น-2625เชียงใหม่ ถึงแก่ความตาย 6 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัส 21 คน การกระทำของนายอดิศรเป็นการละเมิดและเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายจำเลยมีหน้าที่ต้องชำระเงินค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามสัญญาประกันภัยค้ำจุน โจทก์แต่ละคนได้รับความเสียหายตามรายละเอียดที่ปรากฏในคำฟ้อง ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 1ถึงที่ 6 ที่ 8 ที่ 17 และที่ 24 เป็นเงินคนละ 10,000 บาทให้โจทก์ที่ 7 เป็นเงิน 12,580 บาท โจทก์ที่ 9 เป็นเงิน 22,650 บาทโจทก์ที่ 10 เป็นเงิน 21,600 บาท โจทก์ที่ 11 เป็นเงิน 22,180 บาทโจทก์ที่ 12 เป็นเงิน 21,170 บาท โจทก์ที่ 13 เป็นเงิน 15,046 บาทโจทก์ที่ 14 ถึงที่ 16 และที่ 18 เป็นเงินคนละ 20,000 บาท โจทก์ที่ 19 เป็นเงิน 23,300 บาท

โจทก์ที่ 20 เป็นเงิน 22,800 บาทโจทก์ที่ 21 ที่ 22 เป็นเงินคนละ 23,500 บาท โจทก์ที่ 23 เป็นเงิน45,000 บาท โจทก์ที่ 25 เป็นเงิน 48,500 บาท โจทก์ที่ 26 เป็นเงิน32,520 บาท โจทก์ที่ 27 เป็นเงิน 33,310 บาท กับให้จำเลยชดใช้ดอกเบี้ยในต้นเงินดังกล่าวในอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2524 จนกว่าชำระต้นเงินเสร็จ

จำเลยทั้งสามสำนวนให้การว่า เหตุคดีนี้เกิดจากความประมาทของนายประวิทย์นัดสาคร (ที่ถูกคือ นัดสาสาร) โจทก์ที่ 27 ผู้ขับรถบรรทุกคันหมายเลขทะเบียน น-2625 เชียงใหม่ ด้วย เพราะได้ขับรถด้วยความเร็วสูงในทางโค้งและแซงรถคันอื่น จึงเกิดเหตุขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่อของผู้ขับรถทั้งสองฝ่าย ฟ้องของโจทก์ขาดอายุความเพราะได้ฟ้องเกิน 1 ปี นับแต่วันทำละเมิด ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินให้โจทก์ทั้งสามสำนวนเป็นเงิน 300,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2524ซึ่งเป็นวันเกิดวินาศภัย

จำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะโจทก์ที่ 17 ที่ 19 ถึงที่ 21 ที่ 26 และที่ 27 ให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงินคนละ 10,000 บาท 23,300บาท 22,800 บาท 23,500 บาท 32,520 บาท และ 33,310 บาท ตามลำดับดังคำขอโดยให้เฉลี่ยตามส่วนมากน้อยกับโจทก์อื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสามสำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยทั้งสามสำนวนฎีกาในประเด็นเรื่องอายุความว่า โจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องจำเลยให้รับผิดโดยอาศัยมูลหนี้มาจากการกระทำละเมิดของนายอดิศร แซ่ฉั่ว ผู้ขับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 83-0304 กรุงเทพมหานคร ที่จำเลยได้รับประกันไว้จึงเป็นการฟ้องโดยอาศัยมูลหนี้อันเนื่องมาจากมูลละเมิดซึ่งมีอายุความ 1 ปี

ฟ้องของโจทก์ทั้งสามสำนวนจึงขาดอายุความนั้นเห็นว่า คดีนี้ปรากฏว่ามูลละเมิดเกิดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2524โจทก์ทั้งสามสำนวนยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2526 เพื่อให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 887 ดังนั้นจำเลยจะยกอายุความละเมิดมาใช้บังคับไม่ได้ เพราะเป็นการฟ้องบังคับตามสัญญาประกันภัยจึงต้องใช้อายุความในเรื่องประกันภัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 882 ซึ่งปรากฏว่าขณะโจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องจำเลยยังไม่พ้นกำหนดสองปีนับแต่วันวินาศภัย คดีของโจทก์ทั้งสามสำนวนจึงยังไม่ขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยทั้งสามสำนวนข้อนี้ฟังไม่ขึ้นส่วนที่จำเลยทั้งสามสำนวนฎีกาประการสุดท้ายว่า

โจทก์ทั้งสามสำนวนมิได้ฟ้องผู้เอาประกันภัยภายในกำหนด 1 ปี คดีโจทก์ทั้งสามสำนวนจึงขาดอายุความ และจำเลยทั้งสามสำนวนผู้รับประกันภัยค้ำจุนจะต้องรับผิดก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบด้วยเท่านั้นจำเลยทั้งสามสำนวนจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสามสำนวนนั้นศาลฎีกาเห็นว่า ปัญหาดังกล่าวที่จำเลยฎีกา จำเลยทั้งสามสำนวนมิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การ และเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ทั้งไม่ใช่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประชา บุญวนิช · บุญส่ง คล้ายแก้ว · นิเวศน์ คำผอง
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 255/2538

จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกาว่า โจทก์สามารถตรวจสอบทะเบียนรถคันที่ชนรถของโจทก์ได้ว่าเป็นใคร มิใช่โจทก์เพิ่งทราบตัวผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อกลางปี 2530 คดีจึงขาดอายุความ เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อทุนท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5637/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้ ร. เป็นผู้ดำเนินคดีนี้รวมทั้งให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ และ ร. มอบอำนาจช่วงให้ ก. เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทน ซึ่งตามหนังสือมอบอำนาจ มีข้อความว่า บริษัท น. โดย ร. ผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 500/2557

แม้ปัญหาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายก็ตาม แต่ก็ไม่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยที่ 2 ยกประเด็นดังกล่าวขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การ เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่าฟ้องโจทก์ไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1802/2549

การประกันภัยค้ำจุนตาม ป.พ.พ. มาตรา 887 เป็นการประกันวินาศภัยอย่างหนึ่ง ซึ่งบัญญัติแยกไว้ในส่วนที่ 3 ของหมวด 2 อายุความฟ้องร้องให้ผู้รับประกันภัยค้ำจุนรับผิด จึงต้องบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 882 ซึ่งบัญญั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 951/2546

แม้โจทก์จะเป็นผู้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงและภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงจะตกแก่โจทก์ แต่เมื่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ไม่ได้ให้การปฏิเสธข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างโดยชัดแจ้งรวมทั้งเหตุแ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้