คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าเดิม ข.จำเลยยืมเงินหลวงพล ฯ ๆ ไม่มีจึงให้ปืนไปจำนำ ข.จำเลยจึงเอาไปจำนำต่อ อ.จำเลย เจ้าพนักงานจับปืนได้ที่ อ.จำเลยซึ่งเป็นผู้รับจำนำ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ข.จำเลยเป็นแต่พาปืนไปจำนำ ไม่มีการครอบครองปืนส่วน อ.จำเลยเป็นแต่ผู้รับจำนำ มิได้มีกรรมสิทธิในปืน จึงพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนมิได้บังคับว่าผู้มีปืนต้องมีกรรมสิทธิการมีไว้จำนำก็ได้ชื่อว่ามี อ.จำเลยมีผิดฐานมีอาวุธปืน ส่วน ข.จำเลยมีกิจเสียงรับปืนจากเจ้าของพาไปยังผู้รับจำนำชั่วขณะ ไม่ควรมีผิด จึงพิพากษาปรับ อ.จำเลย ๑๐๐ บาท ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ร.ศ.๑๓๑ ม.๓๔ข้อ ๓แลให้ปล่อยตัว ข.จำเลยไป