Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้ในตอนต้นแล้วว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดหลายกรรม แม้โจทก์จะไม่ได้อ้างมาตราอันเป็นบทลงโทษไว้ด้วยก็เห็นเจตนาได้ว่าข้อเท็จจริงซึ่งจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพแล้วนั้นเป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทั้งสาม ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและลงโทษจำเลยไม่เกิน 5 ปีจำเลยต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 40 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 65 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 67 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 69 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 70 ป.วิ.อ. มาตรา 218 ป.วิ.อ. มาตรา 192 ป.วิ.อ. มาตรา 21

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำความผิดกฎหมายหลายกรรมคือจำเลยทั้งสามได้ร่วมกันก่อสร้างอาคารผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2531 จนถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2531 จึงแล้วเสร็จรวมเป็นเวลา 127 วัน เมื่อเจ้าพนักงานมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสามระงับการกระทำดังกล่าว จำเลยทั้งสามได้รับคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานทำการก่อสร้างจนอาคารเสร็จ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 31, 40, 42, 65, 69, 70, 71, 72, 79, 80กฎกระทรวงฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2528) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 5, 31 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91และขอให้ปรับจำเลยทั้งสามเป็นรายวันตามกฎหมายจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 31, 40 วรรคหนึ่ง, 65, 69, 70, 72ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานก่อสร้างอาคารผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 6 เดือน ปรับจำเลยทั้งสามคนละ10,000 บาท และปรับจำเลยทั้งสามอีกคนละวันละ 10,000 บาท นับแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2531 ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2531 ปรับคนละ 1,270,000บาท

จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2ที่ 3 คนละ 3 เดือน ปรับจำเลยทั้งสามคนละ 635,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 1 ปี ส่วนความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานที่ให้ระงับการก่อสร้างนั้น เป็นกรณีตามมาตรา 67 ประกอบด้วยมาตรา 40 วรรคหนึ่ง แต่โจทก์มิได้ระบุมาตรา 67 ไว้ในคำขอท้ายฟ้องจึงให้ยกโจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานอีกกระทงหนึ่งตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง, 67, 70 ปรับจำเลยทั้งสามเป็นรายวันวันละ 10,000 บาท เป็นเงิน 1,140,000 บาท

ลดโทษให้จำเลยทั้งสามคนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยทั้งสามอีกคนละ 570,000 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้ในตอนต้นแล้วว่าจำเลยทั้งสามกระทำผิดหลายกรรมและได้บรรยายการกระทำของจำเลยทั้งสามเกี่ยวกับการที่จำเลยทั้งสามฝ่าฝืนมาตรา 31 ประกอบด้วยมาตรา 69, 70กับได้บรรยายการกระทำของจำเลยทั้งสามที่ฝ่าฝืนมาตรา 40 วรรคหนึ่งประกอบมาตรา 6, 70 ไว้ในคำฟ้องและในคำขอท้ายฟ้องโจทก์ก็ได้อ้างมาตรา 40, 69, 70 ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่บัญญัติว่าการกระทำตามคำฟ้องนั้นเป็นความผิดลงไว้กับขอให้ปรับจำเลยทั้งสามเป็นรายวันตามกฎหมายซึ่งเป็นโทษที่บัญญัติไว้ในมาตรา 67 ไว้ด้วย

แม้โจทก์จะมิได้อ้างมาตรา 67 อันเป็นบทลงโทษไว้ด้วยก็เห็นเจตนาได้ว่าข้อเท็จจริงซึ่งจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพแล้วนั้นเป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทั้งสาม ไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ที่ 3 ตามที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกาศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีมาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยที่ 2 ที่ 3 ฟังไม่ขึ้นที่จำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกาขอให้ศาลฎีกาใช้ดุลพินิจลดโทษปรับให้น้อยลงนั้น ศาลฎีกาได้ตรวจดูคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แล้วเห็นว่า สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522มาตรา 31, 65, 69, 70 นั้น

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จำเลยจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่งศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ ส่วนความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง, 67, 69, 70 นั้นศาลอุทธรณ์ลงโทษปรับจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522มาตรา 67 ประกอบมาตรา 69 และ 70 คนละวันละ 10,000 บาท เป็นการปรับจำเลยตามอัตราโทษที่กฎหมายบัญญัติไว้ให้ปรับได้เพียงอัตราเดียวศาลฎีกาจึงไม่สามารถจะปรับจำเลยให้ต่างไปจากที่กฎหมายบัญญัติไว้ตามที่จำเลยฎีกาได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนพ กีรติยุติ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · มงคล สระฏัน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3524/2535

จำเลยปลูกสร้างอาคารผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตตั้งแต่ใบอนุญาตยังไม่หมดอายุ เป็นการกระทำความผิดสำเร็จแล้วกรรมหนึ่ง เมื่อใบอนุญาตหมดอายุแล้วจำเลยไม่ต่อใบอนุญาตก่อสร้างแต่ยังคงก่อสร้างต่อไปอีกย่อมเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3134/2528

บทบัญญัติมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ.2522 หมายความว่าผู้ใดก็ตามที่จัดให้มีการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายอาคารให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณก็ดีผิดไปจากแบบแปลนก็ดีผิดไปจากรายการประกอบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8243/2544

พระราชบัญญัติควบคุมอาคารฯ มาตรา 65 วรรคสองและมาตรา 67 วรรคสอง บัญญัติโทษของผู้ฝ่าฝืนโดยให้ปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องสำหรับความผิดฐานดัดแปลงอาคา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2738/2526

ความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีบทลงโทษให้ปรับเป็นรายวันตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารฯ มาตรา 67,69, และ 70 โจทก์บรรยายฟ้องในความผิดฐานนี้ว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1ถึงวันท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3642/2554

จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลซึ่งเป็นเพียงบุคคลสมมุติโดยอาศัยอำนาจของกฎหมายจะดำเนินหรือปฏิบัติงานตามวัตถุประสงค์ของบริษัทด้วยตนเองไม่ได้ต้องกระทำโดยผู้แทน ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของจำเล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้