Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2105/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารจำเลยที่ 2 ที่ค้ำประกันหนี้ในการที่จำเลยที่ 1 ซื้อสินค้าไปจากโจทก์ได้หายไปจากกองการเงินของโจทก์ โดย มีผู้ลักเอาไป มิใช่จำเลยที่ 1 ได้เอกสารดังกล่าวคืนมาจากโจทก์โดยชอบด้วยกฎหมาย แม้จำเลยที่ 2จะได้รับเอกสารนั้นมาจากจำเลยที่ 1 โดยสุจริต ก็มิใช่กรณีที่หนี้ของลูกหนี้ได้ระงับสิ้นไปแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 698 สัญญาค้ำประกันของจำเลยที่ 2 ยังมีผลบังคับ ข้อสันนิษฐานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา327 วรรคสาม มิใช่ข้อสันนิษฐานเด็ดขาด หากปรากฏข้อเท็จจริงจากทางนำสืบเป็นอย่างอื่น ก็ฟังตามข้อเท็จจริงนั้นได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาซื้อหัวกระเทียมแห้งจากโจทก์ โดย จะชำระราคาภายใน 12 เดือน นับแต่วันที่ได้รับมอบหัวกระเทียมแห้ง หากผิดนัดยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ12 ต่อปี จำเลยที่ 1 รับมอบหัวกระเทียมแห้งไปจากโจทก์ 4 ครั้งรวมเป็นเงิน 1,728,585.50 บาท จำเลยที่ 1 ได้นำหนังสือสัญญาค้ำประกันของจำเลยที่ 2 จำนวน 2 ฉบับ คือฉบับเลขที่บร.56/2527 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2527 จำนวนเงิน 1,500,000 บาทและฉบับเลขที่ บร.61/2527 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2527 จำนวนเงิน352,499.50 บาท มอบให้โจทก์ยึดถือไว้ เมื่อครบกำหนดชำระราคาหัวกระเทียมแห้งแต่ละคราวแล้ว จำเลยที่ 1 ไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่า

จำเลยที่ 2 ได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันตามฟ้องมอบให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 มิได้นำหนังสือสัญญาค้ำประกัน2 ฉบับ ดังกล่าวไปมอบให้โจทก์ ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้นำหนังสือค้ำประกัน 2 ฉบับ นั้นมามอบคืนให้จำเลยที่ 2 พร้อมทั้งได้รับหลักประกันที่ให้ไว้และเงินค่าธรรมเนียมการออกหนังสือค้ำประกันคืนไปจากจำเลยที่ 2 แล้ว จำเลยที่ 2 กับโจทก์จึงไม่มีนิติสัมพันธ์ต่อกันหรือหากจะฟังว่าจำเลยที่ 1 ได้มอบหนังสือสัญญาค้ำประกันให้โจทก์ไว้เป็นหลักประกันแต่การที่จำเลยที่ 2 ได้รับหนังสือสัญญาค้ำประกันคืนมาแล้ว ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 แสดงเจตนาชัดแจ้งที่จะยกเลิกหรือเพิกถอนการค้ำประกันจำเลยที่ 1 แล้ว และยังเข้าข้อสันนิษฐานของกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 327 ว่าหนี้นั้นได้ระงับไปแล้วด้วยจำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดตามหนังสือสัญญาค้ำประกัน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ ถ้าจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ 2 ชำระแทน

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยที่ 2อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยฎีกาจำเลยที่ 2 ข้อแรกว่า หนี้ตามหนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารจำเลยที่ 2เอกสารหมาย จ.4 และ จ.5 มีผลระงับสิ้นไปแล้วหรือไม่ข้อนี้โจทก์นำสืบว่า หนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารจำเลยที่ 2เอกสารหมาย จ.4 และ จ.5 มีข้อความระบุว่า จำเลยที่ 2 จะไม่เพิกถอนการค้ำประกันในระหว่างที่จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดชอบตามเงื่อนไขสัญญา คือสัญญาซื้อขายกระเทียมที่ 46/2527 เอกสารหมาย จ.3แล้วจำเลยที่ 1 ได้ซื้อกระเทียมจากโจทก์ไป 4 ครั้ง รวมเป็นเงิน1,728,585.50 บาท แต่ยังไม่ชำระราคา และหนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารจำเลยที่ 2 เอกสารหมาย จ.4 และ จ.5 ได้หายไปแต่มีฉบับที่ปลอมขึ้นได้ถูกนำมาเปลี่ยนไว้แทนที่

โจทก์ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ ส่วนจำเลยที่ 2 นำสืบว่า เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2527 จำเลยที่ 1 ได้นำหนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารจำเลยที่ 2 เอกสารหมาย จ.4และ จ.5 มามอบให้จำเลยที่ 2 สาขาบุรีรัมย์ และจำเลยที่ 2สาขาบุรีรัมย์ ได้เพิกถอนการอายัดเงินฝาก ยกเลิกสัญญาค้ำประกันของนายกองชิ้น แซ่โต๋ว และคืนค่าธรรมเนียมให้จำเลยที่ 1บางส่วนแล้ว และอ้างว่าความรับผิดตามสัญญาค้ำประกันดังกล่าวได้ระงับไปแล้ว เห็นว่า เหตุที่หนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารจำเลยที่ 2 เอกสารหมาย จ.4 และ จ.5 หายไปจากกองการเงินของโจทก์ปรากฏว่าโจทก์ไม่ทราบว่าได้หายไปเมื่อใด จึงไม่ใช่เป็นกรณีที่โจทก์ยินยอมคืนเอกสารหมาย

จ.4 และ จ.5 แก่จำเลยที่ 1เนื่องจากจำเลยที่ 1 ได้ชำระหนี้ค่าซื้อกระเทียมให้โจทก์แล้วแต่เป็นเรื่องที่ได้มีการกระทำผิดต่อกฎหมายโดย มีผู้ลักเอาเอกสารหมาย จ.4 และ จ.5 ไปจากกองการเงินของโจทก์ และได้ความว่าเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2527 จำเลยที่ 1 ได้นำเอกสารหมาย จ.4และ จ.5 ไปคืนให้แก่จำเลยที่ 2 สาขาบุรีรัมย์ เมื่อเอกสารดังกล่าวหายไปจากความครอบครองของโจทก์ โดย ไม่ปรากฏว่าโจทก์คืนเอกสารนั้นแก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ได้เอกสารดังกล่าวมาอย่างไร จึงมิใช่กรณีที่จำเลยที่ 1 ได้เอกสารดังกล่าวมาโดยชอบด้วยกฎหมาย แม้จำเลยที่ 2 จะได้เอกสารนั้นไว้ในครอบครองแต่ก็หาใช่กรณีที่หนี้ของลูกหนี้ได้ระงับสิ้นไปแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 698 ไม่

สัญญาค้ำประกันของธนาคารจำเลยที่ 2 เอกสารหมาย จ.4 และ จ.5 ยังคงมีผลบังคับตามเงื่อนไขบังคับแห่งสัญญาซื้อขายกระเทียมซึ่งจำเลยที่ 2 ยอมเข้าค้ำประกันผูกพันตนไว้ หนี้ตามหนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารจำเลยที่ 2 เอกสารหมาย จ.4 และ จ.5 จึงยังไม่ระงับ โจทก์ชอบที่จะบังคับเอาจากจำเลยที่ 2 ตามสัญญาค้ำประกันดังกล่าว แม้จำเลยที่ 2 จะอ้างว่ารับคืนสัญญาค้ำประกันนั้นจากจำเลยที่ 1 โดยสุจริตก็หาใช่เหตุที่จะทำให้จำเลยที่ 2 หลุดพ้นความรับผิดไม่ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า เอกสารแห่งหนี้ตามสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.4 และ จ.5 ได้เวนคืนมายังจำเลยที่ 2 แล้วจึงต้องด้วยข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่าหนี้นั้นเป็นอันระงับสิ้นไปแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 327 วรรคสาม

จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ นั้น เห็นว่า ข้อสันนิษฐานตามบทบัญญัติมาตราดังกล่าวมิใช่ข้อสันนิษฐานเด็ดขาด หากปรากฏข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่น ก็ย่อมฟังตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏนั้นได้ เมื่อโจทก์นำสืบข้อเท็จจริงฟังได้ว่า หนี้ตามหนังสือสัญญาค้ำประกันดังกล่าวยังไม่ระงับไปดังได้วินิจฉัยมาแล้ว กรณีจึงไม่ต้องด้วยบทข้อสันนิษฐานแห่งกฎหมายมาตราดังกล่าวดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกาจำเลยที่ 2 จึงยังต้องรับผิดต่อโจทก์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลิต ประไพศาล · อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้