Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2107/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่จำเลยร่วมอุทธรณ์ว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีขายห้องชุด 114 ห้อง โดยแยกขายทีละห้องไปเป็นเหตุให้ราคาที่ได้จากการขายทอดตลาดต่ำเกินสมควรและผู้เกี่ยวข้องในการเข้าสู้ราคาคบคิดกันฉ้อฉลนั้น เป็นกรณีที่อ้างว่า ราคาที่ได้การขายทอดตลาดทรัพย์สินมีจำนวนต่ำเกินสมควรเกิดจากการคบคิดกันฉ้อฉลในระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องในการสู้ราคาหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของเจ้าพนักงานบังคับคดีในการปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 309 ทวิ วรรคสอง ซึ่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้มีคำสั่งยกคำร้องแล้ว คำสั่งดังกล่าวย่อมถึงที่สุดตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทางทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 309 ทวิ วรรคสี่ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่รับวินิจฉัย ไม่มีบทกฎหมายใดกำหนดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีคำนวณยอดหนี้ที่จำเลยร่วมค้างชำระแก่จำเลย ทั้งการขายทอดตลาดนัดที่ 1 ห่างจากวันที่จำเลยร่วมยื่นคำร้องขอต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีถึง 2 เดือนเศษ อยู่ในวิสัยที่จำเลยร่วมจะดำเนินการด้วยตนเองเพื่อทราบจำนวนหนี้ค้างชำระและวางเงินชำระหนี้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ ข้อเท็จจริงยังถือไม่ได้ว่า เหตุที่ทำให้ต้องมีการขายทอดตลาดทรัพย์สินพิพาทนั้นเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่โดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของเจ้าพนักงานบังคับคดี

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 295 ป.วิ.พ. มาตรา 309 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ หลังจากนั้นให้จำเลยร่วมชำระเงินแก่จำเลย ต่อมาจำเลยร่วมไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา จำเลยขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดียึดห้องชุดจำนวน 114 ห้อง และขายทอดตลาดไปในนัดที่ 2 จำนวน 18 ห้อง และนัดที่ 3 จำนวน 59 ห้อง ดังที่ปรากฏในรายงานของเจ้าพนักงานบังคับคดีฉบับลงวันที่ 3 เมษายน 2552 และฉบับลงวันที่ 22 เมษายน 2552 จำเลยร่วมยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดนัดที่ 2 และที่ 3 และงดการขายทอดตลาดนัดที่ 4 จำเลยยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองห้องชุดในอาคารชุดเพรสิเดนท์

พาร์ค พาร์ควิว ทาวเวอร์ อาคาร 1, 2, 3 และ 5 จำนวน 107 ห้อง และอาคารชุดเพรสิเดนท์ พาร์ค ฮาร์เบอร์วิว มะฮอกกานี ทาวเวอร์ จำนวน 7 ห้อง รวมทั้งสิ้นจำนวน 114 ห้อง เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประเมินราคาห้องชุดเป็นเงินทั้งสิ้น 518,439,400 บาท ซึ่งจำเลยร่วมมิได้คัดค้านราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีหรือวิธีการขายทอดตลาดแต่อย่างใด การขายทอดตลาดโดยแยกเป็นรายห้องแบบปลอดจำนองนับเป็นประโยชน์แก่คู่ความทุกฝ่าย ทำให้มีผู้เข้ามาสู้ราคาจำนวนมากขึ้นและยังให้การบังคับคดีเป็นไปโดยไม่ชักช้า เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สินจำนวน 4 นัด ในการขายทอดตลาดตั้งแต่นัดที่ 1 ถึงนัดที่ 3 เมื่อมีผู้รับราคาเริ่มต้นของเจ้าพนักงานบังคับคดี และมีผู้เสนอราคาสูงสุดแล้ว

เมื่อจำเลยและจำเลยร่วมคัดค้านราคา เจ้าพนักงานบังคับคดีจะมีคำสั่งให้เลื่อนการขายทอดตลาดออกไป โดยให้ผู้เสนอราคาสูงสุดต้องผูกพันกับการเสนอราคาเป็นระยะเวลา 30 วัน พร้อมกำชับให้ผู้คัดค้านหาผู้เข้าสู้ราคาให้ได้ตามที่ต้องการ มิฉะนั้นจะไม่ฟังคำคัดค้านราคาอีก ซึ่งเมื่อวันนัดขายทอดตลาดในครั้งต่อมา จำเลยร่วมมิได้หาผู้ใดมาเข้าสู้ราคา เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงขานราคานับสามพร้อมเคาะไม้ขายให้กับผู้เสนอราคาสูงสุดไป เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทของจำเลยร่วมโดยกำหนดวิธีการขายและเงื่อนไขการเข้าสู้ราคาตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบของกรมบังคับคดีแล้ว มิได้มีพฤติการณ์ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงแต่อย่างใด จำเลยร่วมยื่นคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดนัดที่ 2 ซึ่งมีขึ้นในวันที่ 3 เมษายน 2552 อันเป็นระยะเวลาเกินกว่า 15 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 309 ทวิ ประกอบมาตรา 296

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยร่วมอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อที่จำเลยร่วมอุทธรณ์ว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดให้มีการขายห้องชุดจำนวน 114 ห้อง โดยการแยกขายทีละห้องต่อเนื่องกันไป เป็นเหตุให้ราคาที่ได้จากการขายทอดตลาดต่ำเกินสมควรและผู้เกี่ยวข้องในการเข้าสู้ราคาคบคิดกันฉ้อฉล เห็นว่า คำร้องของจำเลยร่วมเป็นกรณีที่อ้างว่า ราคาที่ได้การขายทอดตลาดทรัพย์สินมีจำนวนต่ำเกินสมควรเกิดจากการคบคิดกันฉ้อฉลในระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องในการสู้ราคาหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของเจ้าพนักงานบังคับคดีในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ วรรคสอง ซึ่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งยกคำร้องแล้ว คำสั่งดังกล่าวย่อมถึงที่สุดตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ วรรคสี่ ดังนั้น ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางรับอุทธรณ์ของจำเลยร่วมในข้อนี้มา จึงเป็นการมิชอบ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่รับวินิจฉัย มีปัญหาวินิจฉัยของจำเลยร่วมอุทธรณ์ว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีมิได้คำนวณจำนวนหนี้ที่จำเลยร่วมค้างชำระแก่จำเลยตามที่จำเลยร่วมร้องขอ เพื่อที่จำเลยร่วมจะได้วางเงินจำนวนดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา และให้มีการถอนการบังคับคดีตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 295 (1) แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีกลับไม่ดำเนินการใด ๆ เป็นเหตุให้ต้องมีการขายทอดตลาดทรัพย์พิพาท เห็นว่า ไม่มีบทกฎหมายใดกำหนดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีคำนวณยอดหนี้ที่จำเลยร่วมค้างชำระแก่จำเลย ทั้งได้ความว่าแม้ว่าจำเลยร่วมจะไม่ได้รับแจ้งจำนวนยอดหนี้ค้างชำระจากเจ้าพนักงานบังคับคดีก่อนมีการขายทอดตลาด แต่การขายทอดตลาดนัดที่ 1 ห่างจากวันที่จำเลยร่วมยื่นคำร้องขอต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีถึง 2 เดือนเศษ จำเลยร่วมจึงอยู่ในวิสัยที่จะดำเนินการด้วยตนเอง เพื่อทราบถึงจำนวนยอดหนี้ค้างชำระและวางเงินที่เพียงพอเพื่อการชำระหนี้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ หากจำเลยร่วมมีความประสงค์ที่แท้จริงที่จะดำเนินการ ข้อเท็จจริงจึงยังถือไม่ได้ว่า

เหตุที่ทำให้ต้องมีการขายทอดตลาดทรัพย์สินพิพาทเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่โดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังที่จำเลยร่วมกล่าวอ้าง ถือไม่ได้ว่ากรณีมีการบังคับคดีฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมายแต่อย่างใด ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งยกคำร้องมาชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยร่วมข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไมตรี ศรีอรุณ · อร่าม เสนามนตรี · สมควร วิเชียรวรรณ
ศาลล่าง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายสุรพล คงลาภ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ทก.(ค)291/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
กค468/2542
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
กค52/2544
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3001/2568

การที่โจทก์อยู่ในที่ดินพิพาทเป็นเวลา 3 ปี โดยอาศัยสิทธิคำพิพากษาตามยอมและข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความจนสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2564 แล้วโจทก์ทำสัญญาเช่าฉบับใหม่กับผู้ร้องสอดทั้งสองซึ่งเป็นผู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 928/2568

สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยระบุเพียงว่าโจทก์ตกลงจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 14535 ตามแผนที่พิพาทท้ายสัญญาประนีประนอมยอมความที่อยู่ทิศเหนือเส้นสีน้ำเงินให้แก่จำเลย โดยจำเลยต้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 618/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่า บริษัท อ. ผู้เสียหายที่ 1 เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า บริษัทดังกล่าวจึงเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้า และความผิดฐานจำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2081/2567

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ผู้คัดค้านชำระหนี้ค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระเพื่อการออกหนังสือรับรองการปลอดหนี้อันได้แก่ ค่าใช้จ่ายส่วนกลางและเงินเพิ่ม ตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 18 วรรคสอง จากเงินที่ผู้คัดค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1072/2567

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ซึ่งเป็นคำร้องที่ยื่นตาม ป.พ.พ. มาตรา 295 วรรคสอง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องวางเงิน 1,000,000 บาท เพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนซึ่งถือเป็นการสั่งตาม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้