Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2109/2560

พ.ศ. 2560 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้สถานบริการของโจทก์ไม่ได้จัดให้มีเวทีหรือพื้นที่สำหรับเต้นรำ แต่ลักษณะสถานประกอบกิจการของโจทก์แสดงให้เห็นได้ว่า โจทก์ใช้สถานที่ในการให้บริการจำหน่ายสุรา เครื่องดื่มและจัดให้มีการแสดงดนตรีหรือใช้เครื่องเสียงหรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง โดยมีเจตนาให้มีการดื่มกินและเต้นรำกันเพื่อความสนุกสนานในเวลากลางคืนมากกว่าการไปรับประทานอาหารตามปกติของบุคคลทั่วไป อันมีลักษณะเป็นการประกอบกิจการในด้านบันเทิงหรือหย่อนใจต่าง ๆ ในสถานบริการเพื่อหารายได้เป็นธุรกิจ และเป็นการให้บริการที่ไม่มีความจำเป็นต่อการครองชีพของประชาชน ทั้ง พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 ตอนที่ 9 กำหนดเพียงลักษณะของบริการที่อยู่ในความหมายของกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ โดยกำหนดให้จัดเก็บภาษีจากรายรับของสถานที่สำหรับดื่มกินและเต้นรำจัดให้มีการแสดงดนตรี หรือใช้เครื่องเสียงหรือแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิงเท่านั้น มิได้กำหนดว่ากิจการบันเทิงหรือหย่อนใจนั้นต้องมีพื้นที่สำหรับเต้นรำ และมิได้กำหนดประเภทของสถานบริการและนิยามคำว่า "เต้น" กับ "เต้นรำ" ดังเช่น พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 ประกอบกับ พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สถานบริการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2525 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 3 (4) มีเจตนารมณ์เพื่อลดความยุ่งยากให้แก่ผู้ประกอบอาชีพสุจริตและรัฐบาลต้องการส่งเสริมให้เยาวชนตื่นตัวสนใจศิลปะที่ละเอียดอ่อน และเพื่อให้การแสดงดนตรีกระทำได้โดยสะดวก แต่ทางราชการยังสามารถควบคุมได้ ไม่ได้มีผลเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตตามกฎหมายแต่อย่างใด โจทก์จะนำนิยามศัพท์คำว่า "สถานบริการ" ตาม พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สถานบริการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2546 มาพิจารณาหาได้ไม่ เนื่องจากกฎหมายทั้งสองฉบับเป็นกฎหมายที่ต่างประเภทกัน และมีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน สถานประกอบกิจการของโจทก์จึงเข้าลักษณะเป็นการประกอบกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจต่าง ๆ ในสถานบริการเพื่อหารายได้เป็นธุรกิจ ประเภทที่ 09.01 ลักษณะเช่นเดียวกับไนท์คลับและดิสโกเธค ตาม พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2546

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือที่ กค.0606/171 การประเมินภาษีสรรพสามิตจำนวน 3,688,885.47 บาท ลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2553 และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์คำคัดค้านการประเมินภาษีสรรพสามิตของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่ 2/2555 ลงวันที่ 30 กันยายน 2555

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนด ค่าทนายความ 10,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันฟังว่า โจทก์ได้รับอนุญาตให้ตั้งสถานบริการตามมาตรา 3 (4) แห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 ใช้ชื่อว่า "ตะวันแดงสาดแสงเดือน" ต่อมาโจทก์แจ้งต่อสรรพสามิตพื้นที่อุบลราชธานีว่า ปิดกิจการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2549 และคาดว่าจะเปิดให้บริการวันที่ 15 เมษายน 2549 พร้อมทั้งขอเปลี่ยนชื่อสถานบริการว่า "ตะวันแดงสาดแสงเดือน (มหาชน) อุบลราชธานี" จำเลยมีหนังสือแจ้งคำสั่งเตือนให้โจทก์ยื่นแบบรายการภาษี ชำระภาษีสรรพสามิตและส่งเอกสารเพิ่ม กรณีขอใบอนุญาตขายสุราและยาสูบประเภทที่ 3 โจทก์มีหนังสือแจ้งยกเลิกหรือไม่ยื่นจดทะเบียนสรรพสามิตต่อจำเลยว่า

โจทก์มิได้เป็นสถานบริการตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 3 (1) ที่ต้องชำระภาษีสรรพสามิต จำเลยมีหนังสือที่ กค. 0606.0801/164 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2551 แจ้งเตือนให้ยื่นแบบรายการครั้งที่ 2 โจทก์ไม่ปฏิบัติตาม เจ้าพนักงานของจำเลยจึงประเมินภาษีสรรพสามิตว่า สถานบริการของโจทก์จัดให้มีการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มไว้บริการลูกค้าเพื่อหารายได้เป็นธุรกิจ จัดให้มีการแสดงดนตรีหรือใช้เครื่องเสียงหรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง มีเจตนาหรือยินยอมให้มีการดื่มกินและเต้นรำกันเป็นปกติวิสัย มีลักษณะเป็นสถานบริการตามพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 ตอนที่ 9 กิจการบันเทิงและหย่อนใจ ประเภท 09.01 ไนท์คลับและดิสโกเธค

โจทก์มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีพร้อมชำระภาษีสรรพสามิตตั้งแต่ปี 2550 ถึงปี 2551 เป็นเงินภาษีสรรพสามิต เบี้ยปรับ และภาษีเก็บเพิ่มเพื่อมหาดไทย 3,277,155.52 บาท โจทก์อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์ไม่เห็นด้วยจึงฟ้องเป็นคดีนี้

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า การประเมินของเจ้าพนักงานและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์ประกอบกิจการสถานบริการโดยมิได้มีเจตนาให้มีการเต้นรำ จัดพื้นที่ให้เต้นรำ หรือพื้นที่ในลักษณะเดียวกัน แต่เป็นการแสดงออกของผู้ใช้บริการเอง โจทก์ประกอบกิจการสถานบริการตามมาตรา 3 (4) แห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มิได้เป็นสถานบริการประเภทไนท์คลับและดิสโกเธค มิใช่สถานบริการที่มีสถานที่เต้นรำตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 3 (1) ประกอบพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 ประเภทที่ 09.01 แต่อย่างใด และตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ได้กำหนดหลักเกณฑ์แยกสถานบริการประเภทไนท์คลับและดิสโกเธคไว้ในมาตรา 3 (1) ต่างหากชัดเจน และการเต้นหรือยินยอมให้เต้นในสถานบริการตามมาตรา 3 (4) มิใช่การเต้นรำตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 3 (1) นั้น

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นว่า พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2546 กำหนดรายการที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต ตอนที่ 9 "กิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ" หมายความว่า การประกอบกิจการในด้านบันเทิงหรือหย่อนใจต่างๆ ในสถานบริการเพื่อหารายได้เป็นธุรกิจ เช่น สถานมหรสพ สถานที่ฉายภาพยนตร์ ไนท์คลับ คาบาเรต์ ดิสโกเธค เป็นต้น โดยกิจการไนท์คลับและดิสโกเธค จัดอยู่ประเภทที่ 09.01 กำหนดให้เสียภาษีร้อยละ 20 และประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องลดอัตราและยกเว้นภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 68) ลงวันที่ 28 มกราคม 2546 ได้ลดอัตราสำหรับบริการไนท์คลับและดิสโกเธคกำหนดให้จัดเก็บจากรายรับของสถานที่สำหรับดื่มกินและเต้นรำ โดยจัดให้มีการแสดงดนตรีหรือใช้เครื่องเสียง หรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิงในอัตรามูลค่าร้อยละ 10 แต่ไม่ได้ให้นิยามศัพท์คำว่า

"ไนท์คลับ" และ "ดิสโกเธค" ไว้ จึงต้องหาความหมายจากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ซึ่งให้นิยามคำว่า "ไนต์คลับ" หมายถึง สถานเริงรมย์ที่เปิดเวลากลางคืน มีดนตรี มีการแสดง และขายอาหารกับเครื่องดื่มด้วย แต่พจนานุกรมฉบับดังกล่าวไม่ได้นิยามคำว่า "ดิสโกเธค" ไว้ เมื่อข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบฟังได้ตามคำฟ้องโจทก์ว่า สถานบริการของโจทก์เป็นอาคารชั้นเดียว ภายในอาคารจัดให้มีเวทีสำหรับการแสดงดนตรี แสง สี เสียงประกอบ ต่อจากหน้าเวทีดนตรีจะเป็นที่สำหรับตั้งโต๊ะอาหารและเก้าอี้สำหรับให้ผู้มาใช้บริการ ไม่มีลานหรือพื้นที่สำหรับเต้นรำ มีบริการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มทั้งที่มีแอลกอฮอล์ และไม่มีแอลกอฮอล์ ผู้มาใช้บริการจะสนุกสนานกับเสียงเพลง หรือมีการเต้นข้างโต๊ะอาหารขึ้นอยู่กับอัธยาศัยของผู้ใช้บริการและจำเลยมีนางสาวอุลัยวัน

เจ้าพนักงานผู้พิจารณาคำคัดค้านการประเมินภาษี มาเบิกความว่า สถานบริการของโจทก์เป็นสถานบริการด้านบันเทิงหรือหย่อนใจต่าง ๆ มีการจำหน่ายสุรา อาหารเครื่องดื่ม โดยจัดให้มีการแสดงดนตรีหรือใช้เครื่องเสียง และมีการเต้นรำหรือเต้นหรือยอมให้มีการเต้นกัน แม้ไม่จัดที่เต้นรำไว้ชัดแจ้ง แต่ก็ปรากฏว่ามีการเต้นรำกันเป็นปกติวิสัยในสถานบริการของโจทก์ โดยจำเลยมีนายอนุวัฒน์กับนายเดชา เบิกความทำนองเดียวกันว่า สถานบริการของโจทก์มีการจำหน่ายสุรา อาหารเครื่องดื่ม และมีการแสดงดนตรี ผู้ใช้บริการออกมาเต้นได้บริเวณโต๊ะที่นั่งและพื้นที่ว่างทั่วไป และมีการเปิดไฟสีต่าง ๆ กระพริบในขณะเดียวกัน บรรยากาศมิใช่ร้านอาหารที่ลูกค้ามุ่งเข้าไปเพื่อรับประทานอาหารและฟังดนตรีอย่างเดียว แต่มีบรรยากาศเช่นเดียวกับสถานบันเทิงดิสโกเธคที่ลูกค้าต้องการเข้ามาดื่มและเต้นตามจังหวะเพลง

ดังนี้ แม้สถานบริการของโจทก์ไม่ได้จัดให้มีเวทีหรือพื้นที่สำหรับเต้นรำ แต่ลักษณะสถานประกอบกิจการของโจทก์แสดงให้เห็นได้ว่า โจทก์ใช้สถานที่ในการให้บริการจำหน่ายสุรา เครื่องดื่ม และจัดให้มีการแสดงดนตรีหรือใช้เครื่องเสียงหรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง โดยมีเจตนาให้มีการดื่มกินและเต้นรำกันเพื่อความสนุกสนานในเวลากลางคืนมากกว่าการไปรับประทานอาหารตามปกติของบุคคลทั่วไป อันมีลักษณะเป็นการประกอบกิจการในด้านบันเทิงหรือหย่อนใจต่างๆ ในสถานบริการเพื่อหารายได้เป็นธุรกิจ และเป็นการให้บริการที่ไม่มีความจำเป็นต่อการครองชีพของประชาชน อีกทั้งพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 ตอนที่ 9 กำหนดเพียงลักษณะของบริการที่อยู่ในความหมายของกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ โดยกำหนด ให้จัดเก็บภาษีจากรายรับของสถานที่สำหรับดื่มกินและเต้นรำจัดให้มีการแสดงดนตรี หรือใช้เครื่องเสียงหรือแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิงเท่านั้น

มิได้กำหนดว่ากิจการบันเทิงหรือหย่อนใจนั้นต้องมีพื้นที่สำหรับเต้นรำ และมิได้กำหนดประเภทของสถานบริการและนิยามคำว่า "เต้น" กับ "เต้นรำ" ดังเช่นพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 ประกอบกับพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถานบริการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2525 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 3 (4) มีเจตนารมณ์เพื่อลดความยุ่งยากให้แก่ผู้ประกอบอาชีพสุจริต และรัฐบาลต้องการส่งเสริมให้เยาวชนตื่นตัวสนใจศิลปะที่ละเอียดอ่อน แต่ทางราชการยังสามารถควบคุมได้ ไม่ได้มีผลเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตตามกฎหมายแต่อย่างใด โจทก์จะนำนิยามศัพท์คำว่า "สถานบริการ" ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถานบริการ (ฉบับที่ 4)

พ.ศ.2546 มาพิจารณาดังที่โจทก์อุทธรณ์หาได้ไม่ เนื่องจากกฎหมายทั้งสองฉบับเป็นกฎหมายที่ต่างประเภทกัน และมีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน สถานประกอบกิจการของโจทก์จึงเข้าลักษณะเป็นการประกอบกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจต่าง ๆ ในสถานบริการเพื่อหารายได้เป็นธุรกิจประเภทที่ 09.01 ลักษณะเช่นเดียวกับไนท์คลับและดิสโกเธค ตามพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2546 การที่โจทก์กล่าวอ้างว่า สถานบริการของโจทก์เป็นสถานบริการตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 3 (4) ซึ่งสถานบริการประเภทนี้มีลักษณะการเต้นหรือยอมให้มีการเต้นหรือจัดให้มีการเต้น และไม่มีพื้นที่สำหรับเต้นรำหรือลีลาศแตกต่างจากสถานบริการตามมาตรา 3 (1)

โจทก์จึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีสรรพสามิตจึงฟังไม่ขึ้น ที่โจทก์อุทธรณ์อ้างว่า คดีนี้เทียบเคียงได้กับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2352/2552 ที่วินิจฉัยนิยามคำว่า "เต้นรำ" และ "ลีลาส" ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เมื่อสถานบริการของโจทก์ไม่มีเวทีหรือพื้นที่สำหรับเต้นรำหรือลีลาศ โจทก์จึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีสรรพสามิต นั้น คดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นคดีอาญามีประเด็นว่าจำเลยมีความผิดข้อหาจัดตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ แตกต่างจากคดีนี้ซึ่งมีประเด็นว่าโจทก์ต้องเสียภาษีสรรพสามิตตามพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 หรือไม่ อันมีประเด็นพิพาทแตกต่างกันและใช้บังคับกฎหมายคนละฉบับ อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนอุทธรณ์ของโจทก์ในข้ออื่นไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นพ้องด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ภาภูมิ สรอัฑฒ์ · ไสลเกษ วัฒนพันธุ์ · อดิเทพ ถิระวัฒน์
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายกมล สุปรียสุนทร
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ภษ.31/2557
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ149/2555
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ148/2556
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกภาษีอากร
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้