Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 211/2501

พ.ศ. 2501 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จำเลยเป็นตำรวจมีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายก็ตามก็ลงโทษจำเลยฐานใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 142 ไม่ได้ ในเมื่อจำเลยสมคบกับพวกพยายามลักทรัพย์ทำให้เสียทรัพย์และลักทรัพย์เสียเอง จึงมิได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ช่วยเหลือจำเลยอื่นกระทำผิดหรือช่วยเหลือให้พ้นอาญา บทบัญญัติตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา142 เป็นกรณีเจ้าพนักงานช่วยเหลือผู้กระทำผิดมิให้ต้องรับอาญามิใช่เอาผิดแก่เจ้าพนักงานผู้กระทำผิดเสียเอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 142 ป.อ. มาตรา 200

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ เดิมจำเลยทั้ง 3 ให้การปฏิเสธฟ้อง แต่เมื่อระหว่างสืบพยานโจทก์ปากที่ 2 จำเลยทั้ง 3 กลับให้การใหม่รับสารภาพตามฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้ง 3 มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 293, 294, 325, 63, 60 ให้รวมกระทงลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 4 ปี รับลดกึ่งตามมาตรา 59 คงจำคุกคนละ 2 ปี เฉพาะจำเลยที่ 1ผิดตามมาตรา 129 ด้วยให้จำคุกในฐานนี้อีก 6 เดือน รับลดกึ่งเหลือ 3 เดือนรวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 3 เดือน มีดของกลางริบและให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ส่วนความผิดตามมาตรา 142 นั้นไม่ได้ความว่าจำเลยที่ 1 ได้ถูกใช้ให้สืบเสาะไต่สวนคดีอาญา จึงไม่มีความผิดตามมาตรานี้โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 142 ด้วยศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 129 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา

พ.ศ. 2477(ฉบับที่ 2) มาตรา 3 จำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 4 ปี 6 เดือน รับลดกึ่งคงจำคุก 2 ปี 3 เดือน นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 142ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยที่ 1 เป็นตำรวจมีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดตามกฎหมายก็ตาม ก็ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 142 ไม่ได้เพราะจำเลยที่ 1 สมคบกับพวกพยายามลักทรัพย์ ทำให้เสียทรัพย์และลักทรัพย์เสียเองจึงมิได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ช่วยเหลือจำเลยอื่นกระทำผิดหรือช่วยเหลือให้พ้นอาญา บทบัญญัติตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 142 นี้ เป็นกรณีเจ้าพนักงานช่วยเหลือผู้กระทำผิดมิให้ต้องรับอาญา มิใช่เอาผิดแก่เจ้าพนักงานผู้กระทำผิดเสียเองพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทรงนิติกรณ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ชวน สิงหลกะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3130/2556

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหาได้มีอำนาจที่จะตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐในความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม รายงานการสอบสวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติก็มิได้ชี้มู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15358/2555

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฟ้องในส่วนของจำเลยที่ 5 ถึง 8 แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ แม้จะอาศัยเหตุผลต่างกัน แต่ผลก็เท่ากับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ กรณีจึงต้องห้ามมิให้คู่ค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3509/2549

การวินิจฉัยสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องคดีของพนักงานอัยการมิใช่เป็นการวินิจฉัยว่าจำเลยมีความผิดหรือเป็นผู้บริสุทธิ์ดังเช่นกระบวนการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล แต่เป็นเพียงการวินิจฉัยมูลความผิดตามที่กล่าวหาเท่านั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 318/2549

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้สหกรณ์การเกษตร ข. ผู้เสียหาย เข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการโจทก์ แต่ในการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นอุทธรณ์นั้น เมื่อศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว ศาลชั้นต้นเพียงแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 929/2537

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 139 บัญญัติให้พนักงานสอบสวนบันทึกการสอบสวนตามหลักทั่วไปในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอันว่าด้วยการสอบสวนและให้เอาบันทึกเอกสารอื่นซึ่งได้มา อีกทั้งบันทึกและเอกส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้