Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2114/2560

พ.ศ. 2560 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน ประจำปี 2555 และปี 2556 มีการแสดงรายการทรัพย์สินที่มีเครื่องจักรอยู่ในแบบ ประกอบกับโจทก์ร้องขอให้พิจารณาใหม่ในประเด็นลดค่ารายปีตามมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 พร้อมแนบสัญญาเช่าที่ดินและอาคาร สัญญาซื้อขายเครื่องปรับอากาศ สัญญาซื้อขายอุปกรณ์ เครื่องปรับอากาศและติดตั้งอุปกรณ์ สัญญาจ้างเหมาติดตั้งระบบดับเพลิง ใบเสนอราคางานระบบไฟฟ้าและระบบเตือนภัย และงานติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงสูง โดยจำเลยที่ 2 ได้มีคำชี้ขาดในประเด็นการขอลดค่ารายปีแล้ว ถือได้ว่าโจทก์ได้ปฏิบัติตามมาตรา 33 แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง มาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 บัญญัติว่า "ถ้าเจ้าของโรงเรือนใดติดตั้งส่วนควบที่สำคัญมีลักษณะเป็นเครื่องจักรกลไก เครื่องกระทำหรือเครื่องกำเนิดสินค้าเพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรมบางอย่าง เช่น โรงสี โรงเลื่อยฯลฯ ขึ้นในโรงเรือนนั้น ๆ ในการประเมินท่านให้ลดค่ารายปีลงเหลือหนึ่งในสามของค่ารายปีของทรัพย์สินนั้น รวมทั้งส่วนควบดังกล่าวแล้วด้วย" บทบัญญัติของมาตรานี้มิได้กำหนดว่าต้องเป็นเจ้าของโรงเรือนประกอบกิจการอุตสาหกรรมเองจึงได้ลดค่ารายปีลง ดังนั้น กรณีโจทก์นำโรงเรือนให้บริษัท ฟ. เช่า ก็ไม่ทำให้โจทก์เสียสิทธิไป

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนใบแจ้งรายการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปี 2555 และปี 2556 สำหรับโรงเรือนเลขที่ 116/3 ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร และเพิกถอนคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 ตามคำชี้แจงประกอบคำชี้ขาดเล่มที่ 21 เลขที่ 6 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2557 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันคืนเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินและเงินเพิ่มของปีภาษี 2555 จำนวน 523,809.52 บาท ปีภาษี 2556 จำนวน 1,571,428.57 บาท กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน ชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อเดือน ของต้นเงินจำนวน 523,809.52 บาท และจำนวน 1,571,428.57 บาท ดังกล่าวนับแต่วันที่พ้นกำหนด 3 เดือน นับแต่คดีถึงที่สุด

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้แก้ไขใบแจ้งรายการประเมินตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ฉบับลงวันที่ 4 ธันวาคม 2556 และใบแจ้งคำชี้ขาด ฉบับลงวันที่ 31 มีนาคม 2557 โดยให้ลดค่ารายปีลง คงเหลือหนึ่งในสามสำหรับโรงเรือนเลขที่ 116/3 ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร โจทก์คงรับผิดค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินปีภาษี 2555 จำนวน 238,095.24 บาท ปีภาษี 2556 จำนวน 714,275.71 บาท จำเลยที่ 1 ต้องคืนเงินภาษีโรงเรือนและที่ดินพร้อมเงินเพิ่มปีภาษี 2555 จำนวน 523,809.52 บาท ปีภาษี 2556 จำนวน 1,571,428.57 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 2,095,238.09 บาท แก่โจทก์ภายใน 3 เดือน นับแต่วันมีคำพิพากษาถึงที่สุด

หากไม่คืนในกำหนดให้ชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 523,809.52 บาท และจำนวน 1,571,428.57 บาท นับแต่เมื่อพ้นกำหนดสามเดือน นับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันรับฟังยุติว่า โจทก์เป็นเจ้าของโรงเรือนพิพาท โจทก์ก่อสร้างโรงเรือนพิพาทให้บริษัทฟิลไทย จำกัด เช่าเพื่อผลิตก้นกรองบุหรี่เป็นเวลา 10 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2554 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 ค่าเช่าปีละ 15,000,000 บาท โจทก์เป็นผู้ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูง เครื่องทำความเย็น (AIR CHILLER) ระบบท่อทำความเย็น (AHU AIR CHILLER) ระบบปั๊มลม (AIR COMPRESSOR) ระบบดับเพลิงและสัญญาณเตือนภัย พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ประเมินค่ารายปี โดยคำนวณจากค่าเช่าในสัญญาคูณด้วยแปดหารด้วยเจ็ด ตามบันทึกของกรุงเทพมหานครที่ กท 7000/1710 ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2532 สำหรับปีภาษี 2555 โรงเรือนพิพาทควรเข้าอยู่ได้เดือนเมษายน 2554 พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ประเมินค่ารายปีเพียงเก้าเดือน แต่เก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินสี่เดือนเพราะบริษัทฟิลไทย

จำกัด เช่าโรงเรือนพิพาทตั้งแต่ 1 กันยายน 2554 คิดเป็นค่ารายปีจำนวน 12,857,142.87 บาท ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินจำนวน 714,285.71 บาท ปีภาษี 2556 ค่ารายปีจำนวน 17,142,857.14 บาท ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินจำนวน 2,142,857.14 บาท โจทก์ชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินพร้อมเงินเพิ่มให้แก่จำเลยที่ 1 ครบถ้วนแล้ว โดยปีภาษี 2555 ชำระไปจำนวน 785,714.28 บาท ปีภาษี 2556 ชำระไป 2,357,142.71 บาท โจทก์ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินใหม่อ้างว่า โจทก์ติดตั้งส่วนควบพิพาทที่สำคัญในโรงเรือนเพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรมตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ขอลดค่ารายปีลงเหลือหนึ่งในสามของค่ารายปีตามการประเมิน ตามคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินและหนังสืออุทธรณ์การประเมิน จำเลยที่ 2 มีคำชี้ขาดยกคำร้องของโจทก์กับยืนตามการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ตามใบแจ้งคำชี้ขาดและคำชี้แจงประกอบคำชี้ขาด

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า ตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 บัญญัติว่า "การขอยกเว้น ขอให้ปลดภาษีหรือขอให้ลดภาษีตามความในภาค 1 และภาค 2 นั้น ผู้รับประเมินต้องเขียนลงในแบบพิมพ์ที่ยื่นต่อกรมการอำเภอทุก ๆ ปี พร้อมด้วยพยานหลักฐานที่จะสนับสนุน เพื่อว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะได้สามารถสอบสวนให้แน่นอนโดยการไต่สวน หรือวิธีอื่นว่าคำร้องขอนั้นมีมูลดีและควรจะให้ยกเว้นหรือปลดหรือลดภาษีเพียงใดหรือไม่" และมาตรา 34 บัญญัติว่า "ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งยกคำขอยกเว้นหรือคำขอให้ปลดภาษีหรือลดค่าภาษีก็ให้แจ้งคำชี้ขาดไปยังผู้รับประเมิน และผู้รับประเมินมีสิทธิเช่นเดียวกับในเรื่องที่ได้บ่งไว้ในหมวดนี้ว่าด้วยการประเมิน"

ดังนั้น กรณีโจทก์ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด.2) ประจำปีภาษี 2555 และปี 2556 ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 โดยมิได้ยื่นคำร้องขอให้ลดค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินและไม่ได้สำแดงค่าของส่วนควบที่สำคัญอันมีลักษณะเป็นเครื่องจักรกลไก เครื่องกระทำหรือเครื่องกำเนิดสินค้าเพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรมไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 เพื่อให้พิจารณาว่าควรจะลดค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับโรงเรือนพิพาทเพียงใดหรือไม่ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ยังมิได้สอบสวนว่าโรงเรือนพิพาทนั้นจะได้รับการลดค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินหรือไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิยกปัญหาว่าโรงเรือนพิพาทได้รับการลดค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินในปีภาษีพิพาทหรือไม่ รวมทั้งไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องศาลเพื่อโต้แย้งว่าโรงเรือนพิพาทได้รับการลดค่าภาษีลงได้ ทั้งนี้ตามมาตรา 34 ประกอบมาตรา 25 มาตรา 26 และมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 นั้น

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นว่า เมื่อพิจารณาตามแบบแจ้งรายการเพื่อเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด. 2) ประจำปี 2555 และปี 2556 พอจะเห็นได้ว่ามีการแสดงรายการทรัพย์สินที่มีเครื่องจักรอยู่ในแบบ ประกอบกับในชั้นขอพิจารณาการประเมินใหม่ โจทก์ได้ร้องขอให้พิจารณาใหม่ในประเด็นลดค่ารายปีตาม มาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 พร้อมแนบสัญญาเช่าที่ดินและอาคาร สัญญาซื้อขายเครื่องปรับอากาศ สัญญาซื้อขายอุปกรณ์ เครื่องปรับอากาศและติดตั้งอุปกรณ์ สัญญาจ้างเหมาติดตั้งระบบดับเพลิง ใบเสนอราคางานระบบไฟฟ้าและระบบเตือนภัย และงานติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงสูง โดยจำเลยที่ 2 ได้มีคำชี้ขาดในประเด็นการขอลดค่ารายปีแล้ว จึงพอถือได้ว่าโจทก์ได้ปฏิบัติตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองประการต่อไปว่า กรณีโรงเรือนของโจทก์ต้องด้วยมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ซึ่งจะได้ลดค่ารายปีลงเหลือหนึ่งในสามของทรัพย์สินนั้นรวมทั้งส่วนควบดังกล่าวด้วยหรือไม่

ที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า ระบบต่าง ๆ ได้แก่ หม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูง เครื่องทำความเย็น (AIR CHILLER) ระบบท่อทำความเย็น (AHU AIR CHILLER) ระบบปั๊มลม (AIR COMPRESSER) ระบบดับเพลิง และสัญญาณเตือนภัย แม้จะติดตั้งเป็นส่วนควบของโรงเรือนพิพาท และใช้เพื่อควบคุมการทำงานของเครื่องจักรผลิตก้นกรองบุหรี่ของบริษัทฟิลไทย จำกัด ตามที่โจทก์กล่าวอ้างก็ตาม แต่ก็มิใช่ส่วนควบสำคัญอันมีลักษณะเป็นเครื่องจักรกลไกเครื่องกระทำหรือเครื่องกำเนิดสินค้าเพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรมการผลิตก้นกรองบุหรี่โดยตรง แต่เป็นเพียงอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่ออำนวยความสะดวกหรือเพื่อประโยชน์ในการใช้โรงเรือนพิพาทรองรับการดำเนินการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามคุณสมบัติของสินค้าที่ต้องผลิตในโรงงานลักษณะปิด

บริษัทฟิลไทย จำกัด เพียงแต่นำเครื่องผลิตก้นกรองบุหรี่มาวางไว้ในโรงเรือนนั้น ก็เป็นกรณีสัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับบริษัทฟิลไทย จำกัด ให้สอดคล้องกับการผลิตที่แท้จริงของเครื่องจักรผลิตก้นกรองบุหรี่เท่านั้น ในปัญหานี้ บทบัญญัติมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มีเจตนารมณ์ส่งเสริมสนับสนุนการติดตั้งส่วนควบที่สำคัญที่มีลักษณะเป็นเครื่องจักรกลไก เครื่องกระทำหรือเครื่องกำเนิดสินค้าเพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรมบางอย่าง โดยตัวบทกฎหมายได้ยกตัวอย่าง เช่น โรงสี โรงเลื่อยฯลฯ ขึ้นในโรงเรือนนั้น ๆ ในการประเมินท่านให้ลดค่ารายปีลงเหลือหนึ่งในสามของค่ารายปีของทรัพย์สินนั้น รวมทั้งส่วนควบดังกล่าวแล้วด้วย

โจทก์มีนางสาวดวงใจ กรรมการผู้จัดการโจทก์เบิกความว่า โจทก์ก่อสร้างโรงเรือนพิพาทตามความต้องการของบริษัทฟิลไทย จำกัด โดยโจทก์ต้องติดตั้งอุปกรณ์ทำความเย็นเพื่อควบคุมอุณหภูมิที่ 27 องศาเซลเซียส สร้างระบบท่อสำหรับแอร์คอมเพรสเซอร์ ไอน้ำ และสารเคมีที่ส่งไปในแต่ละเครื่องจักรตามสัญญาก่อสร้างอาคารและภาพถ่ายอุปกรณ์ส่วนควบต่าง ๆ และมีนายสมชาย ผู้จัดการฝ่ายวิศกรรมของบริษัทฟิลไทย จำกัด เบิกความสนับสนุนว่า อุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ในโรงเรือนที่มีความจำเป็นในการผลิตก้นกรองบุหรี่ได้แก่ ระบบเครื่องจักรใช้ในการผลิตจำนวน 40 ตัว ระบบแสงสว่าง ระบบแอร์คอมเพรสเซอร์หรือปั๊มลมมี 3 เครื่อง ทำหน้าที่ผลิตลมที่มีความดันสูงเพื่อส่งให้เครื่องจักรทุกเครื่องที่ใช้ในการผลิต

เนื่องจากเครื่องจักรต้องใช้แรงลมที่มีความดันสูงเพื่อควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ เครื่องทำความเย็นหรือระบบ AIR CHILLER มี 2 เครื่อง ซึ่งมีอุปกรณ์คือ คอมเพรสเซอร์ทำหน้าที่ผลิตน้ำเย็นแล้วส่งไปตามท่อหุ้มฉนวนให้กับตัว AHU (คอยล์เย็น) จำนวน 18 จุด ที่กระจายตามจุดต่าง ๆ ที่เครื่องจักรทำการผลิต โดยเป่าลมเย็นออกมาให้ได้อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส แล้วน้ำก็จะนำอุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งกลับไปเข้าเครื่องคอมเพรสเซอร์เพื่อทำความเย็นใหม่อีกครั้งหนึ่ง มีหอทำความเย็นหรือ COOLING TOWER ทำหน้าที่ระบายความร้อนให้กับชุดคอยล์ร้อน หากอุณหภูมิไม่ได้ตามที่กำหนดจะทำให้ความหนาแน่นของก้นกรองบุหรี่เปลี่ยนแปลงไป ไม่สามารถผลิตก้นกรองบุหรี่ได้

นอกจากนี้ยังมีระบบอื่น ๆ เช่น BOILER ที่ผลิตไอน้ำส่งให้กับเครื่องจักรในการผลิตโดยระบบทั้งหมดต้องใช้พลังไฟแรงสูงและหม้อแปลงไฟฟ้าจำนวน 2 ตัว เพื่อจ่ายไฟให้แก่ระบบต่าง ๆ ทั้งนางสาวดวงใจและนายสมชายเบิกความประกอบภาพถ่ายอุปกรณ์ส่วนควบต่าง ๆ ในโรงเรือนให้เห็นได้ว่าติดตั้งส่วนควบที่มีลักษณะเป็นเครื่องจักรกลไก เครื่องกระทำหรือเครื่องกำเนิดสินค้าเพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรมผลิตก้นกรองบุหรี่ขึ้นในโรงเรือนนั้น ๆ ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองถามค้านให้เห็นเป็นอื่น กรณีคำเบิกความดังกล่าวเข้าลักษณะให้ลดค่ารายปีลงเหลือหนึ่งในสามของค่ารายปีของทรัพย์สินนั้นแล้ว ส่วนจำเลยทั้งสองมีนายวิชาและนายธีระเดช พนักงานงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 เบิกความทำนองเดียวกันว่า

เครื่องจักรกลที่ใช้ผลิตก้นกรองบุหรี่มีลักษณะคล้ายแท่นพิมพ์จัดวางไว้ที่พื้นอาคาร สำหรับหม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูง ชุดควบคุมการจ่ายกระแสไฟฟ้า เครื่องทำความเย็น ระบบทำความเย็น ปั๊มลม ระบบดับเพลิงและสัญญาณเตือนภัย ติดตั้งรอบเครื่องจักรที่วางบนพื้นอาคารกับติดตั้งไว้กับตัวอาคาร ไม่ได้มีลักษณะเป็นส่วนควบที่สำคัญเป็นเครื่องจักรกลไก เครื่องกระทำหรือเครื่องกำเนิดสินค้าเพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรม หากแต่ติดตั้งเพื่ออำนวยความสะดวกหรือเพื่อประโยชน์ในการใช้อาคาร เห็นว่า พยานจำเลยทั้งสองเบิกความตามความรู้สึกของพยานเอง โดยไม่สามารถอธิบายถึงขั้นตอนการทำงานผลิตเพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรมและความสำคัญของอุปกรณ์ที่สัมพันธ์ต่อการทำงานเครื่องผลิตก้นกรองบุหรี่

พยานหลักฐานของจำเลยทั้งสองมีเพียงคำเบิกความของนายวิชาและนายธีระเดช ไม่มีหลักการทางวิชาการมาหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของจำเลยทั้งสอง ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โรงเรือนพิพาทติดตั้งส่วนควบที่สำคัญมีลักษณะเป็นเครื่องจักรกลไกเพื่อใช้ในการดำเนินอุตสาหกรรมตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 แล้ว ที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อไปว่า โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด.2) ปีภาษีพิพาทต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 โดยไม่ได้สำแดงค่าของเครื่องจักรหรือค่าเช่าเครื่องจักรที่ใช้ดำเนินการอุตสาหกรรมไว้ในแบบแสดงรายการนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 จึงประเมินค่ารายปีเฉพาะตัวอาคารโรงเรือนพิพาทเท่านั้น

มิได้ประเมินค่าของเครื่องจักรรวมอยู่ในค่ารายปีด้วย โจทก์ยื่นแบบโดยไม่ได้ระบุว่าโรงเรือนติดตั้งส่วนควบที่สำคัญมีลักษณะเป็นเครื่องจักรกลไกเพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรม พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 จึงไม่อาจกำหนดค่ารายปีของเครื่องจักรกลไกด้วยได้ จึงมิใช่กรณีจะลดค่ารายปีลงเหลือหนึ่งในสามตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ทั้งอัตราค่าเช่าโรงเรือนพิพาทมีทั้งการเช่าโรงเรือนและส่วนควบรวมอยู่ด้วยในสัญญา ไม่อาจแบ่งแยกออกมาได้ จึงไม่ชอบด้วยเหตุผลและเจตนารมณ์ของมาตรา 13 นั้น เห็นว่า โจทก์เป็นเจ้าของโรงเรือนและส่วนควบที่สำคัญอันมีลักษณะเป็นเครื่องจักรกลไก หรือเครื่องกระทำหรือเครื่องกำเนิดสินค้าเพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรมบางอย่าง

ได้ให้บริษัทฟิลไทย จำกัด เช่าโรงเรือนเพื่อใช้ผลิตก้นกรองบุหรี่ โดยโจทก์คิดค่าเช่ารวมทั้งอาคารและส่วนควบ โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด.2) ตามจำนวนค่าเช่าที่โจทก์ได้รับว่า ปีภาษี 2555 มีจำนวน 5,000,000 บาท และปีภาษี 2556 มีจำนวน 15,000,000 บาท เป็นการแจ้งจำนวนเงินซึ่งทรัพย์สินของโจทก์สมควรให้เช่าได้ในปีหนึ่ง ๆ ซึ่งนายวิชาพยานจำเลยทั้งสองผู้ประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินคดีนี้ก็เบิกความว่าโรงเรือนของโจทก์เป็นกรณีทรัพย์สินให้เช่า และค่าเช่านั้นเป็นจำนวนสมควรที่จะให้เช่าได้โดยเทียบเคียงกับโรงเรือนของนายพงษ์ศักดิ์ จึงให้ถือค่าเช่าเป็นค่ารายปีตามมาตรา 8 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน

พ.ศ.2475 และประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 30 มีนาคม 2535 เห็นว่า โจทก์ได้แสดงค่ารายปีตามค่าเช่าที่ได้รับมาและพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 เห็นว่าเป็นจำนวนเงินอันสมควรจะให้เช่าได้ในปีหนึ่ง ๆ ไม่ปรากฏว่าข้อใดขัดต่อเจตนารมณ์ของมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ส่วนที่มีข้อตกลงให้บริษัทฟิลไทย จำกัด จ่ายค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินแทนโจทก์ จำเลยที่ 1 ก็สามารถนับประโยชน์อย่างอื่นที่ผู้เช่าต้องชำระเนื่องในการเช่าโรงเรือนนั้นเป็นค่ารายปีได้ ไม่ทำให้การลดค่ารายปีลงเหลือหนึ่งในสามของค่ารายปีของทรัพย์สินของโจทก์เสียสิทธิไปแต่อย่างใด และที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า กรณีโจทก์นำโรงเรือนให้บริษัทฟิลไทย

จำกัด เช่า โจทก์มิได้ผลิตก้นกรองบุหรี่จึงไม่ได้ลดค่ารายปีลงเหลือหนึ่งในสามของค่ารายปีของทรัพย์สิน นั้น เห็นว่า มาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 บัญญัติว่า "ถ้าเจ้าของโรงเรือนใดติดตั้งส่วนควบที่สำคัญมีลักษณะเป็นเครื่องจักรกลไก เครื่องกระทำหรือเครื่องกำเนิดสินค้าเพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรมบางอย่าง เช่น โรงสี โรงเลื่อยฯลฯ ขึ้นในโรงเรือนนั้น ๆ ในการประเมินท่านให้ลดค่ารายปีลงเหลือหนึ่งในสามของค่ารายปีของทรัพย์สินนั้น รวมทั้งส่วนควบดังกล่าวแล้วด้วย" บทบัญญัติของมาตรานี้มิได้กำหนดว่าต้องเป็นเจ้าของโรงเรือนประกอบกิจการอุตสาหกรรมเองจึงได้ลดค่ารายปีลง การตีความกฎหมายภาษีอากรตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองทำให้ผู้เสียภาษีอากรต้องเสียภาษีมากไปกว่าจำนวนที่กฎหมายกำหนด อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นพ้องด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ 6,000 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนธิศาสตร์ เจตน์วราพงศ์ · ไสลเกษ วัฒนพันธุ์ · อธิป จิตต์สำเริง
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นางสาวจารุนันท์ อุยานันท์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ภษ.42/2558
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ66/2557
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ293/2557
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกภาษีอากร
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้