Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2115/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยกระทำอนาจารโดยอุ้มผู้เสียหายเข้าไปในป่าแล้วกอดจูบ ผู้เสียหาย หลังจากนั้นอุ้มผู้เสียหายต่อเข้าไปอีก แล้วพยายามกระทำชำเราผู้เสียหายแม้จะมีระยะทางห่างกันถึง 20 เส้นแต่ก็เป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกันโดยความมุ่งหมายที่จะกระทำชำเราผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277,279, 80, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 3 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277, 279, 80, 91 (แก้ไขใหม่) เป็นความผิดหลายกรรมต่างวาระกันให้เรียกกระทงลงโทษ ฐานอนาจารให้จำคุก 4 ปี ฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเรา จำคุก 6 ปี รวมเป็นจำคุก 10 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า คดียังมีเหตุอันควรสงสัย สมควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้เป็นผลดีแก่จำเลย พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว โจทก์มีผู้เสียหายเป็นพยานเห็นว่า แม้เหตุจะเกิดในเวลากลางวัน แต่ตามพฤติการณ์ในคดีเห็นได้ว่าผู้เสียหายเห็นคนร้ายในระยะใกล้เป็นเวลานาน เมื่อจำเลยกับผู้เสียหายเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน และรู้จักกันมาก่อน คำเบิกความของผู้เสียหายที่ยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายจึงมีน้ำหนัก รุ่งขึ้นจากวันเกิดเหตุโจทก์มีจ่าสิบตำรวจสมพงษ์เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเป็นพยานว่านายพุฒบิดาผู้เสียหายไปแจ้งว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้ แล้วนำจ่าสิบตำรวจสมพงษ์ไปจับจำเลยโดยผู้เสียหายเป็นคนชี้ให้จับ หลังจากนั้นโจทก์มีร้อยตำรวจตรีชนะชัยเป็นพยานว่านายพุฒนางสำอางบิดามารดาของผู้เสียหายและผู้เสียหายได้นำความเรื่องนี้ไปแจ้งต่อร้อยตำรวจตรีชนะชัยให้ดำเนินคดีแก่จำเลย

ขณะมาแจ้งความจ่าสิบตำรวจสมพงษ์ได้คุมตัวจำเลยมาด้วย ข้อเท็จจริงจึงเชื่อได้ว่าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตัวจำเลยมาดำเนินคดีก็เพราะนายพุฒนำความไปแจ้งต่อจ่าสิบตำรวจสมพงษ์ แสดงว่าภายหลังเกิดเหตุเมื่อผู้เสียหายพบบิดามารดา ผู้เสียหายได้แจ้งให้ทราบว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้ดังนี้คำเบิกความของผู้เสียหายจึงมีน้ำหนักมั่นคงเชื่อถือและรับฟังเป็นความจริงได้ ที่นายพุฒนางสำอางบิดามารดาผู้เสียหายเบิกความว่า ผู้เสียหายแจ้งเรื่องคนร้ายให้ทราบเพียงว่าเห็นหน้าจำได้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับจำเลยมาได้อย่างไร พยานไม่ทราบนั้นเชื่อไม่ได้ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นนายพุฒคงไม่นำจ่าสิบตำรวจสมพงษ์ไปจับจำเลย ดังนี้ คำเบิกความของนายพุฒนางสำอางจึงหาได้ทำลายน้ำหนักของคำเบิกความของผู้เสียหายลงแต่ประการใดไม่พยานฐานที่อยู่ของจำเลยเลื่อนลอยฟังหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ไม่ได้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า

จำเลยเป็นคนร้ายกระทำอนาจารและพยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยได้กระทำอนาจารโดยอุ้มผู้เสียหายเข้าไปในป่าแล้วกอดจูบผู้เสียหายหลังจากนั้นได้อุ้มผู้เสียหายต่อเข้าไปอีกแล้วพยานยามกระทำชำเราผู้เสียหาย แม้จะมีระยะทางห่างกันถึง 20 เส้น แต่ก็เป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกัน โดยความมุ่งหมายที่จะกระทำชำเราผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277วรรคแรก ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 และมาตรา 279วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 8 ปี.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เดชา สุวรรณโณ · จรัส อุดมวรชาติ · อัมพร เดชศิริ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3278/2534

การที่จำเลยให้ผู้เสียหายนั่งโก้งโค้งและจำเลยนั่งคุกเข่าอยู่ข้างหลังใช้มือข้างหนึ่งจับเอวผู้เสียหาย ส่วนอีกข้างหนึ่งปิดปากแล้วใช้อวัยวะเพศของจำเลยทิ่มเข้าไปที่อวัยวะเพศของผู้เสียหายหลายครั้งนั้น เป็นอา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 691/2545

ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายอายุ 13 ปีเศษ ผู้เสียหายพักอาศัยและอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของบิดามารดา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจารตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคสาม เป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2804/2528

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลย พาผู้เสียหายอายุ 8 ปี ไปที่สวนไม่มีบ้านคนอาศัย จัดการถอดเสื้อกางเกงของผู้เสียหายออกแล้วให้นอนลงแล้วจำเลยนอนทับ เอาอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 698/2563

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรและบรรยายฟ้องด้วยว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่าหกเดือนในความผิดฐานลักทรัพย์มาแล้ว 6 คดี หลังจากพ้นโทษทั้งหกคดี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้